หน้าแรก  |  คำถาม-คำตอบ  |  บริการสอบถาม  |   ข้อมูล/โครงการ | เว็บบอร์ด
ค้นหา :      
ไทย | Eng
  เมนูหลัก
เกี่ยวกับกระทรวง
ตราประจำกระทรวงวัฒนธรรม
ข่าวประจำวันของกระทรวงวัฒนธรรม
ข้อมูลวัฒนธรรม ๗๕ จังหวัด
ศูนย์บริการข้อมูลประชาชน Call Center 1765 กระทรวงวัฒนธรรม
ผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองตั้งแต่ปี 50-52
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
วัฒนธรรมชาติ
ประกาศ
Web Link หน่วยงานกระทรวงวัฒนธรรม
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
กฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง
หนังสือศาสนาอิสลาม
แบบสำรวจความคิดเห็น
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ดาวน์โหลดและข้อมูลข่าวสารภายใน
คลังภาพ
รับฟังความคิดเห็น
แบบสอบถาม
ศูนย์บริการร่วม
ศูนย์ประสานความเสมอภาคหญิง ชาย
รับสมัครงาน
ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม
แผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์
แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามทุจริต 221
เว็บไซต์ลิงค์
ศูนย์กลางข้อมูล
กระทู้สนทนา
ข่าวประชาสัมพันธ์
ปฏิทินกิจกรรม
สินค้าและบริการ
วาระงาน
 

มาฆบูชา

วันมาฆบูชา
แม้ว่าในหนึ่งปีจะมีวันธรรมสวนะหรือวันพระมากมายหลายวัน เฉลี่ยแล้วประมาณ 8 วันต่อเดือน ทว่าวันสำคัญทางศาสนา 3 วัน ซึ่งศาสนิกชนนิกชนให้ความสำคัญที่สุดในรอบปีและนิยมเข้าวัดทำบุญครั้งใหญ่ คือ วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชาและวันอาสาฬหบูชา จนแม้ทางราชการก็ยังกำหนดให้เป็ฯวันหยุดราชการประจำปีอีกด้วย


วันมาฆบูชาคือวันสำคัญทางศาสนาพุทธวันแรกของทุกๆปี ชื่อของวันนี้ย่อมาจากคำเต็มคือ ‘มาฆบูชาปูรณมี’ ซึ่งหมายถึง ‘การบูชาในวันเพ็ญเดือนสาม’ ซึ่งตามปฏิทินสากลมักตรงกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม มีการอธิบายว่า วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งพระธรรม เพราะวันนี้ของเมื่อ 2,500 กว่าปีที่แล้ว พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมอันมีเนื้อหาสำคัญกล่าวถึงการทำดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ อันเปรียบดังหัวใจของธรรมะต่างๆที่ทรงสั่งสอนตลอดพระชนม์ชีพ

เวลาประมาณเก้าเดือน นับจากวันที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ใต้ต้นโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา พระองค์ได้อุทิศพระวรกายเสด็จจาริกไปสั่งสอนพระธรรมอันลึกซึ้งนั้นแก่เหล่ามหาชน กระทั่งทรงได้ภิกษุสาวกจำนวน 1,340 รูป ซึ่งล้วนแยกย้ายเดินทางออกไปเผยแพร่พระธรรมในดินแดนต่างๆ

จนกระทั่งกาลล่วงมาใกล้วันเพ็ญเดือนมาฆะ หรือเดือนสาม ตามปฏิทินจันทรคติ

ตามปรกตินั้น ในศาสนาฮินดู วันเพ็ญกลางเดือนสามถือเป็นวันสำคัญทางศาสนาเช่นกัน เรียกว่า ‘ศิวะราตรี’ ซึ่งเป็นเทศกาลบูชาพระศิวะเจ้า ตามธรรมเนียมแล้วบรรดาศิษย์มักเดินทางกลับไปยังสำนักของอาจารย์ของตนเพื่อทำพิธีบูชาเทพเจ้าและขอพรจากอาจารย์ รวมทั้งถือโอกาสนี้ทบทวนความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาให้ยังคงแข็งแรงมั่นคง หากมีข้อสงสัยอันใดก็ถือโอกาสซักถามอาจารย์เพื่อเพิ่มพูนความรู้และคลายความสงสัย

เหล่าพระสงฆ์สาวกของพระศาสดานั้น ครั้งหนึ่งก็คือศาสนิกชนของพรามหณ์ – ฮินดูนั่นเอง เมื่อถึงวาระสำคัญซึ่งตนเคยปฏิบัติกันมาก็ย่อมรำลึกถึง ครั้นเมื่อตระหนักว่าตนได้อุปสมบทแล้ว มีพระพุทธเจ้าเป็นปรมาจารย์ จึงชวนกันมาเฝ้าพระพุทธองค์โดยมิได้นัดหมายกัน

ในวันเพ็ญเดือนสามของเวลานั้น พระพุทธเจ้าประทับจำพรรษาอยู่ ณ เวฬุวันวิหาร นอกเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ซึ่งพระเจ้าพิมพิสารทรงพระกรุณาโปรดฯให้สร้างขึ้นเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา


พระพุทธเจ้าทรงเห็นเป็ฯโอกาสอันดีที่เหล่าภิกษุสาวกจำนวนถึง 1,250 รูปเดินทางมาเฝ้าโดยพร้อมเพรียงกัน ทุกองค์ต่างก็เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ เป็นพระซึ่งทรงบวชให้ด้วยพระองค์เองทั้งนั้น จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาชื่อ ‘โอวาทปาฏิโมกข์’ ประทานเป็นหลักปฏิบัติของสงฆ์เหล่านั้น และเป็นหัวข้อธรรมที่สำคัญสำหรับการนำไปเผยแพร่สู่สาธารณชน

วันเพ็ญกลางเดือนสามจึงกลายเป็ฯวันที่สมควรจดจำ ด้วยเกิดเหตุอันน่าอัศจรรย์ใจ 4 ประการเกิดขึ้น ซึ่งเรียกว่า ‘จาตุรงคสันนิบาต’ อันประกอบไปด้วย

เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง
มีพระสงฆ์ 1,250 รูปมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
พระสงฆ์เหล่านั้นเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา
พระพุทธองค์ทรงแสดงพระโอวาทปาฏิโมกข์
ตั้งแต่นั้นวันมาฆบูชาจึงกลายเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธไป ชาวพุทธทั่วโลกต่างก็นิยมเข้าวัด บำเพ็ญกุศลเพื่อเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชามาตลอดทุกๆปี ทว่าในสยามประเทศยังมิเคยปรากฎหลักฐานว่ามีการบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันนี้มาก่อน

จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงมีพระราชปรารภว่าวันเพ็ญเดือนสามเป็นวันสำคัญอันควรให้ระลึกถึง จึงโปรดให้จัดการพระราชพิธีขึ้นในราชสำนัก เสด็จออกทรงเป็นประธานในพิธีทุกๆปีมิได้ขาด

ในสมัยต่อมามีการเว้นการประกอบพระราชพิธีนี้บ้างเช่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จออกเองบ้าง มิได้เสด็จออกเองบ้างเพราะมักตรงกับช่วงเวลาที่เสด็จประพาสหัวเมือง หากเวลาเหล่านั้นเสด็จพระราชดำเนินอยู่ในที่ที่เอื้ออำนวย เช่น บางปะอินหรือพระพุทธบาท พระพุทธฉาย พระปฐมเจดีย์ พระแท่นดงรัง ก็จะทรงประกอบพระราชพิธีมาฆบูชาในสถานที่นั้น ๆ

จนกระทั่งกลายเป็นธรรมเนียมนิยมแพร่หลายไปในหมู่ประชาชน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงประกาศให้วันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประชาชนนิยมเข้าวัด ทำบุญ ถือศีล ฟังเทศน์ และเวียนเทียนรอบศาสนสถานในคืนนี้อีกด้วย

ตามปรกติวันมาฆบูชาจะตรงกับวันเพ็ญกลางเดือนสาม แต่หากปีใดเป็นอธิกสุรทิน คือมีเดือน 8 สองหน ปีนั้นจะเลื่อนวันมาฆบูชาไปเป็ฯวันเพ็ญเดือน 4 หรือราวปลายเดือนมีนาคม – ต้นเดือนเมษายนแทน และในปี พ.ศ.2549 ประเทสไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชาเป็นวันกตัญญูแห่งชาติด้วย โดยยึกหลักว่าวันนี้เป็นวันที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความรักของพระพุทธเจ้าที่มีต่อชาวโลกทั้งมวล เราควรกตัญญูต่อพระองค์โยทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สมดังที่ทรงคาดหวัง

 

 
เชิญชมเว็บไซต์ใหม่ กระทรวงวัฒนธรรม
 
 
 
เพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน”   "ฟังเพลงพ่อแห่งแผ่นดิน"
เพลงเทิดพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระพี่นาง ฯ  ในโอกาสเจริญพระชนมายุ  ครบ  ๘๔  พรรษา ขับร้องโดย นพ พรชำนิ  "ฟังเพลงแสงหนึ่ง"
เพลงที่ระลึก สมเด็จพระพี่นางฯ ในโอกาสการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ  "ฟังเพลงส่งนางฟ้ากลับสวรรค์"
 
 


Ministry of Culture, 666 Borommaratchachonnani Road, Bang Plad, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888
แผนที่ตั้งกระทรวง
ติดต่อ Webmaster

Counter :