|
 |
 |
วันฉัตรมงคล |
|
ชาวพุทธทั่วไปต่างทราบกันดีว่า วันเพ็ญกลางเดือน ๖ ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเรียกกันว่า วันวิสาขบูชา นั้นเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะในอดีตเมื่อกว่า ๒๕๕๒ ปีล่วงมาแล้ว ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญอันเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ ประสูติในคืนเพ็ญกลางเดือน ๖
ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี, ตรัสรู้ในคืนเพ็ญกลางเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี, และปรินิพพานในคืนเพ็ญกลางเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี พุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างบำเพ็ญกุศลทุกคืนเพ็ญกลางเดือน ๖ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทั้งสามมาโดยตลอด แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่าหลังจากเสด็จปรินิพพานได้ ๗ วัน มีวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
พระไตรปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตร เล่าว่าภายหลังที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ระหว่างต้นรังคู่หนึ่ง ในสวนของเหล่ามัลลกษัตริย์แล้ว พวกมัลลกษัตริย์ก็บูชาพระพุทธสรีระด้วยของหอม ดอกไม้ และดนตรีตลอด ๗ วัน จนวันที่ ๘ ตรงกับ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ พวกเจ้ามัลละจึงสอบถามพระอานนท์ ถึงวิธีปฏิบัติอันสมควรต่อพระสรีระ
พระอานนท์เล่าถึงพระพุทธานุญาตให้จัดการกับพระสรีระดุจเดียวกับที่จัดการพระบรมศพของพระมหาจักรพรรดิ นั่นคือห่อพระสรีระด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี แล้วใช้ผ้าใหม่ห่อทับอีก ทำเช่นนี้ ๕๐๐ ชั้น แล้วเชิญลงในรางเหล็กที่เติมด้วยน้ำมัน แล้วทำจิตกาธานด้วยดอกไม้จันทน์ และของหอมทุกชนิด ทางทิศตะวันออกของเมือง
แม้จะพยายามจุดเพลิงเพื่อถวายพระเพลิงอย่างไร เพลิงก็หาได้ติดพระพุทธสรีระไม่ เหล่ามัลลกษัตริย์สอบถามเหตุอัศจรรย์นี้แก่พระอนุรุทธะเถระ ซึ่งได้รับคำตอบว่าเหล่าเทวดาที่ประชุมอยู่ที่นั้นมีประสงค์ให้รอพระมหากัสปะพร้อมพระสงฆ์จำนวน 500 รูปที่กำลังเดินทางมาให้พร้อมเสียก่อน เทวดาเหล่านั้นล้วนเคยเป็นโยมอุปัฏฐากของพระเถระ และพระสาวกผู้ใหญ่มาก่อนทั้งสิ้น
เมื่อพระมหากัสปะซึ่งมีปรกติจาริกอยู่แต่ในป่าเดินทางมาถึง ก็เข้าไปถวายบังคมพระพุทธสรีระ คราวนั้นบังเกิดปาฏิหาริย์ พระบาทของพระพุทธสรีระยื่นพ้นผ้าทั้ง ๕๐๐ ชั้นและหีบเหล็กออกมาให้พระมหากัสสปะได้ถวายบังคมเป็นครั้งสุดท้าย ครั้นแล้วเทวดาก็เนรมิตเพลิงทิพย์ที่ไร้ควัน ไร้เขม่าขึ้นถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ จนเมื่อพระกายไหม้หมดแล้วน้ำทิพย์ก็หลั่งลงมาจากนภากาศดับไฟทิพย์จนหมด พระสรีระก็สูญไป เหลือเพียงผ้า 1 คู่ ที่ใช้หุ้มห่อพระสรีระชั้นในสุดและชั้นนอกสุดกับพระเขี้ยวแก้ว 4 พระรากขวัญ 2 สิ่งทั้ง 7 นี้ ยังคงอยู่ปกติมิได้กระจัดกระจายไป ส่วนพระบรมสารีริกธาตุที่เหลือแตกกระจายออกเป็น 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ประมาณเท่าเมล็ดถั่วแตก
ขนาดกลางประมาณเท่าเมล็ดข้าวสารหักและขนาดเล็กประมาณเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด จำนวนทั้งสิ้นถึง 16 ทะนาน เหล่ามัลลกษัตริย์ก็เชิญเสด็จพระบรมสารีริกธาตุเข้าไปประดิษฐานในเมือง
บริเวณที่ถวายพระเพลิงพรุทธสรีระนั้น ได้สร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึก เรียกว่า มกุฎพันธนเจดีย์ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเมืองโครักขปูร์ รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย
เรื่องราวในวันที่ ๘ หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานลงนี้ เป็นเครื่องเตือนสติชาวพุธได้อย่างดียิ่งว่า แม้แต่พระบรมศาสดาซึ่งทรงบรรลุธรรมขั้นสุด เลิสกว่าผู้ใดในโลกยังดำรงพระองค์อยู่ใต้สภาวะปรกติแห่งโลก นั่นคือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ควรอย่างยิ่งที่ชาวพุทธจะทำความเข้าใจหลักสัจธรรมข้อนี้ให้ถ่องแท้
ในปัจจุบัน วันอัฎฐมีบูชาหรือการบูชาในวันที่ ๘ นี้ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ของไทย อย่างไรก็ตามยังมีหลายภาคส่วนที่ให้ความสำคัญกับวันนี้ โดยจัดให้มีการบำเพ็ญกุศลครั้งใหญ่เป็นกรณีพิเศษ บางสถานที่จัดให้มีการจำลองเหตุการณ์ในวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระอีกด้วย โดยเริ่มต้นเป็นครั้งแรกที่พระบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ |
| บทความ : สรรพสิทธิ์ เอี่ยมสุดใจ |
|
|
|
|
 |
|
| |
|
| |
|
| |
| |
เพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ เพลง พ่อแห่งแผ่นดิน "ฟังเพลงพ่อแห่งแผ่นดิน" |
 |
เพลงเทิดพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระพี่นาง ฯ ในโอกาสเจริญพระชนมายุ ครบ ๘๔ พรรษา ขับร้องโดย นพ พรชำนิ "ฟังเพลงแสงหนึ่ง" |
 |
เพลงที่ระลึก สมเด็จพระพี่นางฯ ในโอกาสการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ "ฟังเพลงส่งนางฟ้ากลับสวรรค์" |
|
| |
|
| |
|