หน้าแรก  |  คำถาม-คำตอบ  |  บริการสอบถาม  |   ข้อมูล/โครงการ | เว็บบอร์ด
ค้นหา :      
ไทย | Eng
  เมนูหลัก
เกี่ยวกับกระทรวง
ตราประจำกระทรวงวัฒนธรรม
ข่าวประจำวันของกระทรวงวัฒนธรรม
ข้อมูลวัฒนธรรม ๗๕ จังหวัด
ศูนย์บริการข้อมูลประชาชน Call Center 1765 กระทรวงวัฒนธรรม
ผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองตั้งแต่ปี 50-52
รายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล
วัฒนธรรมชาติ
ประกาศ
Web Link หน่วยงานกระทรวงวัฒนธรรม
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
กฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง
หนังสือศาสนาอิสลาม
แบบสำรวจความคิดเห็น
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ดาวน์โหลดและข้อมูลข่าวสารภายใน
คลังภาพ
รับฟังความคิดเห็น
แบบสอบถาม
ศูนย์บริการร่วม
ศูนย์ประสานความเสมอภาคหญิง ชาย
รับสมัครงาน
ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม
แผนแม่บทวัฒนธรรมแห่งชาติ
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์
แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามทุจริต 221
เว็บไซต์ลิงค์
ศูนย์กลางข้อมูล
กระทู้สนทนา
ข่าวประชาสัมพันธ์
ปฏิทินกิจกรรม
สินค้าและบริการ
วาระงาน
 

บทความ และข่าวสาร
วันมาฆบูชา
วันมาฆบูชาคือวันสำคัญทางศาสนาพุทธวันแรกของทุกๆปี ชื่อของวันนี้ย่อมาจากคำเต็มคือ ‘มาฆบูชาปูรณมี’ ซึ่งหมายถึง ‘การบูชาในวันเพ็ญเดือนสาม’ ซึ่งตามปฏิทินสากลมักตรงกับช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม มีการอธิบายว่า วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งพระธรรม เพราะวันนี้ของเมื่อ 2,500 กว่าปีที่แล้ว พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมอันมีเนื้อหาสำคัญกล่าวถึงการทำดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ อันเปรียบดังหัวใจของธรรมะต่างๆที่ทรงสั่งสอนตลอดพระชนม์ชีพ
อ่านต่อ..
ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2551
เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ได้ประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2551 ซึ่งประกอบไปด้วย ศิลปิน 7 ท่าน จาก 3 สาขา คือ
1.สาขาทัศนศิลป์
2.สาขาวรรณศิลป์
3.สาขาศิลปะการแสดง
อ่านต่อ..
ดาวน์โหลด
Wallpaper ScreenSaver E-card
 
 ข่าวกิจกรรมและประชาสัมพันธ์


Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1257843787topic-.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
กระทรวงวัฒนธรรมส่งเสริมวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน
ผลสำรวจสวนดุสิตโพลชี้วิถีชีวิตชาวเมือง พบปัญหาผู้อยู่อาศัยต่างคนต่างอยู่ ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น และไม่ช่วยรักษาทรัพย์สิน กระทรวงวัฒนธรรมแนะ 6 ข้อปฏิบัติ สร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) และสวนดุสิตโพลได้สำรวจผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม จำนวน 371 คน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่า สิ่งสำคัญในการอาศัยอยู่ร่วมกัน โดยร้อยละ 95 เห็นว่า การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อกำหนดเป็นปัญหาหลัก เช่น ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น จอดรถไม่เป็นระเบียบ และใช้ทรัพย์สินส่วนกลางไม่เหมาะสม ด้านวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน ร้อยละ 78.72 เห็นว่า ต้องการให้ผู้ดูแลคอนโดมิเนียมหรือนิติบุคคลดูแลทุกข์สุขของผู้อาศัย ควรมีการกำหนดวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเพื่อให้เกิดความสงบสุข เช่น ความมีน้ำใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การเคารพสิทธิผู้อื่น และการปฎิบัติตามกฎระเบียบ ส่วนความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ร้อยละ 66.85 พบว่า ผู้อาศัยในคอนโดมิเนียมไม่ค่อยรู้จักกันและไม่ค่อยสนิทกับคนที่อาศัยในที่เดียวกัน สำหรับกิจกรรมที่ควรร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์และความสมัครสมาน ปรองดอง อาทิ ทำบุญตักบาตร กีฬา และงานเทศกาล ตามลำดับ นอกจากนี้ สิ่งที่ประทับใจในการอยู่อาศัยอาคารชุด คือ การให้บริการของเจ้าหน้าที่ และการดูแลสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม รวมทั้งยังมีระดับความสุขในการพักอาศัยในระดับมาก นายธีระ สลักเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า วิถีชีวิตของผู้คนในสังคมเมือง นิยมอยู่อาศัยในหมู่บ้านจัดสรร หอพัก และคอนโดมิเนียม ใช้ชีวิตที่เน้นวัตถุ มีเครื่องใช้ที่ทันสมัย เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับตนเอง ตามแบบทุนนิยม ซึ่งไปไกลจากจิตนิยมที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างมาก จากที่เคยร่วมกันแบบพึ่งพา มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงต้องนำเอาสิ่งเหล่านี้กลับมา โดยมีคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของผู้อยู่อาศัย ที่เป็นคนจากหลายภาคอาศัยอยู่ร่วมกัน ได้สร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน กลับไปหาวิถีชีวิตดั้งเดิม เพื่อสร้างสังคมให้อบอุ่น ชุมชนเข็มแข็ง และอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข โดยปฏิบัติตามข้อแนะนำ 6 ข้อ ดังนี้ ๑. มีน้ำใจ – เอื้อเฟื้อต่อผู้อาศัยในสถานที่เดียวกัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่คอยดูแล ๒. รักษากฎ – ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่ เพื่อการอยู่อาศัยร่วมกันอย่างมีความสุข ๓. หาเพื่อน – เริ่มจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ เพื่อสร้าง ความสัมพันธ์และความสามัคคีอันดีต่อกัน ๔. รักษาของ – ใช้และดูแลทรัพย์สินส่วนกลางเหมือนเป็นของเราเอง จะได้มีของดีๆไว้ใช้นานๆ ๕. เอาใจใส่ – มีจิตสำนึกที่จะช่วยกันดูแลภัยต่างๆอันอาจจะเกิดกับผู้อาศัยเดียวกัน เช่น คนน่าสงสัยที่อาจก่ออาชญากรรม สิ่งของชำรุดที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น ๖. รักษาประโยชน์ส่วนรวม - เห็นต่อประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก .../๒ -๒- นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) กล่าวว่า “ผลของโพลนี้ ตอกย้ำว่าผู้อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยแบบใด ก็ต้องการชุมชนที่น่าอยู่ LPN เองซึ่งอยู่ในธุรกิจนี้มานานร่วม 20 ปี และดูแลคนถึง 30,000 ครอบครัว ก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน เราเล็งเห็นมาตั้งแต่ต้นว่า การสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลทุกข์สุขของผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก เรามีนโยบาย “ชุมชนน่าอยู่” ซึ่งนอกจากจะเน้นการให้บริการ ดูแลความสะดวกสบายอย่างเสมอต้นเสมอปลายแล้ว ยังจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกบ้านอย่างสม่ำเสมอเช่น กีฬา ทำบุญ ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการรู้จักและผูกพันกัน ไว้ใจ เชื่อมั่น และพร้อมจะทำตามระเบียบการอยู่ร่วมกันที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น” นางปีย์จิต โอสถานนท์ กูรู นักเขียน และคอลัมนิสต์ชื่อดังด้านการบริหารเงินอย่างรู้ค่า หนึ่งในชาวคอนโดมิเนียม กล่าวว่า “สำหรับคนอยู่คอนโด การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโด ไม่ใช่จะมองเรื่องทำเล ขนาดห้องและราคาเท่านั้น เราควรดูถึงความเป็นมืออาชีพ ประสบการณ์และการดูแลผู้อยู่อาศัยของเจ้าของโครงการ แต่จริงๆ แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับผู้อยู่อาศัยด้วยกันเองด้วย เพราะทุกคนต้องมีจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกัน จะทำอะไรต้องคิดถึงใจเขาใจเราไม่ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน จะนำมาซึ่งความเป็นชุมชนที่น่าอยู่และเป็นสุขอย่างยั่งยืน” ____________________________

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1257409850topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีถวายผ้าพระกฐิน พระราชทาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม ณ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1257326514topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


หมอเกษม ห่วงเด็กไทยไม่รักศักดิ์ศรีประพฤติตัวไม่เหมาะสม เป็นอันตรายต่อชาติ
การไฟฟ้าแม่เมาะ เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรีกล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการเผยแผ่ศาสนาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ครั้งที่ 7 ณ การไฟฟ้าผ่ายผลิตแม่เมาะ จ.ลำปาง ว่า ปัญหาเด็กและเยาชนที่น่าห่วงที่สุดในขณะนี้ คือ ปัญหาวัตถุนิยม บริโภคนิยม ซึ่งทำให้นักเรียน นักศึกษา ชาย-หญิง ประพฤติตนไปในทิศทางที่ไม่เหมาะสมโดยเฉพาะการหารายได้พิเศษในทางที่ผิด ด้วยการขายบริการ ไม่ยึดศักดิ์ศรีของตนเอง ถือเป็นโรคร้ายของสังคมที่ผู้ใหญ่จะต้องช่วยกันหาทางแก้ไข ดังนั้น ตนจึงอยากฝากให้ครอบครัว และสถาบันการศึกษา แนะนำตัวอย่างการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องให้แก่เด็ก รวมทั้งสอนให้เขารู้จักการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ด้วยการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติใช้ ศ.นพ.เกษม กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนห่วงอีกอย่าง คือ ปัญหาคอรัปชั่นซึ่งจากการสำรวจโพลต่างๆ ออกมา เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เห็นว่า หากรัฐบาลคอรัปชั่น และประชาชนได้ประโยชน์ไม่เป็นไร ตรงนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก ดังนั้น เราต้องให้ความรู้เด็กไทยว่าการคอรัปชั่นทั้งฝ่ายการเมือง หรือข้าราชการ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่ไม่ดีทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามการจัดโครงการเผยแผ่ศาสนาฯของมูลนิธิเผยแผ่ศาสนาและพัฒนาคุณภาพชีวิต และกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)รวมถึงหน่วยงานต่างๆ จะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนเห็นถึงแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เช่น หลักคุณธรรมจริยธรรม มารยาทไทยการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งในครั้งต่อไปจะมีการจัดงานดังกล่าวที่ จ.เชียงใหม่ และพะเยา "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสถึงการสอนเด็กว่าผู้ใหญ่ควรจะให้ความรู้ ความดี แล้วสอนเด็กให้ทำงานเป็น ซึ่งผมได้น้อมนำมาปฏิบัติและอยากให้คนไทยได้นำไปปฏิบัติใช้ โดยเฉพาะพ่อ แม่ จะต้องสอนให้ลูกเป็นพลเมืองที่ดี คอยอบรมให้ลูกมีความรู้ ความดี และทำงานเป็นด้วย หากผู้ใหญ่ละเลยในสิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กและเยาวชนของชาติไม่มีคุณภาพในอนาคต" องคมนตรี กล่าว

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1256794903cats-ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดการแสดงนิทรรศการ Young Female Artists of the Year 2009 by Baan Lae Suan
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการแสดงนิทรรศการ Young Female Artists of the Year 2009 by Baan Lae Suan ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานี เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/12567076661765_ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ สายด่วนวัฒนธรรม 1765 แก้ไขปัญหาสื่อที่ไม่เหมาะสม
กระทรวงวัฒนธรรมเปิดศูนย์ปฏิบัติการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แห่งชาติ สายด่วนวัฒนธรรม 1765 แก้ไขปัญหาสื่อที่ไม่เหมาะสม

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1256707067WHC-ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ไทยเป็นคณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Committee – WHC)
( นางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม )
ลอยกระทง ตามประทีป
เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงการจัดงาน “ลอยกระทง ตามประทีป” ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ๒๕๕๒โดยจัดภายใต้แนวคิดหลัก “ย้อนรำลึกถึงวันวาน” ว่า โดยหน้าที่หลักของกระทรวงวัฒนธรรม คือการถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทย และการลอยกระทงก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีของไทยที่มีคุณค่าเพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยมาช้านาน โดยในปัจุบันสังคมไทยรับเอาทุนทางวัฒนธรรมจากต่างชาติมามากมาย การจัดงานในครั้งนี้ถือได้ว่าดึงเอาบรรยากาศย้อนยุคกลับไปสมัย พ.ศ. ๒๕๐๐ ทั้ง “ตลาดนัดวันวาน” เป็นส่วนการจัดแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกิจกรรมย้อนยุคต่างๆ อาทิ ของเล่นโบราณ ขนมโบราณที่หาทานยาก การจำลองโรงฉายหนังในสมัยก่อน “ลานเพลงดังเมื่อวันวาน” สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบทเพลงอมตะของสุนทราภรณ์” ตลาดโต้รุ่งริมน้ำ” ที่ให้บริการอาหารรสเลิศกว่า ๔๐ ร้านค้าดังในจังหวัดพระยครศรีอยุธยา ในบรรยากาศริมน้ำ และ “ซุ้มการละเล่นย้อนยุค” อาทิ ปาโป่ง, โยนห่วง, ปืนสั้น ปืนยาว ฯลฯ ให้เยาวชนไทยได้ซึบซับถึงวิถีชีวิตความเป็นไทยดั้งเดิมผ่านกิจกรรมบันเทิง และการละเล่นโบราณหลากหลาย ไม่หลงไหลไปกับวัฒนธรรมต่างชาติ ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนเองมากขึ้น ทั้งยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่จะขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลเรื่อง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” โดยการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีการประกวดหนูน้อยนพมาศและนางนพมาศ ชิงถ้วยพระราชทาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ถือได้ว่าเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับผู้ที่ชนะเลิศการประกวด เพราะเป็นเวทีที่คัดสรรสาวงามที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมด้วยความเป็นกุลสตรีไทยโดยแท้ โดยการแต่งกายผู้เข้าประกวดหนูน้อยนพมาศจะเน้นความเป็นธรรมชาติ สวมเสื้อคอกระเช้า นุ่งโจงกระเบน ส่วนนางนพมาศก็แต่งกายสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สวมสไบและผ้านุ่ง นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากใช้โอกาศนี้ ให้ประชาชนชาวไทยทุกคนตั้งจิตอธิฐานก่อนลอยกระทง ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้พระองค์ทรงมีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง หายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน และขอเชิญชวนประชาชนผู้เข้าร่วมงานแต่งกายแบบย้อนยุคเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในงาน โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ฯ จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ – ๐๒.๐๐ น.
กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมจัดงานน้อมรำลึก 100 ปี วันสวรรคตรัชกาลที่ 5
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานน้อมรำลึก 100 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากในวันที่ 23 ตุลาคม ปี 2553 จะครบรอบ 100 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาติบ้านเมืองนานัปการ และแสดงความกตัญญูกตเวทีสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่มีต่อปวงประชาชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนเอกสารเกี่ยวกับแผนการบริหารปกครองแผ่นดินสยาม(ประเทศไทย)ระหว่าง พ.ศ.2411 – 2453 ของพระองค์เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” (Memory of the world) ในปี 2552 ด้วย นายธีระ สลักเพชร กล่าวต่อว่า เนื่องด้วยในวันที่ 23 ตุลาคม หรือวันปิยมหาราช ของทุกๆปี เป็นวันที่ประชาชนคนไทยทั้งชาติ จะได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณนานัปการ ที่พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และในปี 2553 จะครบรอบ 100 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงวัฒนธรรมจึงร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจึงได้จัดงานน้อมรำลึกขึ้น ที่ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อประเทศชาติและประชาชนนานัปการ ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การศึกษา การศาล การแพทย์ การสาธารณสุข การปฏิรูปสังคม เศรษฐกิจ การคลัง การคมนาคม การสาธารณูปโภค ฯลฯ โดยกำหนดระยะเวลาการจัดกิจกรรมระหว่างเดือนตุลาคม 2552 ถึงตุลาคม 2553 “กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นประกอบด้วย การจัดเสวนาเรื่อง “เอกสารจดหมายเหตุสมเด็จพระปิยมหาราช:มรดกความทรงจำ” การจัดแสดงนิทรรศการภาพเก่าเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจสำคัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การเสวนาเกี่ยวกับวรรณกรรมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การจัดพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านสถปัตยกรรม ศิลปกรรม ในสมัยรัชกาลที่ 5 การแสดงละคร บทพระราชนิพนธ์ เรื่องเงาะป่า การจัดนิทรรศการกิจการพิพธภัณฑ์และโบราณสถาน ในสมัยรัชการที่ 5 และที่เป็นกิจกรรมเด่นของการจัดงานในครั้งนี้ คือ การจัดแสดงนิทรรศการ “มรดกความทรงจำแห่งโลก ร่องรอยจุดเปลี่ยนสยามประเทศ” ประกอบด้วยเอกสารการเลิกทาส เอกสารที่เป็นเอกสารมรดกความทรงจำของโลก Memory of the world เพื่อให้ประชาชน คนไทยได้ซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทั้งนี้ในส่วนกิจกรรมในระดับประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพื่อการดำเนินการต่อไป.”
กระทรวงวัฒนธรรมดึงท้องถิ่นเปิดพื้นที่วัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
กระทรวงวัฒนธรรมระดมหัวกระทิจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 นำนโยบายรัฐบาลภายใต้โครงการไทยสร้างสรรค์ไทยเข้มแข็ง เร่งเก็บรวบรวมและพัฒนาการจัดทำข้อมูลกลางภูมิปัญญาท้องถิ่นเผยแพร่ในเว็บไซต์ ดึงนักธุรกิจร่วมพัฒนาทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ของประชาชนในท้องถิ่น นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในปี 2553 กระทรวงวัฒนธรรมได้รับงบประมาณร่วม 4,348 ล้านบาท แบ่งเป็นด้านการแก้ไขปัญหาภาคใต้ 133 ล้านบาท ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน 83 ล้านบาท ด้านศิลปะ ศาสนาและวัฒนธรรม 673 ล้านบาท ด้านภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมและค่านิยมที่ดีงาม 1,378 ล้านบาท ด้านทุนทางวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ 810 ล้านบาท และการนำองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมได้ใช้ประโยชน์ 1,271 ล้านบาท เพื่อดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม และเสริมสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม รวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการฟื้นฟูแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับชุมชน โครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้สู่ประชาชน โครงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และโครงการเทศกาลศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ เป็นต้น “ในขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้เสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมถึงบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ลงลึกไปถึงเจ้าของภูมิปัญญาในระดับหมู่บ้านตำบล และชุมชน โดยมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเร่งเก็บรวบรวมและสืบค้นข้อมูลภูมิปัญญาที่มีลักษณะโดดเด่น เพื่อนำมาจดสิทธิบัตรและจัดทำเป็นข้อมูลกลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับชุมชน และจังหวัด โดยมีศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับชาติอยู่ที่กระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเทคเนค(สวชท.) โดยจะใช้งบประมาณ จำนวน 35 ล้าน ในการจัดทำและพัฒนาเว็บไซต์ที่ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลแก่นักธุรกิจที่มีความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับเจ้าของภูมิปัญญา และช่วยพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมต่างๆ เช่น แหล่งมรดกโลก โบราณสถาน ศูนย์วัฒนธรรมสายใยชุมชน ศิลปินแห่งชาติ ศิลปะการแสดง งานช่างฝีมือ และงานศิลปหัตกถรรม เป็นต้น เพื่อพัฒนาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า สู่สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่เป็นฐานรายได้ใหม่ของประเทศ นอกจากนี้ยังจะทำข้อตกลงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับกระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อเปิดพื้นที่ลานวัฒนธรรมโดยใช้หอประชุมและลานเอนกประสงค์ของอบจ. จัดแสดงสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นหน่วยหลักในการเชื่อมโยงและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งในส่วนอุทยานประวัติศาสตร์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ พิพิธภัณฑ์ โครงการวัฒนธรรมสายใยชุมชน และองค์กรส่วนท้องถิ่นในจังหวัด โดยจะนำร่องในจังหวัดลพบุรี ร้อยเอ็ด เชียงใหม่และนครศรีธรรมราช” รมว.วธ.กล่าว

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1255437047topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จัดเลี้ยงขอบคุณคณะทูตานุฑูต ๕๑ ประเทศ
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จัดเลี้ยงขอบคุณคณะทูตานุฑูต ๕๑ ประเทศ และกล่าวขอบคุณทตานุฑูต ที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรม(ในเรื่องต่างประเทศ) ณ ห้องประชุม โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ถนนวิทยุ ลุมพินี กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1255436612topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


พิธีบวงสรวงการบูรณะมณฑปพระพุทธบาทจำลอง วัดอมรินทรารามราชวรวิหาร
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่ากากระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานพิธี บวงสรวงการบูรณะมณฑปพระพุทธบาทจำลอง วัดอมรินทรารามราชวรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1254464275topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ชาวปาเกอะญอลำพูนน้อมนำหลักธรรม10ประการยึดแนวพอเพียง
ชาวปาเกอะญอลำพูนน้อมนำหลักธรรม10ประการยึดแนวพอเพียง **เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 52 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการถ่ายทอดศิลปะร่วมสมัยเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย โรงเรียนบ้านห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ว่า ชาวปาเกอะญอสัญชาติไทย จำนวน 1,000 คน จาก 4 อำเภอ ได้แก่ ลี้ บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้าง และแม่ทา เข้าร่วมโครงการดังกล่าวเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ด้วยการสร้างสังคมที่ดีงามและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ให้มีความมั่นคง ตามแนวระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยนำหลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท 10 ประการ อาทิ ยึดธรรมะและความถูกต้อง เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ขยันมั่นเพียร เรียบง่ายและประหยัด เป็น รวมทั้งนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ซึ่งในงานชาวปาเกอะญอได้จำลองวิถีชีวิตชนเผ่าของตนเอง สาธิตสินค้าวัฒนธรรม อาทิ เครื่องเงิน การทอผ้า เป็นต้น **นายธีระ กล่าวอีกว่า เวลานี้สังคมไทยประสบปัญหาความขัดแย้งและความแตกแยกทางความคิด รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนและการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้ขาดความสมานฉันท์และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขดังที่สังคมไทยเคยเป็นมาในอดีต ดังนั้นเพื่อการป้องกันปัญหาของสังคมไทยในระยะยาว จึงต้องสร้างสังคมให้เกิดสันติสุขและยั่งยืนด้วยการเสริมสร้างการเรียนรู้วัฒนธรรมประชาธิปไตยทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชนโดยขับเคลื่อนผ่านเวทีประชาคมของท้องถิ่น และนำอัตลักษณ์ของชาวปาเกอะญามาสร้างการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม มีวธ.เป็นผู้สนับสนุน **ด้าน นายสุพจน์ เมธีล้ำเลิศ พ่อหลวงของชาวปาเกอะญอ จ.ลำพูน กล่าวว่า ชาวปาเกอะญอมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทอผ้าและขุดศิลาแลง มีประเพณีและวิถีชีวิตตามหลักศาสนา และสอนภาษาชาติพันธุ์ของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีของชาวบ้าน ทุกคนใช้หลักเหตุผลในการดำเนินชีวิต การสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยจะทำให้ทุกคนรักใคร่กลมเกลียวกันมากยิ่งขึ้น และยังให้ความเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งต้องการนักการเมืองที่เข้ากับพี่น้องประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สามารถแก้ไขปัญหาการทำมาหากินได้ อย่างไรก็ตามชาวปาเกอะญออยู่อย่างพอเพียง และไม่โลภมาก จะทำให้อยู่รอดได้มากกว่าที่จะพึ่งเทคโนโลยีที่จะทำลายวิถีชีวิตและธรรมชาติ ///////

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1254135118culture-3.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


กระทรวงวัฒนธรรมมอบโล่ยกย่องพลเมืองดี
เมื่อวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2552 เวลา 10.00 น. นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ 3 พลเมืองดี ที่อุทิศตนเพื่อช่วยผู้อื่น โดยไม่คำนึงถึงชีวิตตนเอง และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ในฐานะพลเมืองดีที่ประพฤติดี ประกอบสัมมาอาชีพ ด้วยความ วิริยะ อุตสาหะและสุจริต โดยไม่หวังผลตอบแทน ตามโครงการคิดดี ทำดี สังคมดี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินงานโครงการคิดดี ทำดี สังคมดี เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเตือนในคนในสังคมคิดอย่างสร้างสรรค์ ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน ซึ่งจะช่วยจรรโลงสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ตามรอยพระยุคลบาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบโล่ พร้อมเงินสด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้บุคคลที่คิดดี ทำดี และยังเป็นแบบอย่างให้เด็ก เยาวชน และประชาชน คนสังคมไทย สมควรยกย่อง เชิดชูเกียรติให้ปรากฎเป็นคนดีแก่สังคมสืบไป จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย บุคคลแรกคือ นายเจริญชัย ไชยเจี้ย อายุ 20 ปี พนักงานบริษัท ซีพิเอฟ จำกัด เห็นเหตุการณ์เด็กเล่นน้ำ ทะเลถูกคลื่น แรงซัดกำลังจมน้ำ จึงชัยว่ายน้ำลงไปช่วย โดยนำห่วงยางกู้ชีพให้เด็กเกาะเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย ระหว่างนั้นคลื่นลมแรงมากซัดนายเจริญชัยจมหายไป ผู้คนและนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์ ต่างชื่นชมในความกล้าหาญของนายเจริญชัยที่เข้าไปช่วยเหลือเด็ก จนตัวเองต้องจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด คนที่สอง คือ นายบุญช่วย พันธ์ยักษ์ อายุ 42 ปี โชเฟอร์แท็กชี่น้ำใจงาม ได้รับผู้โดยสารซึ่งเป็นนักเที่ยวชาวต่างชาติ ทราบภายหลังว่าชื่อ มิสเตอร์ สลิม ราชิด (Mr.Salim Rachid) นักท่องเที่ยวชาวพม่า จากถนนประชาสงเคราะห์ ไปส่งที่ถนนเจริญกรุง ใกล้ไปรษณีย์บางรัก ระหว่างที่เปิดกระโปรงรถเพื่อทำความสะอาด พบกระเป๋าเดินทางจำนวน 3 ใบ และทรัพย์สินมูลค่า ประมาณ 300,000 บาท จึงประสานเข้ามายัง สถานีวิทยุ สวพ.เอฟเอ็ม 91 เพื่อตามหาเจ้าของทรัพย์สินจนพบ และได้ส่งมอบคืนสิ่งของให้ทั้งหมด และคนสุดท้าย คือ นายปราการ ศรีเฉลียว อายุ 31 ปี โชเฟอร์แท็กซี่น้ำใจงามอีกท่านหนึ่งรับผู้โดยสาร ทราบภายหลังว่าชื่อนายพงศ์พันธุ์ เทอดเกียรติกุล ข้าราชการระดับ 7 สำนักงบประมาณ จากห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ ไปส่งที่แยกลาดพร้าว 101 พบกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาล พร้อมเอกสาร และเงินสด จำนวน 19,200 บาท จึงนำสิ่งของและเงินสด - ๒ - ทั้งหมดเข้าฝากไว้ที่สถานีวิทยุ สวพ.เอฟเอ็ม 91 เพื่อตามหาเจ้าของจนพบ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2552 โดย สถานีวิทยุ สวพ.เอฟเอ็ม 91เป็นผู้ส่งมอบแทน ทั้งนี้ โครงการคิดดี ทำดี สังคม ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2548 และได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ บุคคลและเยาวชนมาแล้วจำนวน 8 ราย ซึ่งถือเป็นพลเมืองที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี ช่วยเหลือผู้อื่น และดำรงตนด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต สมควรประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์ สามารถเป็นแบบอย่างและจุดประกายการทำความดีให้กับเด็กและเยาวชนของไทย รวมทั้งยังได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้บริหารองค์กรดีเด่นในการสนับสนุนคนดี อาทิ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด ผู้ผลิต บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (โดยองค์กรเหล่านี้สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างคนดี เพื่อสังคมแข็งแรงอย่างยั่งยืน ------------------------------------------------------------------

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1254134677culture-d.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ประกาศผลการคัดเลือกทูตเยาวชนเพื่อการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมฯและทูตรณรงค์การสร้างวัฒนธรรม(พิเศษ)
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประทานเปิดงาน การประกาศผลการคัดเลือกทูตเยาวชนเพื่อการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมฯ และทูตรณรงค์การสร้างวัฒนธรรม(พิเศษ)

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1250753755topic-thailand.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ชาติเอเชียเร่งทุมงบฯพัฒนาวัฒนธรรมสร้างรายได้ให้ประเทศ
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นผู้แทนนายธีระ สลักเพชร รมว.วธ. เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีวัฒนธรรมแห่งเอเซีย (Asia Cultural Ministerial Round-table Meeting) ซึ่งมีประเทศต่างๆเข้าร่วม 22 ประเทศ ณ โรงแรมฮอลิเดอินน์ เมืองโอดอส สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆ นี้ว่า การประชุมในวันที่ 2 ที่ประชุมเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีวัฒนธรรมและผู้แทนได้เสนอความคิดเห็นหรือข้อเรียกร้องทางวัฒนธรรมที่มีประโยชน์ต่อภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางบรรยากาศเชิงสร้างสรรค์ ทั้งนี้สาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะเจ้าภาพเน้นการบริหารและจัดการมรดกทางวัฒนธรรม โดยทุ่มงประมาณสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งแต่ละปีได้กำหนดเป้าหมายให้มีการจัดงานมหกรรมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมตามเมืองใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตามนโยบายการบริหารประเทศบนรากฐานความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม ส่วน ประเทศฟิลิปปินส์เน้นการสร้างอัตลักษณ์ของประชาชนในประเทศท่ามกลางกระแสโลภิวัฒน์ให้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศเนปาลมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ ฮินดู มุสลิม และสามารถอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่าง โดยมีจุดเด่นที่สวนลุมพินีวัน สถานที่ประสูติสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และแหล่งท่องเที่ยว ในขณะที่ประเทศสิงค์โปร์เน้นการลงทุนทางด้านวัฒนธรรม อาทิ การสร้างโรงละคร ห้องพิพิธภัณฑ์ หอสมุดแห่งใหม่ให้เป็นแหล่งศึกษาองค์ความรู้ที่ทันสมัยแก่ประชาชน และประเทศศรีลังกามีการบริหารวัฒนธรรมจากรากเหง้าของตนเอง ให้ความสำคัญกับเมืองมรดกโลก เรียกว่า สามเหลี่ยมวัฒนธรรมของศรีลังกา คือ เมืองอนุราชปุระ เมืองปุรูนา และเมืองแคนดี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ “ในส่วนของไทยเราได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ พัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรม โดยรัฐบาลได้ทุ่มงบสนับสนุน 8,000 ล้านบาทดูแลอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างอาชีพให้แก่ประชาชน ในฐานะผู้แทนไทยเห็นว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น จึงได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมว่า เมื่อผู้แทนของแต่ละประเทศนำประสบการณ์การบริหารงานวัฒนธรรมมาแลกเปลี่ยนกันแล้ว เมื่อกลับไปประเทศของตนควรนำข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ กลับไปพัฒนาประเทศ พร้อมกับรายงานรัฐบาลของตนเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนที่เข้มแข็ง ผลักดันนโยบายใช้มิติวัฒนธรรมเพื่อบริหารประเทศให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม และควรมีเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนอุปสรรคปัญหาการบริหารงานด้านวัฒนธรรมในระดับเอเชียอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศไทยผมคิดว่าการได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้จะเป็นการขยายความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างไทยกับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น”ปลัดวธ.กล่าว

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1250753099topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นิทรรศการพิเศษ เรื่อง “ ศิลปะทวารวดี : ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย ”
เนื่องจากในการจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “ ศิลปะทวารวดี : ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย ” ( Dvaravati Art: The Early Buddhist Art of Thailand ) วันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธ๓ณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ กรมศิลปากรและสถานเอกอัครราชฑูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นำโบราณวัตถุศิลปะทวารวดีอายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี จัดนิทรรศการพิเศษ เมื่อเวลา ๑๗.๐๐ น. วันนี้ (๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ) นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายญันน์ ปราโด อุปทูตฯ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศษประจำประเทศไทย ให้เกียรติร่วมเป็นประธานเปิดงานแสดงนิทรรศการพิเศษ “ศิลปะทวารวดี : ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย”( Dvaravati Art: The Early Buddhist Art of Thailand ) ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร การจัดนิทรรศการในครั้งนี้มีผลสืบเนื่องมาจากการลงนามในอนุสนธิระหว่างกรมศิลปากรและสถานเอกราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนาพิพิธภัณพสถานแห่งชาติในประเทศไทย เมื่อพุทะศักราช ๒๕๔๕ มีผลให้เกิดความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนทุนการศึกษาดูงานและศึกษาต่อเพื่อพัฒนาบุคลากร การจัดสัมนาทางวิชาการ หรือประชุมเชิงปฎิบัติการและแลกเปลี่ยนนิทรรศการระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง และในปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลปะเอเชียกีเมต์ กรุงปารีส ได้รับทุนสนับสนุนจากสมาพันธ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฝรั่งเศส ในการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ เรื่อง ทวารวดี ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย ( Dvaravati Art: The Early Buddhist Art of Thailand ) โดยมีสถานเอกอัครราชฑูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเป็นผู้ประสานกับสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในการขอยืมโบราณวัตถุศิลปะทวารวดีจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในประเทศไทย ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ๑๒ แห่ง เพื่อนำไปจัดแสดงนิทรรศการดังกล่าว จำนวน ๑๔๙ รายการ ซึ่งได้มีพิธีเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ และเปิดสาธารณชน เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ถึง ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลปะเอเชียกีเมต์ กรุงปารีส และในระหว่างการจัดแสดงนั้น ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จทอดพระเนตร เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาด้วย กรมศิลปากรและสถานเอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ได้พิจารณาร่วมกัน เห็นควรที่จะนำนิทรรศการครั้งนี้มาจัดแสดงในประเทศไทย เพื่อเป็นการแสดงถึงความสัมพันธภาพ ความร่วมมืออันดีทางด้านวัฒนธรรมระหว่างไทยและฝรั่งเศส ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ทางด้านศิลปะและโบราณคดีแก่สาธารณชนชาวไทย จึงได้มอบหมายสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการจัดนิทรรศการ เรื่อง “ศิลปะทวารวดี : ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย” ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชม ตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ถึง ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ นทรรศการครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเนื่องในเทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศส – ไทย ครั้งที่ ๖ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๒ อารยธรรมทวารวดี เป็นวัฒนธรรมที่สำคัญในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ภาคกลางของประเทศไทย ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑ – ๑๖ อาจมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณนครปฐม อู่ทอง หรือลพบุรี สำหรับขอบเขตของวัฒนธรรมทวารวดีที่แพร่กระจายไปยังทุกภูมภาคของประเทศนั้น พบว่าทิศเหนือขึ้นไปถึงอาณาจักรหริภุญไชย จังหวัดลำพูน ภาคตะวันออกฉียงเหนือ เช่น ที่นครราชสีมา บุรีรัมย์ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เป็นต้น ภาคตะวันออก เช่น ที่ ปราจีนบุรี ชลบุรี จันทบุรี เป็นต้น ภาคใต้พบอิทธิพลอารยธรรมทวารวดีลงไปถึง ปัตตานี บรรดาโบราณวัตถุ และโบราณสถาน ส่วนใหญ่ล้วนสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาลักธิหินยาน (เถรวาท) หากแต่ยังปรากฎหลักฐานการนับถือศาสนาพุทธลักธิมหายานและฮินดู (พราหมณ์) รวมอยู่ด้วย ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “ต้นกำเนิดพุทธศิลป์ในประเทศไทย” โบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลปะเอเชียกีเมต์ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ขอยืมไปจัดแสดง จำนวน ๑๔๙ รายการนั้น ได้คัดเลือกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ๑๐๗ รายการ และคัดเลือกโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมของสมันทวารวดีเพิ่มเติมอีกจำนวน ๖๐ รายการ ซึ่งบางรายการเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่กรมศิลปากรไม่อนุญาตให้ยืมและนำออกนอกราชอาณาจักรมาจัดแสดงเพิ่มเติม และยังมีจารึกชิ้นสำคัญที่เก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติอีก ๑ รายการ รวมวัตถุที่จัดแสดงทั้งสิ้น ๑๖๗ รายการ นิทรรศการ “ศิลปะทวารวดี : ต้นกำเนิดพุทธศิลธศิลป์ในประเทศไทย” พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๒ ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐ – ๑๖.๐๐ น. และในระหว่างการจักนิทรรศการนั้น จะมีการบรรยายและนำชมพิเศษ ๒ ครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญ ภัณฑารักษ์ และนักวิชาการ ในวันศุกร์ที่ ๒๑ และวันอาทิตย์ที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ เวลา ๐๘.๓๐ น. ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมและฟังได้ในวันและเวลาดังกล่าว สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ โทร ๐๒ ๒๒๔ ๑๓๓๓ โดยเสียค่าเข้าชมตามปกติเพียงเท่านั้น (ชาวไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท)

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1248857556culture-ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดงานการอบรมหลักสูตรผู้บริหารเครือข่ายวัฒนธรรมปี 2552
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2552 เวลา 09.00 น. นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรผู้บริหารเครือข่ายวัฒนธรรม ปี 2552 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่ต้องดูแลงานวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด รวมถึงการสร้างให้ผู้บริหารงานวัฒนธรรมมีความรู้ ความเข้าใจให้กว้างขวางลึกซึ้ง และเชื่อมโยงให้เป็นเครือข่าย ที่มีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้น ไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินการวัฒนธรรมในพื้นที่ เพื่อความมั่นคงของวัฒนธรรมไทยและความมั่นคั่งของท้องถิ่น โดยมีวัฒนธรรมจังหวัด นักวิชาการ และเครือข่ายทางวัฒนธรรม เข้าร่วมอบรม จำนวน 35 คน ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1248092070culture-ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


วธ.ชี้แจงมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ แก่ผู้ประกอบการร้านเน็ต และโรงภาพยนตร์
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมชี้แจงมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (H1 N1) และแนวทางปฏิบัติตามอนุบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ แก่ผู้ประกอบการตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑” ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒธรรม นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยมีแพทย์หญิงวรยา เหลืองอ่อน วิทยากรจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ให้ความรู้ให้กับผู้ประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวนประมาณ ๓๐๐ คน นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้กล่าวมอบนโยบายในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (H1 N1) แก่ผู้ประกอบกิจการตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า “ ข้อมูลจากการสอบสวนโรคในผู้ป่วยหลายราย พบว่า ร้านอินเตอร์เน็ต และร้านเกม มีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่กระจายเชื้อไปในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งอาจารย์และเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่จะกระจายเชื้อต่อเนื่องออกไปสู่ชุมชนอีกด้วย ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรม จึงอยากจะขอความร่วมมือผู้ประกอบกิจการและผู้เกี่ยวข้องทุกท่านได้ร่วมกันปฏิบัติตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด และที่สำคัญหากผู้ที่จะมาใช้มีอาการเป็นหวัดควรจะแนะนำให้กลับบ้านไปพักผ่อนให้หายเสียก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะป้องกันเยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานของพวกเราจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ในส่วนของมาตรการการป้องกันไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ในหอประชุมของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โรงละครแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ และหอสมุดแห่งชาติ ทั่วประเทศทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการฉีดสเปรย์ ทำความสะอาดพื้น และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน รวมถึงการจัดเจลล้างมือและหน้ากากอนามัยไว้ให้กับผู้ที่มาใช้บริการ ตนมีความมั่นใจในมาตรการการป้องกันไข้หวัดสายพันธ์ ๒๐๐๙ ของกระทรวงวัฒนธรรม” แพทย์หญิงวรยา เหลืองอ่อน จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความรู้ความเข้าใจ และแนะนำมาตรการในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ว่า ควรทำความสะอาดอุปกรณ์สิ่งของ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด ประตู โดยใช้น้ำยาทำความสะอาด อย่างน้อยวันละ ๑ – ๒ ครั้ง แนะนำและสนับสนุนให้นักเรียนหรือผู้มาใช้บริการล้างมือบ่อยๆ โดยจัดให้มีอ่างล้างมือ และสบู่บริการ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง” นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ยังนำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง มาแจกจ่ายให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม และบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1248091016koko-700.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ตั้ง กก. ร่วมติดตามปัญหา พ.ร.บ. จดแจ้งฯ
ที่กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อเวลา ๑๓.๐๐ น. วันที่ ๑๖ กรกฎาคม นายปราโมทย์ ฝ่ายอุประ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พร้อมด้วยนายมานิจ สุขสมจิตร ที่ปรึกษาคณะกรรมการสภาหนังสือพิมพ์ฯ นำคณะเข้าพบนายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการยื่นจดแจ้งการพิมพ์ ที่สำนักศิลปากรเขตในแต่ละพื้นที่เป็นผู้รับจดทะเบียน โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยังขาดความรู้ความสามารถในการอำนวยความสะดวกและการบริการ จึงต้องการให้กระทรวงวัฒนธรรมโอนงานดังกล่าว ไปให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นผู้รับเรื่องแทน ทั้งนี้สภาการหนังสือพิมพ์ฯ ได้เสนอแนะให้กระทรวงตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณา เพื่อติดตามปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ฯ ซึ่งเรื่องนี้ทาง รมว.วัฒนธรรม ได้รับไว้พิจารณา โดยจะประสานงานกับผู้แทนสภาการหนังสือพิมพ์ฯ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยต่อไป

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1248090267samsook-topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายกรัฐมนตรีร่วมเชิญชวนชมภาพยนตร์ เรื่อง สามชุก
เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒ นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) นำผู้สร้าง ผู้กำกับ และคณะนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง “สามชุก (ขอเพียงโอกาสอีกสักครั้ง)” เข้าเยี่ยมคารวะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อเชิญชวนเข้าชมภาพยนตร์เรื่องสามชุก พร้อมมอบของที่ระลึกจากภาพยนตร์ให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง “สามชุก (ขอเพียงโอกาสอีกสักครั้ง)” ถ่ายทอดเรื่องราวจากเค้าโครงเรื่องจริง ของนายพินิจ พุทธิวาส อาจารย์โรงเรียนสามชุกรัตนโภคราม จังหวัดสุพรรณบุรี ที่อุทิศตัวช่วยเหลือลูกศิษย์ให้หลุดพ้นวังวนของยาเสพติด ทั้งนี้เพื่อเตือนใจเยาวชนและกระตุ้นคนในสังคม หันมาใส่ใจกับปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง นายธีระ สลักเพชร (รมว.วธ.) กล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้กระทรวงวัฒนธรรมอยากจะให้ประชาชนทั้งประเทศได้ชม ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนปัญหาสังคมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ของรัฐบาล ทั้งยังสอดคล้องกับการส่งเสริมภาพยตร์ไทยตามหลักการใน พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะเข้าร่วมชมรอบปฐมทัศน์ เวลา 20.00 น. ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2552 นี้ ที่สยามพารากอน ปราย-ปรเมศร์ น้อยอ่ำ กล่าวว่า รับบทเป็นอ.พินิจ อาจารย์ฝ่ายปกครอง เป็นคนมีระเบียบ เงียบขรึม ไม่แสดงออกทางอารมณ์มากนัก แต่ลึกๆมีใจโอบอ้อมอารี มีความคิดก้าวหน้า รักลูกศิษย์ รักงาน รักดนตรี เป็นคนที่พร้อมจะต่อสู้ทุกอย่างเพื่อลูกศิษย์ โดยได้ภรรยาและลูกสาวคอยให้กำลังใจและอยู่เคียงข้างเขาเสมอ คือเนื้อเรื่องหลักเลยเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวเราเลย การที่เด็กติดยาไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็กเอง แต่ทุกส่วนของสังคมมีส่วนทำให้เป็นแบบนั้น เด็กจะติดยาได้ง่ายถ้าสังคมหรือครอบครัวไม่เข้มแข็ง ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนต้องช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาเหล่านั้นมาจากชุมชน การที่จะแก้ปัญหาได้นั้นชุมชนต้องเข้มแข็ง ร่วมมือกันอย่างจริงจัง ด้าน ธีรภัทร์ แย้มศรี กล่าวว่า ผมรับบทเป็นวาล เด็กหนุ่มที่มีฐานะยากจน พยายามหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว จนทำให้หลงผิดหันไปพึ่งยาเสพติด เพราะต้องการหาเงินได้มากๆ เมื่อติดยาแล้วกลายเป็นเดนมนุษย์ ไม่มีใครสนใจ แล้วก็ได้อาจารย์พินิจเข้ามาช่วยให้หลุดพ้นจากยาเสพติด ให้เลิกยาโดยวิธีธรมชาติ ให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี ขอโอกาสจากสังคมให้กับพวกเราในเรื่อง ผมอยากจะบอกว่ายาเสพติดไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น มีแต่จะฉุดเราให้ต่ำลงไปอีกทางที่ดีเวลาว่างเราควรหันมาเอาใจใส่การเรียน เล่นกีฬา ออกกำลังกายกันดีกว่า สำหรับผู้ที่หลงผิดไปแล้วสังคมก็ต้องให้โอกาสกลับตัวกลับใจใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อีกครั้ง เรายังมีเวลาอีกเยอะที่จะกลับตัว ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับผู้ที่ติดยาครับ. ……………………………………………………………………… ////// นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมเชิญชวนการชมภาพยนตร์เรื่อง สามชุก ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการช่วยเหลือวัยรุ่นติดยาการเตือนใจเยาวชนและสังคมให้ห่างไกลยาเสพติด โดยมีนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายจาฤก กัลย์จาฤก นายกสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ และคณะนักแสดง เข้าร่วมด้วย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2552

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1247458424culture-ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


วธ. ตรวจโรงภาพยนตร์ในเขตกรุงเทพมหานคร
วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการตรวจโรงภาพยนตร์สยามพารากอน โรงภาพยนตร์เซ็นทรัลเวิร์ล และโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็ก สาขารัชโยธิน ว่าหลักของการป้องกันไม่ให้เชื้อไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ แพร่ระบาด ควรให้โรงภาพยนตร์ จัดเจลสำหรับล้างมือไว้บริการประชาชน โดยในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้มอบเจลล้างมือให้กับโรงภาพยนตร์ ทั้ง สามไว้ด้วย นอกจากนั้นเรื่องขององค์ประกอบต่าง ๆ ของโรงภาพยนตร์ควรมีการทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา อาทิ ราวจับบันไดเลื่อนให้ทำความสะอาดตลอดเวลา เรื่องของการจำหน่ายตั๋วภาพยนตร์ไม่ให้จำหน่ายให้กับผู้ที่มีอาการหวัด ในส่วนของโรงภาพยนตร์ให้มีการทำความสะอาดทุกช่วงหลังภาพยนตร์แต่ละเรื่องฉายเสร็จ ก่อนปิดโรงภาพยนตร์จะมีการฉีดโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อโรค และให้จัดสถานที่ให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ๕๐ % นายธีระ สลักเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า อยากให้โรงภาพยนตร์เลิกใช้พรม เพราะการดูแลรักษาเป็นไปได้ยาก ให้หันมาใช้พื้นคอนกรีตเพื่อสามารถดูแล ทำความสะอาดได้ง่าย โดยยกตัวอย่างจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ที่ใช้พื้นคอนกรีต ทำให้สามารถดูแล ทำความสะอาดได้ง่าย โดยสร้างค่านิยมให้กับคนไทยให้มองการไม่ปูพรมเป็นเรื่องทันสมัย และฝากถึงประชาชนให้ยึดหลักสุขอนามัย เรื่อง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ หลีกเลี่ยงอยู่ในที่แออัด และที่สำคัญหากป่วยให้อยู่กับบ้าน สำหรับกระทรวงวัฒนธรรม ได้มีการรณรงค์ในเรื่องนี้ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ซึ่งจะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ไปที่โรงภาพยนตร์ ร้านเกม ร้านคาราโอเกะ และร้านอินเทอร์เน็ต ในส่วนที่กระทรวงวัฒนธรรมรับผิดชอบให้มีการทำความสะอาด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1247457489culture-ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


“ธีระ”รมว,วธลงพื้นที่ตรวจร้านเกม พร้อมแนะนำข้อปฏิบัติป้องกันไข้หวัด 2009
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2552 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) พร้อมด้วยนายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร ออกตรวจเยี่ยมร้านเกม ในย่านตลาดกลางเมืองกำแพงเพชร เพื่อให้คำแนะนำการป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 และได้มีการแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ รวมทั้ง ติดป้ายประกาศข้อแนะนำในการปฏิบัติการป้องกัน 3 ข้อ ตามมาตรการของรัฐบาล

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1247457290mrw-ic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


พิธีเปิดสัมมนาโครงการเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตยในสังคมไทย
นายธีระ สลักเพชร เป็นประธานพิธีเปิดสัมมนาโครงการเสริมสร้างวัฒนธรรม ประชาธิปไตยในสังคมไทย และบรรยายพิเศษ ณ หอประชุมทองคูณหงษ์พรรณ วิทยาลัยพละศึกษา จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2552

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1246619938tt.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


กระทรวงวัฒนธรรมรุกสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยฟื้นความเป็นไทยสร้างสันติสุขในสังคม
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ที่สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสุโขทัย นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยในสังคมไทย เพื่อสร้างจิตสาธารณะและความเข้มแข็ง และเปิดเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระอบบประชาธิปไตยให้กับชุมชน โดยมีองค์กรส่วนท้องถิ่น เครือข่ายวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมหมู่บ้าน ตำบล ชุมชน นักศึกษาและประชาชน เข้าร่วมกว่า 1,000 คน จากนั้นได้บรรยายพิเศษเรื่อง แนวนโยบายแห่งรัฐและกระทรวงวัฒนธรรมในการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยว่า ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ประชาชนมีความทุกข์อยู่ในใจว่าการเมืองในประเทศไทยเปลี่ยนไป คนไทยไม่ยิ้ม ไม่รักสงบเหมือนเมื่อก่อน ในอดีตเราส่งเสริมยกย่องคนทำดี ให้มีคุณธรรมจริยธรรมสูงสุด ไม่จำเป็นต้องมีเงินทองมากมาย แล้วคดโกง แต่ขอให้เป็นคนดี คนในสังคมก็จะยกย่อง แต่สังคมไทยปัจจุบันมีความเปลี่ยนไปในทิศทางที่เสื่อมลง คือ เน้นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เอาเรื่องเงิน และทุนเป็นตัวตั้ง ใช้เงินเป็นตัวแลกเปลี่ยน สังคมยกย่องคนมีเงิน ด้วยวิธีการต่างๆ คนเห็นแก่ตัว แก่งแย่งกัน เพื่อหาเงิน เพราะเงินเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ทำให้คนไทยพึ่งพาตนเองน้อยลง แต่กลับหันมาพึงพารัฐบาล นักการเมือง เพื่อได้มาซึ่งชื่อเสียงลาภยศ ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ การสำรวจของเอแพคปรากฎผลว่า เยาวชนและประชาชนยอมรับนักการเมืองที่โกงกินบ้านเมือง แต่ขอให้อยู่ดีกินดี แสดงให้เห็นว่าหลักธรรมาภิบาลของคนไทยด้อยลง นายธีระ สลักเพชร กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยมีหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งในระบบและนอกระบบ การออมเงินหดหายไป ด้านเด็กและเยาวชนก็มีปัญหา เกิดค่านิยมติดเกม ติดเซ็กส์ ติดแฟชั่นต่างประเทศ จนทำให้คุณธรรมจริยธรรม คุณงามความดีหายไป และเรื่องที่น่าเศร้าที่สุด คือ วัฒนธรรมสันติวิธีของคนไทยหายไป คนไทยไม่พูดด้วยเหตุผล ใครเห็นต่างถือเป็นศัตรู หลังๆ คนไทยสามัคคีตามสีเสื้อ ก่อนออกจากบ้านต้องคำนึงถึงสีเสื้อ ทำให้คนไทยเป็นทุกข์มากขึ้น สังคมไทยแตกแยก คนไทยบางส่วนคุณภาพแย่ลง ทำให้ศักยภาพคนไทยด้อยลง ทางการประกอบอาชีพ การมีส่วนร่วมทางการเมือง อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะช่วยให้ สังคมไทยกลับคืนสู่สังคมรักสงบ คือ การให้คนไทยหันมาใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต เพื่อให้สังคมไทยเกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางออกให้กับประเทศฝ่าวิกฤติของชาติได้ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตของคนไทย ทรงต้องการเห็นพสกนิกรของพระองค์ อยู่ร่วมกันด้วยความรักความสามัคคี ดังนั้นขอให้คนไทยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยึดหลักธรรม 10 ประการ มาใช้ในการดำเนินชีวิต จะทำให้คนไทยเข้มแข็ง มีศักยภาพ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า นักการเมืองเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤติ รวมถึง หน่วยงานทางภาครัฐ ทั้ง กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัด ทำงานไม่เข้มแข็งพอ ไม่ลงลึกสร้างความรู้ทางวัฒนธรรมการเมืองที่ดี ถึงชุมชน ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องมีการขับเคลื่อนวัฒนธรรมประชาธิปไตยผ่านโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ให้ผู้นำชุมชน สภาวัฒนธรรมตำบล หมู่บ้าน เป็นผู้ช่วยขับเคลื่อน และใช้คู่มือวัฒนธรรมประชาธิปไตย ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยอาศัยเสาหลักทางสังคมประกอบด้วย ผู้นำท้องถิ่น วัฒนธรรม ธรรมชาติ และศาสนา ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่นมาช่วยในการจัดทำแผนชุมชน โดยการฟื้นฟูวัฒนธรรมฐานรากมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประชาธิปไตยท้องถิ่น รวมทั้งยังจะช่วยส่งผลต่อดีต่อเศรษฐกิจของครอบครัวและชุมชน และสามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง บนสังคมแห่งสันติสุขอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจะจัดงานส่งเสริมวัฒนธรรมประชาธิปไตยขยายไปตามส่วนภูมิภาค ได้แก่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี ” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1246619699topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดงานโครงการ ค่ายศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ Art for All เติมรักด้วยรอยยิ้ม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประธานกล่าวเปิดงานและมอบสัญลักษณ์ ให้กับผู้แทนเยาวชน ๕ ประเภท คือ พิการทางตา พิการทางหู พิการทางร่างกาย พิการทางปัญญา และผู้ไม่พิการ จากโครงการ ค่ายศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ Art for All เติมรักด้วยรอยยิ้ม โดยมีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เข้าร่วม ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1246430493korea-thai.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


การจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมโลก กรุงเทพฯ – เคียงจู ๒๕๕๓ (Bangkok-Gyeongju World Culture EXPO 2010)
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นผู้แทนฝ่ายไทยในการลงนามบันทึกความร่วมมือ ร่วมกับนายคิม กวาน ยง (Mr.Kim Kwan Yong) ผู้ว่าการมณฑลเคียง ซัง บุค-โด ผู้แทนฝ่ายเกาหลี ในการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมโลก กรุงเทพฯ – เคียงจู ๒๕๕๓ (Bangkok-Gyeongju World Culture EXPO 2010) เพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและ มีการนำศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศมาใช้ในการเพิ่มคุณค่า ต่อสังคมและเป็นมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ และสร้างภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมเชิงท่องเที่ยว ที่โรงแรมแชงกรี-ล่า โดยมีเรืออากาศเอกสุริยะ ศึกษากิจ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายนัม ซัง จุง ที่ปรึกษาผู้ว่าการด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศ ผู้แทนเข้าร่วมด้วยเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ////// นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมโลก กรุงเทพฯ – เคียงจู ๒๕๕๓ (Bangkok-Gyeongju World Culture EXPO 2010) โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเกาหลีใต้ ในฐานะประเทศไทยเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาค มีวัฒนธรรมที่หลากหลายโดดเด่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานคล้ายคลึงกับเกาหลีโดยเฉพาะเมืองเคียงจู (Gyeongju) ซึ่งมีอารยธรรมโบราณอาณาจักรชิละเทียบเคียงได้กับราชอาณาจักรสุโขทัย โดยการ จัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับนานาชาติรวมทั้งระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี มีการนำศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศมาใช้ในการเพิ่มคุณค่าต่อสังคมและเป็นมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ และสร้างภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมเชิงท่องเที่ยว รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ทั้งในระดับทวิภาคีและระหว่างภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นายธีระ สลักเพชร กล่าวเพิ่มเติม ในเบื้องต้นกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดลงนามบันทึกความร่วมมือการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมโลก กรุงเทพฯ – เคียงจู ๒๕๕๓ (Bangkok- Gyeongju World Culture EXPO 2010) โดยมีนายคิม กวาน ยง (Mr.Kim Kwan Yong) เป็นผู้ลงนามฝ่ายเกาหลี เพื่อเป็นกรอบแนวทางความร่วมมือการจัดงานระหว่างกัน ในการจัดกิจกรรมภายในงาน อาทิ การแสดงนาฏศิลป์และดนตรีแบบดั้งเดิมของทั้งสองประเทศ เทศกาลศิลปะการแสดงนานาชาติ นิทรรศการวัฒนธรรม คอนเสิร์ต เทศกาลภาพยนตร์ ภาพยนตร์แอนนิเมชั่น กิจกรรมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว นิทรรศการและการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม เป็นต้น ระหว่างวันที่ ๑๙ ตุลาคม – ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท้องสนามหลวง และสถานที่จัดแสดงศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ทั้งที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร โรงละครแห่งชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ในระหว่างการเยือนเกาหลีใต้ของนายกรัฐมนตรีของไทย (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาได้มีการพบหารือความร่วมมือทวิภาคีกับประธานาธิบดีอีมยองบัก ซึ่งมีเรื่องความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในการจัดงาน Bangkok- Gyeongju World Culture EXPO 2010 เป็นประเด็นหนึ่งในการสนทนาโดยทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบในการสนับสนุนการจัดงาน Bangkok-Gyeongju World Culture EXPO 2010 ให้ประสบผลสำเร็จและอำนวยประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายตามวัตถุประสงค์ สำหรับงานมหกรรมวัฒนธรรมโลก (World Culture EXPO) ได้จัดขึ้นครั้งแรกที่ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อ ระหว่างวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ – ๙ มกราคม ๒๕๕๐ (ระยะเวลา ๕๐ วัน) ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ใกล้นครวัด เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ซึ่งปรากฏว่า การดำเนินงานประสบความสำเร็จด้วยดี มีผู้ชมจำนวนกว่า ๔๕๐,๐๐๐ คน และมีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมงานกว่า ๓๐ ประเทศ ซึ่งนอกจากความสำเร็จในการเผยแพร่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแล้ว ยังเกิดผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ โดยปรากฏว่า การจัดงานส่งผลให้มีการขยายตัวทางการค้าระหว่างสาธารณรัฐเกาหลีและกัมพูชาอย่างชัดเจน การส่งออกไปเกาหลีเพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ ๓๐ และการนำเข้าจากกัมพูชาเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๒ รวมทั้งการขยายการท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเกาหลีเดินทางไปกัมพูชาเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๒๐ ด้วย

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1246421394kru-aue.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ยูเนสโกเตรียมประกาศครูเอื้อเป็นบุคคลสำคัญของโลก
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอชื่อ ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นบุคคลสำคัญของไทย ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี ในโครงการเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรม ซึ่งจะครบรอบ ๑๐๐ ปี ใน พ.ศ.๒๕๕๓ (ค.ศ.๒๐๑๐) ในขณะนี้ได้รับรายงานว่า คณะกรรมการคัดเลือกได้ยืนยัน ผลการประชุมพิจารณารอบที่ 2 ของคณะกรรมการกลั่นกรองคัดเลือกบุคคลสำคัญของโลกทั้ง 5 สาขา การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้ผ่านการพิจาณาแล้ว

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1246421003culture-chaiengrai.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นาย ธีระ สลักเพรช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย
นาย ธีระ สลักเพรช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย ณ หอประชุมศูนย์ส่งเสริมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1245745432culture-topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


วธ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในวิถีชีวิตวัฒนธรรมประชาธิปไตย
เมื่อเร็วๆนี้ นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง “การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในวิถีชีวิตวัฒนธรรมประชาธิปไตย” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยโครงการดังกล่าวกระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายสนับสนุนให้ชุมชนได้ศึกษาหลักธรรมตามรอยพระยุคคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๑๐ ประการ ซึ่งเป็นหลักธรรมที่ทรงถือปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา ๖๓ ปี แห่งการครองราชย์ ที่แสดงให้เห็นแนวทางการครองตน ครองคน ครองงาน และการอยู่ร่วมกันอย่างมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย โดยพระองค์ทรงเป็นกษัติย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม ทรงตรากตรำพระวรกายเสด็จฯเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือประชาชนในทุกหนแห่งทั่วประเทศ ซึ่งพระราชกรณียกิจและพระจริยวัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสะท้อนให้เห็นถึง “หลักธรรม” ที่ทรงยึดถือปฏิบัติอยู่อย่างเคร่งครัด และต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งประชาชนชาวไทย สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นหลัก “การพึ่งตนเอง” และ “หลักความเรียบง่าย และประหยัด” เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข สมควรที่คนไทยจะได้น้อมนำหลักธรรมตามรอยพระยุคคลบาทของพระองค์ทั้ง ๑๐ ประการ มาเป็นกรอบในการดำเนินชีวิต โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะเร่งส่งเสริมพื้นฐานทางจิตใจ ของคนในชาติให้มีสำนึกในหลักธรรม ๑๐ ประการ ของพระองค์ท่าน ได้แก่ กตัญญู พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดี ทำงานอย่างผู้รู้ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ อดทน ยึดธรรมะ และความถูกต้อง ต้องมุ่งประโยชน์ส่วนรวม รับฟังความคิดเห็น และเคารพความคิดที่แตกต่าง โดยอยากให้ประชาชนน้อมนำหลักธรรมดังกล่าวไปปฏิบัติและนำไปประยุกต์เข้ากับการทำงานต่อไป นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการจัดสัมมนาในครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการเปิดประเด็น “การเรียนรู้หลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท” สู่การเรียนรู้ของสังคมและกระตุ้นให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มศิลปินหลากหลายสาขา และมีการปาฐกถาพิเศษ โดยศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี รวมทั้งยังมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย เครือข่ายศิลปิน ได้แก่ ศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินร่วมสมัย และเครือข่ายทางวัฒนธรรม คือวัฒนธรรมจังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด นักเรียน นักศึกษา และเครือข่ายภาคประชาชน จำนวนทั้งสิ้นกว่า ๑,๐๐๐ คน เข้าร่วมกิจกรรมการสัมมนาในครั้งนี้

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1245128536culture-topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


วธ.ชงยุทธศาสตร์ส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เล็งรีดภาษีร้านเกม-โอเกะ 1% ตั้งกองทุนผลิตสื่อสร้างสรรค์
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์แห่งชาติได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคธุรกิจ จัดทำร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2552-2554 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ตนจะนำร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งสาระสำคัญของร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิต เผยแพร่ ถ่ายทำ จัดจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่สำคัญในตลาดโลก รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และที่สำคัญจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นเขตปลอดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และลดความสูญเสียจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์ นอกจากนี้ หากร่างยุทธศาสตร์ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. จะทำให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์มากขึ้น โดยเฉพาะการนำทุนมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ซึ่งมีอยู่มากมาย ไปใช้ในการสร้างภาพยนตร์ เหมือนกับประเทศสาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น นายธีระ กล่าวต่อว่า จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ตนมองว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และวีดิทัศน์น่าจะเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์ สร้างงาน และสร้างรายได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ประเทศไทยยังมีรายได้จากภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์เพียง 28 ล้านบาท ดังนั้น ถ้ายังไม่มีกรอบทิศทางหรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ก็จะส่งผลทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสในการพัฒนาวงการภาพยนตร์ รวมถึงการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการเห็นว่า ทางภาครัฐควรสนับสนุนเงินทุนในการสร้างสื่อที่ดี โดยเฉพาะรายการเด็ก เนื่องจากรายการดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตสินค้าในการลงโฆษณา ดังนั้น ตนจะเร่งผลักดันกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยอาจจะตั้งเป็นองค์การมหาชน หรือ ออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้มีกฎหมายรองรับและอยู่ได้อย่างยั่งยืน สำหรับเงินกองทุนได้หารือกับ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)แล้ว โดยจะจึงดึงเงินจากกองทุนของ กทช.จำนวน 500 ล้านบาทมาใช้ ในขณะเดียวกันจะต้องหารือกับคณะอนุกรรมการที่ดูแลเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนอีกครั้งว่า จะใช้แหล่งทุนที่ใด เช่น อาจจะเก็บภาษีจากร้านคาราโอเกะ ร้านเกม สื่อต่างประเทศ 1% เข้ากองทุนดังกล่าว เป็นต้น นอกจากนี้ ตนจะนำเสนอเกี่ยวกับการลดภาษีให้แก่ ผู้ประกอบการภาพยนตร์ หรือภาพยนตร์ต่างประเทศที่จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย และผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เพราะยังติดในข้อกฎหมายของกรมสรรพากรที่ยังไม่เปิดช่องให้แก่เรื่องนี้ ซึ่งน่าจะทำได้ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับเรื่องมาตรการภาษี

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1245127540culture-thailand-topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


กระทรวงวัฒนธรรม สร้างสรรค์ภาพไตรภูมิ สมัย ร.๙ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กระทรวงวัฒนธรรม สร้างสรรค์ภาพไตรภูมิ สมัย ร.๙

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1244111866culture-thai-topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว "การสร้างสรรค์ไตรภูมิ สมัยรัชกาลที่๙"
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว "การสร้างสรรค์ไตรภูมิ สมัยรัชกาลที่๙"

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1244111397culture-thai.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมสัญจร
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมสัญจร

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1243412671culture-thai.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


พิธีเปิดป้ายสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดป้ายสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี ซอยเทพสตรี ๒ ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยมีนายจารุพงศ์ พลเดช ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีให้การต้อนรับ เมี่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1243223417culture-thai.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


มหกรรมปัตตานีย้อนยุค สู่สันติสุขแดนใต้
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.)เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดปัตตานี กำหนดจัดโครงการศาสนาศิลปวัฒนธรรมสัญจรสู่ชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 โดยใช้ชื่องานว่า“มหกรรมวัฒนธรรมปัตตานีย้อนยุค สู่สันติสุขแดนใต้” วันที่ 3-7 มิถุนายน 2552 ณ ลานศิลปวัฒนธรรมลานศิลปวัฒนธรรม จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นการเสริมพลังสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่างภาครัฐกับประชาชน และประชาชนด้วยกันเอง ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และประชาชนในการอยู่ร่วมกัน บนความหลากหลายทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม โยงใยผูกพัน เกิดความสมานฉันท์ และสันติสุข ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมิติทางวัฒนธรรมมาใช้ในการเสริมสร้างความสมานฉันท์ บนความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นกลไกการฟื้นฟูสังคมและสันติสุข สามารถใช้ชีวิตตามความเชื่อ ศาสนาที่แตกต่างกัน และทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างมีการยอมรับซึ่งกันและกันได้อย่างสงบสุข อย่างที่เคยเป็นมา

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242968799topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการและร่วมประมูลผลงานศิลปกรรม “บัวแก้วสำราญศิลป์สุนทรีย์ไทย”
เมื่อวันที่ ๒๐ พ.ค. ๒๕๕๒ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการและร่วมประมูลผลงานศิลปกรรม “บัวแก้วสำราญศิลป์สุนทรีย์ไทย” โดยมี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากคณะทูตานุทูต สมาชิกหอการค้าต่างประเทศ ผู้แทนหน่วยงานและองค์กรระดับชาติ บุคคลสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน และผู้ที่สนใจงานศิลปะ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นิทรรศการศิลปะครั้งในเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม และกองทุนส่งเสริมการศึกษาสร้างสรรค์ศิลปะ “มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์” ที่จะช่วยส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานของศิลปินไทยสู่สายตาชาวต่างประเทศในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความเข้าใจในการสร้างความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชน รวมถึงการประกาศศักดิ์ศรีและความสามารถของศิลปินไทย ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่เข้าร่วมประมูลผลงานศิลปะในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการสนับสนุนศิลปินไทยให้พื้นที่ในการแสดงผลงาน และมีกำลังใจที่สร้างสรรค์ผลงานที่ดีเยี่ยมออกมาสู่สายตาอารยชน สำหรับตนนั้นวันนี้ได้ร่วมประมูลไปทั้งหมด ๔ ภาพ ประกอบด้วย ภาพ “Fantasy Way” ผลงานของสมพร แต้มประสิทธิ์ “สันติภาพ” ผลงานของดนัยพัฒน์ เลิศพุทธิตระการ “ทะเลแสนงาม” ผลงานของบุญสันต์ หวานอารมย์ “เขาค้อ” ผลงานของธณฤษภ์ ทิพย์วารี ซึ่งแต่ละภาพที่เลือกมาล้วนแต่มีความสวยงาม น่าสะสม จะเห็นว่าทั้ง ๔ ภาพที่เลือกมานั้นเป็นของศิลปินที่หลากหลาย หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกจะประกอบด้วย เนื้อหาของภาพ ที่ศิลปินสื่อออกมา องค์ประกอบของภาพ และตัวศิลปินที่วาดภาพนั้น อย่างเช่นภาพ เขาค้อ จะเห็นได้ว่าเป็นภาพที่มีองค์ประกอบที่ลงตัวสมดุลกัน สีที่ปรากฎในภาพเป็นสีที่ตัวศิลปินมีความกล้าหาญที่เลือกใช้ แม้ว่าสีจะตัดกัน แต่ก็มีความลงตัวอยู่มาก สำหรับภาพที่ตนประมูลมานั้นจะนำไปติดไว้ที่กระทรวงวัฒนธรรม

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242737787topiccc.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานโครงการ " การเรียนรู้หลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานโครงการ " การเรียนรู้หลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท ศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242299149topcc.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


กระทรวงวัฒนธรรมบ่มเพาะต้นกล้าอาชีพศิลปวัฒนธรรม
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เวลา 10.00 น. นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานแถลงข่าวโครงการต้นกล้าอาชีพศิลปวัฒนธรรม ตามนโยบายต้นกล้าอาชีพของรัฐบาล ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานของรัฐบาล เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ผู้ว่างงานมีความสามารถและทักษะเพิ่มขึ้นมีความตื่นตัว รับรู้ความสำคัญของการสร้างงาน ตลอดจนสามารถนำความรู้และทักษะกลับไปทำงานในภูมิลำเนาได้ รวมถึงมีทางเลือกใหม่ในการประกอบอาชีพอย่างอิสระ และคืนกลับเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมด้วยคุณภาพ ฝีมือแรงงานที่สอดคล้องกับการยังชีพ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงดำรงตนอยู่อย่างมีความสุขได้

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242207789topicc.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


พิธีเปิด การแสดงเยาวชนอาเซียน( Asean Youth Cultural Forum )
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิด การแสดงเยาวชนอาเซียน( Asean Youth Cultural Forum ) ณ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242115428topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดงานค่ายเยาวชนและครอบครัวและมอบเกียรติบัตรแก่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ประจำปี 2552
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (ปลัด วธ.) เป็นประธานในการเปิดงานค่ายเยาวชนและครอบครัวและมอบเกียรติบัตรแก่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ประจำปี 2552 ของสมาคมคริสตจักรความหวัง และมูลนิธิความหวังของชาวไทย ซึ่งมีการจัดกิจกรรมในการเสริมสร้างการพัฒนาคน และชุมชนให้เข็มแข็ง มีทัศนคติและค่านิยมที่ดี รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมและห่างไกลจากอบายมุข โดยมีเยาชนกว่า 1,000 คน เข้าร่วม ที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242113282topp.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดนิทรรศการ ภาพถ่าย แสงแห่งรุ้ง สถิตในดวงใจนิรันดร์ เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็พระเจ้าพี่นางเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการภาพถ่าย แสงแห่งรุ้ง สถิตในดวงใจนิรันดร์ เพื่อน้อมรำลึกถึงสมเด็พระเจ้าพี่นางเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์พร้อมด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม คุณเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ผู้บริหารสายอาวุโส สายการตลาด บริษัทสยามพารากอนดิวลอปเมนต์ จำกัด นายกสมาคมสร้างคุณค่าแห่งประเทศไทย และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ณ ลาน Hall of Mirrors ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242112011toppic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆารวาส กล่าวเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมในวันวิสาขบูชาและชมกิจกรรมตามฐานต่างๆ
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆารวาส กล่าวเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วม กิจกรรมในวันวิสาขบูชาและชมกิจกรรมตามฐานต่างๆ บริเวณ พระบรมบรรพต(ภูเขาทอง) ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี ๒๕๕๒ ณ พระอุโบสถวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1242110861topp.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางไป เป็นประธานในพิธีทำบุญ "นุ่งผ้าไทย ใส่บาตรหนังสือดี"
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางไป เป็นประธานในพิธีทำบุญ "นุ่งผ้าไทย ใส่บาตรหนังสือดี" และ นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ หน้าอาคารมาลีนนท์ TV ช่อง๓ โดยมีนายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ ไทยทีวีสีช่อง ๓ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1241170263topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


รำลึกถึงสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระกรุณาธิคุณอย่างอเนกอนันต์ต่อนานาประชาราษฎร์และประเทศชาติ แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัย ท่ามกลางความเศร้าโศกของพสกนิกรชาวไทย หากแต่โครงการมากมายในพระอุปถัมภ์ ทั้งด้านการศึกษา สังคมสงเคราะห์ การแพทย์และสาธารณสุข ปรัชญาและศาสนา ศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม โบราณคดีและประวัติศาสตร์ ยังคงประโยชน์ต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างใหญ่หลวง

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1240907765topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานมอบรางวัลให้กับนักเรียน ในเวทีสรรพศิลป์
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานมอบรางวัลให้กับนักเรียน ในเวทีสรรพศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเก่งสร้างชาติ เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๒ ณ อิมเพ็คอารีน่าเมืองทองธานี

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1240907207topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


งานแถลงข่าว โครงการเทศกาลศิลปวัฒนธรรม “บางกอก...กล๊วย...กล้วย!!”
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธานในงานแถลงข่าว โครงการเทศกาลศิลปวัฒนธรรม “บางกอก...กล๊วย...กล้วย!!” (Bangkok…Bananas!!)

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/topic.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดวธ.ร่วมงาน Wonderful Thailand 2009 ณ Senayan City กรุงจาการ์ตา
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดวธ.ร่วมงาน Wonderful Thailand 2009 ณ Senayan City กรุงจาการ์ตา เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มรดกโลก Borobudur และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ณ เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/mob07042009.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางไปมอบนโยบายด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมภาคประชาชน
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางไปมอบนโยบายด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมภาคประชาชน ณ ห้องประชุมอาคารเฉลิมพระเกียรติ(ห้องK-A 500) มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันศุกร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/3.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน "ฮ่วมใจ๋ กั๋นสร้างงาน งามภูมิปัญญา เครื่องเงินบ้านวัวลาย"
เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๒ จังหวัดเชียงใหม่ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน "ฮ่วมใจ๋ กั๋นสร้างงาน งามภูมิปัญญา เครื่องเงินบ้านวัวลาย"

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1.JPG) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


การแสดงเฉลิมพระเกียรติ ดนตรีไทยพิลาส เฉลิมราชกุมารี
การแสดงเฉลิมพระเกียรติ ดนตรีไทยพิลาส เฉลิมราชกุมารี เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย
เยี่ยมชุมชนชาวเล
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/0204bdf8.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


สงกรานต์ออสเตรเลีย
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/7c9df7b1.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดเสวนา เรื่อง ลูกปัด
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/0378d5a7.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดตัวหนังสือ
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/fe4c320f.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดศูนย์วธ.ชาวไทยกะเหรี่ยง
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/61e0a8ac.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


รมว.เปิดประชุมสัมมนาฯ
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/70f7b77c.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดงานมหกรรมฯ
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/36fee39b.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ประชุมหารือ
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/77fc237b.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


คืนโบราณวัตถุ ๗ ชิ้น
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/b9665f84.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


งานเลี้ยงศิลปินแห่งชาติ
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/048057d9.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


ปลัดฯเปิดสัมมนาลุ่มน้ำโขง
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/26fc9905.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


กงสุลใหญ่
MR.SAIDRAKIM IKRAMOV กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอุซเบกิสถานประจำประเทศไทยและ MR.MUROD GULYAMOV รองกงสุลสาธารณรัฐอุสเบกิสถาน เข้าพบนายวีระ โรจน์พจนรัจน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ณกระทรวงวัฒนธรรม วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/5032e884.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


รางวัลสุพรรณหงส์
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/120a1d99.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


มอบทุนการศึกษา
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/ce3ab0c1.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


เปิดงานมหกรรมฯ
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/135e0661.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


วัฒนธรรมสัญจรสู่สถานศึกษา
.

 สาระน่ารู้ กระทรวงวัฒนธรรม

กวางสี
“จ้วง”กวางสี ต้นกำเนิดตระกูลภาษาไทย?
วันภาษาไทยแห่งชาติ
๒๙ กรกฎาคม ภาษาไทยแห่งชาติ
รายละเอียด และขั้นตอนต่างๆ ในการจดแจ้งการพิมพ์

1.ตัวอย่างการยื่นขอจดแจ้งที่เป็นนิติบุคคล
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/ตัวอย่างแบบพ.1.pdf

2.ตัวอย่างการกรอกข้อมูล แบบ พ.3
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/ตัวอย่างแบบพ.3.pdf

3.ตัวอย่างหนังสือนำส่ง
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/ตัวอย่างหนังสือนำส่ง.pdf

4.ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งพิมพ์ ตาม พรบ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการพิมพ์.pdf

5.แบบฟอร์มจดแจ้งการพิมพ์
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/แบบฟอร์มจดแจ้างการพิมพ์form.doc

6.พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๐
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์2550.pdf

7.สถานที่รับจดแจ้งการพิมพ์
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/สถานที่รับจดแจ้งการพิมพ์.pdf

8.หลักการและวิธีการจดแจ้ง
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/หลักการและวิธีการจดแจ้ง.pdf

9.เอกสารที่ใช้การจดแจ้ง
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/เอกสารที่ใช้การจดแจ้ง.pdf

10.เอกสารประกอบการเปลี่ยนแปลงยกเลิกรายการสิ่งพิมพ์
http://www.m-culture.go.th/downloads/pim/เอกสารประกอบการเปลี่ยนแปลงยกเลิกรายการสิ่งพิมพ์.pdf

การขอจัดตั้งสมาคม-มูลนิธิ
เอกสารประกอบการจัดตั้งมูลนิธิ ก. คำร้องและเอกสารประกอบการขอจัดตั้งมูลนิธิต้องทำเอกสาร ๒ ชุด ข. เอกสารชุดหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้ ๑. แบบคำร้องขอจดทะเบียนใบอนุญาต (แบบ ว.ธ.๑) ๒. ข้อบังคับมูลนิธิ ๓. รายงานการประชุมผู้เริ่มการจัดตั้งมูลนิธิ (ระบุในวาระเรื่อง ชื่อมูลนิธิ ความหมาย และ เหตุผลที่ใช้ชื่อมูลนิธิ สถานที่ตั้ง วัตถุประสงค์ และรายชื่อคณะกรรมการชุดแรก) ๔. หนังสือรับรองสถานภาพทางการเงินของผู้ให้คำมั่นสัญญาจากธนาคาร โดยระบุชื่อผู้มี อำนาจเบิกถอนเงินจากธนาคารด้วย ๕. หนังสือคำมั่นสัญญาว่าจะยกทรัพย์สินให้แก่มูลนิธิ (ตามที่ธนาคารระบุชื่อและต้องเป็นคนละคน กับผู้รับคำมั่นสัญญา) ๖. แผนที่ตั้งสำนักงานมูลนิธิ ๗. หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่ตั้งมูลนิธิพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านของสำนักงานที่ตั้งมูลนิธิ ๗.๑ กรณีสถานที่ตั้งมูลนิธิ เป็นสถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด หรือมัสยิด ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้สถานที่ตั้งจากนิติบุคคลเจ้าสังกัด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หากมีตราประทับของหน่วยงานราชการให้ประทับตราด้วย ๗.๒ สำหรับสถานศึกษาเอกชน ให้แนบสำเนาหนังสืออนุญาตจัดตั้งสถานศึกษา จากทางราชการด้วย ๗.๓ กรณีใช้ชื่อ สถานที่ราชการ สถานศึกษา วัด หรือมัสยิด ประกอบเป็นชื่อมูลนิธิ ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อจากนิติบุคคลเจ้าสังกัด หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ๘.หนังสืออนุญาตให้ใช้ชื่อตัวและชื่อสกุล หรือชื่อสกุลเป็นชื่อมูลนิธิ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน (กรณีใช้ชื่อดังกล่าวประกอบเป็นชื่อมูลนิธิ) ๙. บัญชีรายชื่อคณะกรรมการชุดแรกของมูลนิธิ ๑๐. ประวัติของผู้เริ่มการจัดตั้งมูลนิธิ ๑๑. สำเนาบัตรประจำตัวที่ทางราชการออกให้และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เริ่มการจัดตั้งมูลนิธิ ๑๒. สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้รับรองประวัติ (ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไป) ** ข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไปเป็นผู้รับรองประวัติผู้เริ่มการ แทนการบันทึกถ้อยคำของพนักงาน เจ้าหน้าที่ (เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร) ค. คำอธิบายเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิโดยสังเขป ๑. ในการจัดตั้งมูลนิธิ จะต้องมีผู้เริ่มการอย่างน้อย ๓ คน ๒. ทรัพย์สินที่เป็นทุนในการขอจัดตั้งมูลนิธิ
ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์
ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตประกอบกิจการฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ เอกสารประกอบคำขอ กรณีบุคคลธรรมดา ขั้นที่ ๑ เตรียมเอกสารหลักฐาน ๑.๑ สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอ ๑.๒ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอ ๑.๓ รูปถ่ายของผู้ขอ ขนาด ๒ นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน) จำนวน ๒ รูป ๑.๔ ภาพถ่ายรูปร้าน ขนาดโปสต์การ์ด จำนวน ๓ รูป มีลักษณะดังนี้ รูปที่ ๑ ถ่ายระยะไกล แสดงให้เห็นที่ตั้งร้าน (บ้าน ตึก ห้างฯ โรงแรม) รูปที่ ๒ ถ่ายระยะใกล้ แสดงให้เห็นด้านหน้าของร้าน ป้ายชื่อร้าน เลขที่ร้าน รูปที่ ๓ ถ่ายภายในร้าน แสดงให้เห็นลักษณะการประกอบกิจการ หรือการให้บริการ เช่น ให้เห็นที่วางของหรือที่ฉายภาพ (โต๊ะเกม ตู้เกม จอโทรทัศน์ ฯลฯ) ๑.๕ หนังสือรับรองของข้าราชการระดับ ๔ ขึ้นไป พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าไม่ต่ำกว่าข้าราชการระดับ ๔ หรือสมาคมการค้าเกี่ยวกับเทปและวัสดุโทรทัศน์ (รับรองความประพฤติ) พร้อมแนบสำเนาบัตร และลงชื่อรับรองสำเนา ๑.๖ หลักฐานการเสียภาษีเงินได้ ๑.๗ ชื่อร้านและแผนผัง แผนที่ และที่ตั้งร้าน ๑.๘ หลักฐานแสดงว่าผู้ขอมีสิทธิใช้สถานที่ประกอบกิจการ เช่น สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้า หรือ ภพ.๐๒ กรณีไม่มีใบทะเบียน ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่มาแสดง พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน หรือเจ้าของสถานที่พร้อมลงชื่อรับรองสำเนา ขั้นที่ ๒ การกรอกแบบฟอร์ม ๒.๑ กรอกแบบคำขออนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (ทท.๑) ๒.๒ กรอกแบบคำขออนุญาตให้ฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (ทท.๔) ๒.๓ กรอกแบบคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (ทท.๓) (โดยให้นำสำเนา แนบ ทท.๓ เดิมมายื่นประกอบพร้อมเอกสารในการขอต่ออายุใบอนุญาตทุกครั้ง) ขั้นตอนที่ ๓ การยื่นเอกสาร ให้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ กลุ่มควบคุมใบอนุญาตฯ สำนักทะเบียนและตรวจสอบภาพยนตร์เทป และวัสดุโทรทัศน์ (ชั้น ๑ อาคารนิทรรศการ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๒๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๗๐๐๒๘ ต่อ ๕๐๓๑, ๕๐๓๒โทรสาร ๐ ๒๒๔๕ ๙๖๔๗-๘ -๒- ขั้นที่ ๔ การพิมพ์ลายนิ้วมือ สำหรับผู้ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการเช่า แลกเปลี่ยน จำหน่าย ซึ่งเทปและวัสดุโทรทัศน์ ขั้นที่ ๕ การชำระค่าธรรมเนียม ๕.๑ ขออนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่าย ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (แบบ ทท.๑) (ระยะเวลา ๒ ปี) ชำระค่าธรรมเนียม ๑,๐๐๐ บาท ๕.๒ ขออนุญาตให้ฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (แบบ ทท.๔) (ระยะเวลา ๖ เดือน) ชำระค่าธรรมเนียม ๒๕๐ บาท ๕.๓ ขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ (แบบ ทท.๓) ชำระค่าธรรมเนียม ๑,๐๐๐ บาท ๕.๔ ขอออกใบแทนใบอนุญาตทุกชนิดกรณีสูญหายหรือชำรุดในข้อความสำคัญ ชำระค่าธรรมเนียม ๒๕ บาท
ปริศนาเมืองโบราณ เชียงชื่น–เจียงจืน? อยู่ที่ไหน
งานสัมมนาวิจัยวิจักขณ์ ครั้งที่ 4 กรมศิลปากร ลุล่วงไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีหัวเรื่องงานโบราณคดีที่น่าสนใจอยู่จำนวนมาก 1 ในหัวข้อที่หยิบมานำเสนอคือเรื่อง “เชียงชื่น : เจียงจืน? อยู่ที่ไหน” ของ นายปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 น่าน ปฏิพัฒน์ กล่าวว่า ชื่อเมืองเชียงชื่นมีปรากฏอยู่ในโคลงยวนพ่าย ซึ่งเป็นวรรณคดีไทยสมัยอยุธยา แต่งขึ้นเพื่อยอพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถที่ทรงมีชัยชนะต่อล้านนา และเมืองเชียงชื่นเป็นเมืองสำคัญที่แย่งชิงกันระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่าย จนท้ายที่สุดกองทัพอยุธยาได้รับชัยชนะยึดเมืองเชียงชื่นกลับมาเป็นของตนเองได้อีกครั้ง อะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทั้งอยุธยาและล้านนามีความต้องการยึดเมืองเชียงชื่นมาเป็นของตนเองให้ได้ ปฏิพัฒน์มอง “ย้อนเวลาไปหาอดีต จะเห็นได้ในบรรดาเอกสารโบราณต่างๆ ไม่มีการกล่าวถึงชื่อเมืองเชียงชื่นแต่อย่างใด มีเพียงในโคลงยวนพ่ายเท่านั้นที่กล่าวถึง และนักวิชาการส่วนใหญ่สันนิษฐานกันว่า เมืองเชียงชื่นคือเมืองเชลียง จะขอยกไว้ไม่กล่าวถึง แต่ที่อยากกล่าวถึงเมืองโบราณเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ริมแม่น้ำยมขึ้นไปทางเหนือไม่ไกลจากเมืองเชลียงนัก และไม่ไกลจากเมืองตรอกสลอบในเขตอำเภอวังชิ้น นั่นคือเมืองโบราณเจียงจืน” เจียง คือ เชียง หมายถึง เมือง ส่วน จืน คือ ตะกั่ว รวมความแล้วหมายถึง เมืองที่มีตะกั่ว เมืองโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตบ้านไฮสร้อย ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เมื่อสำรวจแล้วพบว่าเป็นเมืองที่มีลำน้ำไหลผ่านด้านหนึ่งของตัวเมือง ส่วนอีกด้านหนึ่งติดกับแม่น้ำยม ปฏิพัฒน์ บันทึกจากคำสัมภาษณ์ ลุงอิน แปงแสนมูล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) และได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มาเป็นเวลานาน ให้ข้อมูลว่า ตัวเมืองเจียงจืนเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยม มีกำแพงเมืองก่อด้วยศิลาแลง มีคูน้ำล้อมรอบ มีโบราณสถานสำคัญคือวัดหัวข่วง และพระธาตุไฮสร้อย ยังปรากฏร่องรอยให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะวัดพระธาตุไฮสร้อย ภายในประกอบด้วยพระเจดีย์ พระวิหาร และพระอุโบสถ ชาวบ้านยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก บ้านไฮสร้อยนี้เดิมนั้นเคยมีท่าเรือ ไว้ใช้ในการเดินทาง ขนส่งสินค้าขึ้นล่องไปตามลำน้ำแม่ยมมาก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่อำเภอลอง นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงกันยังมีวัดสำคัญอีกหนึ่งวัดคือวัดนาตุ้ม บ้านนาตุ้ม ตำบลบ่อเหล็กลอง พื้นที่อยู่ใกล้ภูเขาอันเป็นแหล่งแร่เหล็ก ทางพระอธิการวิชัย อภิปุญโญ เจ้าอาวาสวัดองค์ปัจจุบัน ได้นำโบราณวัตถุที่ทางวัดเก็บรวบรวมไว้ มีทั้งชิ้นส่วนของเป้าหลอมโลหะ เศษตะกรันเหล็ก ที่คนในพื้นที่เรียกว่าตับเหล็ก และเชื่อกันว่าเป็นเหล็กชั้นดี เมื่อนำมาหลอมทำอาวุธ ทำเครื่อง มือใช้ต่างๆ ซึ่งแหล่งแร่เหล็กนี้อยู่บนภูเขา ไม่ห่างจากวัดเท่าใดนัก และปัจจุบันชาวบ้านก็ยังมีการขุดหาแร่เหล็ก “ชาวบ้านที่ขุดหาแร่เหล็ก จะมีพิธีกรรมการเปิดหลุมหาแร่เหล็กทุกครั้ง และจะทำปีละหนเท่านั้น โดยยึดตามโบราณในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของภาคเหนือ ตรงกับเดือนอ้ายของภาคกลาง ซึ่งในปีที่ผ่านมาตรงกับวันที่ 31 พฤศจิกายน 2551 คราวนั้นพบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญคือพระพุทธรูปศิลปะล้านนา แบบที่เรียกกันว่าสิงห์ 3 อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-21” ปฏิพัฒน์ ขยายความ และสะท้อนองค์พระพุทธรูปศิลปะล้านนา พิจารณาของพุทธศิลป์องค์นี้แล้วมีรายละเอียดผสมผสานศิลปะสุโขทัยอยู่ พระรัศมีเป็นเปลว พระเกตุมาลาขนาดเล็ก นิ้วพระหัตถ์เรียวงาม มีขนาดไม่เท่ากัน ประทับนั่งสมาธิราบ สังฆาฏิยาว แต่ส่วนปลายตัดตรง นอกจากนี้ชาวบ้านยังพบพระพุทธรูปไม้ศิลปะพื้นเมืองขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง โบราณวัตถุชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่พบ นั่นคือ กบสำริด สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนเครื่องประดับอยู่บนริมหน้ากลองสำริด ที่เรียกกันว่า กลองมโหระทึก ซึ่งเป็นกลองที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม และเท่าที่มีหลักฐานการพบกลองมโหระทึกในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง คือพบที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ และที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน กบสำริดชิ้นนี้พบในลำคลองที่น้ำไหลผ่านหน้าวัด ผอ.สำนักศิลปากรที่ 7 น่าน สะท้อนความสำคัญของเมืองโบราณเจียงจืน ที่มีพระธาตุไฮสร้อยเป็นศูนย์กลางของชุมชน ที่สำคัญคือเป็นแหล่งแร่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแร่เหล็ก แร่ตะกั่ว แร่ดีบุก แร่ทองแดง แร่พลวง และแร่แบไรต์ ที่สำคัญของแร่คือแร่เหล็กและแร่ตะกั่ว จึงมีชื่อเรียกว่า เมืองเจียงจืน และในปัจจุบันนี้ยังเรียกตำบลนี้ว่าตำบลบ่อเหล็กลอง คนในชุมชนยังมีการขุดหาแร่เหล็กอยู่อีกด้วย ที่น่าสนใจไปอีก คือในแผนที่สำรวจเรื่องเหมืองแร่ในบริเวณภาคเหนือของไทยก็พบว่า บริเวณอำเภอลองนี้เป็นแหล่งแร่สำคัญ มีการสำรวจพบแร่นานาชนิดตามที่กล่าวข้างต้น และจากการสำรวจทางโบราณคดีต้าผามอกในบริเวณอุทยานแห่งชาติผากลอง อำเภอลอง ก็พบแหล่งแร่เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะแร่ตะกั่วนี้ในอดีตทางวัดและชาวบ้านแปรธาตุทำเป็นพระพิมพ์วัตถุบูชา แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงอยู่เล็กน้อย นักโบราณคดีท่านนี้ สะท้อนภาพประวัติศาสตร์กลับไป ด้วยเหตุที่บริเวณพื้นที่นี้เป็นแหล่งแร่สำคัญ จึงน่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการแย่งชิงเพื่อครอบครองพื้นที่แหล่งแร่นานาชนิดนี้ ระหว่างอาณาจักรอยุธยากับอาณาจักรล้านนา โดยมี เมืองเจียงจืน หรือที่เรียกกันในโคลงยวนพ่ายว่า เมืองเชียงชื่น ซึ่งเดิมเคยรวม อยู่กับอาณาจักรสุโขทัย เมื่ออยุธยารวมสุโขทัยเข้ามาไว้ในอำนาจได้แล้ว เมืองเชียงชื่นจึงอยู่ในอำนาจอยุธยาด้วย(เมืองครอกสลอบ ซึ่งพบจารึกสมัยสุโขทัยที่วัดวังชิ้น ในอำเภอวังชิ้นนั้นก็อยู่ใต้ลงไปจากเมืองเจียงจืนหรือเชียงชื่นไม่มาก) ไม่เพียงแต่เมืองเชียงชื่นเท่านั้น ในโคลงยวนพ่ายยังกล่าวถึงด้วยว่า กองทัพของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งอยุธยายังยกตามขึ้นไปตีทัพของพระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนาถึงสบตื่น ตรงที่แม่น้ำลี้มาชนกับลำน้ำแม่ตื่น ซึ่งอยู่เหนือเมืองเชียงชื่นขึ้นไปอีกด้วย มีข้อสังเกตด้วยว่ามีการหล่อพระพุทธรูปสำริดของสุโขทัยเป็นจำนวนมาก ทั้งเป็นที่ยอมรับในฝีมือช่างศิลป์มีความสวยงามมาก ส่วนผสมของพระพุทธรูปสำริดนั้นหลอมด้วยทอง แดงและดีบุก ซึ่งแร่ที่นำมาหล่อก็น่าจะมาจากเมืองเชียงชื่นหรือเจียงจืนนั่นเอง นักโบราณคดีท่านนี้กล่าวสรุป หากพิจารณาหลักฐานในแง่ที่เมืองเจียงจืน เป็นแหล่งแร่ที่สำคัญที่สามารถนำมาทำเป็นอาวุธคือเหล็กและแร่อื่นๆ ที่มีความจำเป็นในการสร้างพระพุทธรูปสำริด รวมไปถึงการทำเครื่องไม้เครื่องมือใช้ในชีวิตประจำวัน การแย่งชิงเพื่อครอบครองแหล่งแร่เหล่านี้น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ 2 อาณาจักรอยุธยากับล้านนาต้องทำสงคราม เพื่อแย่งชิงเป็นของตนเองให้ได้ ดังนั้นเมืองเจียงจืนก็น่าจะเป็นเมืองเชียงชื่น ที่ปรากฏชื่ออยู่ในเอกสารโคลงยวนพ่าย ที่เขียนขึ้นมาในสมัยอยุธยา เพื่อยอพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ที่มีชัยชนะเหนือกองทัพล้านนาของพระเจ้าติโลกราช ยึดเมืองเจียงจืนหนือเชียงชื่นกลับมาไว้ในครอบครองได้สำเร็จ
สุนทรภู่ มหากวี 4 แผ่นดินสยาม
**26 มิถุนายน ชาวกวี ชมรมนักกลอนของไทย ร่วมกันทำกิจกรรมเชิดชูเกียรติคุณ “สุนทรภู่” มหากวีสยาม ผู้ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรม ในปี พ.ศ. 2529 โอกาสครบรอบ 200 ปีชาตกาลสุนทรภู่ **ตามบันทึกประวัติ(ย่อ)สุนทรภู่ นามเดิม “ภู่” เกิดวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ต้นแผ่นดินพระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 **ช่วงวัยหนุ่ม สุนทรภู่เป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง รับราชการเป็นมหาดเล็กของพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ (ลูกเธอในกรมพระราชวังหลัง) ช่วงอายุราว 21 ปี(พ.ศ.2350) ต้นปีเดินทางไปหาบิดาที่บวชอยู่บ้านกร่ำ เมืองแกลง จังหวัดระยอง แล้วแต่งนิราศเมืองแกลง ตอนปลายปีตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปนมัสการพระบาท แต่งนิราศพระบาท **ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ช่วงเวลานี้สุนทรภู่รับราชการเป็นที่โปรดปราน และได้เป็น ขุนสุนทรโวหาร ในกรมพระอาลักษณ์ ได้รับพระราชทานให้อยู่เรือนแพ ริมแม่น้ำเจ้า พระยา ตรงท่าช้างวังหลวง **เล่ากันว่า ช่วงนี้สุนทรภู่แต่งเรื่องสิงหไตรภพ(ตอนต้น) แต่งเรื่องพระอภัยมณี(ตอนต้น) และแต่งเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดหลายงาม วรรณคดีที่คนไทยรู้จักกันดี **ในต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 สุนทรภู่บวชเป็นพระอยู่วัดเทพธิดาราม แล้วลาสิกขา รวมช่วงเวลาผนวช 17 ปี แต่งนิราศ อาทิ **นิราศภูเขาทอง ปี พ.ศ.2371 อายุ 42 ปี **เพลงยาวถวายโอวาท ปี พ.ศ.2372 อายุ 43 ปี **นิราศเมืองเพชร ปี พ.ศ.2374 อายุ 45 ปี **นิราศวัดเจ้าฟ้า ปี พ.ศ.2375 อายุ46 ปี **นิราศสุพรรณ ปี พ.ศ.2379 อายุ 50 ปี **ต่อเรื่องพระอภัยมณี ปี พ.ศ.2380 อายุ51 ปี **ต่อเรื่องสิงหไตรภพ ปี พ.ศ.2383 อายุ 54 ปี **นิราศพระประธม(นครชัยศรี) ปี พ.ศ. 2384 อายุ 55 ปี **แต่งรำพันพิลาป ปี พ.ศ.2385 อายุ 56 ปี แล้วลาสิกขา **ระหว่างผนวชอยู่วัดเทพธิดาราม ได้แต่งกาพย์ลำนำเรื่องพระไชยสุริยา และอาจแต่งนิราศอิเหนา เห่กล่อมพระบรรทม และพระอภัยมณี(ต่อ) ส่วนเห่เรื่องๆ อาจแต่งก่อนหน้านั้นในรัชกาลที่ 2 **ในปลายแผ่นดินรัชกาลที่ 3 จนถึงต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อสุนทรภู่สึกแล้วได้ไปอยู่กับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชวังเดิม (ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นสม เด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ แต่เรียกกันเป็นสามัญว่า “เจ้าฟ้าน้อย”) **เมื่อรัชกาลที่ 4 เสวยราชสมบัติ “เจ้าฟ้าน้อย” ได้รับบวรราชาภิเษก ได้ทรงแต่งตั้งให้สุนทรภู่เป็น พระสุนทรโวหาร อาลักษณ์ในกรมพระราชวังบวรฯ เข้าใจว่าได้แต่งเรื่องสวัสดิรักษา และเสภาเรื่องพระราชพงศาวดาร **สุนทรภู่ ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2398 อายุ 69 ปี มีผู้จำได้ว่าถึงแก่กรรมที่บ้านสวนบางระมาด ในคลองบางกอกน้อย แล้วทำศพที่วัดชิโนรสฯ ริมคลองมอญ ธนบุรี ////// เนติ โชติช่วงนิธิ/บทความมิ.ย.
ประโยชน์อยู่ในธรรม
ขอนำพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง “ประโยชน์แห่งการอยู่ในธรรม” ดังเนื้อความว่า คนสมัยใหม่มีอยู่บ้างบางคน ซึ่งไม่รู้สึกความจำเป็นแห่งการอยู่ในธรรม ที่เป็นเช่นนี้เพราะเหตุ 2 ประการ คือ
หุ่นกระบอก ชีวิต จิตวิญญาณ ผ่านคนเชิด
ทันทีที่เสียงระนาด อีกเครื่องเสียงปี่พาทย์บรรเลงทำนองเสนาะเพลง ผมไม่รู้ว่าเพลงนั้นชื่อว่าไร ไม่ทันไรดี ชายหนุ่มเอวบางร่างน้อยนุ่งโจงกระเบนสวมเสื้อยืดเดินเฉิดฉายออกมาจากหลังโรง พร้อมกับสาวน้อยรูปร่างสมส่วน ใบหน้าอ่อนหวาน ดวงตากลมใส แก้มขาว ริมฝีปากแดง สวมชฎาในชุดแต่งกายทรงเครื่องแบบนางละคร
สืบสานมรดกวัฒนธรรมได้อย่างไร?
เรื่องวัฒนธรรมในเมืองไทยเป็นเรื่องที่กว้างขวาง ทั้งกินความมากมาย แล้วก็เป็นเรื่องที่แปลกที่หน่วย งานของรัฐหรือสถาบันการศึกษาให้ความสนใจการทำวิจัยกันน้อยมาก เกือบจะไม่มีก็ว่าได้ หรือมีน้อยเต็มทน ที่เห็นค่อนข้างไปทางงานวิทยานิพนธ์ หรือทำเพื่อตำแหน่งวิชาการอะไรสักอย่างหนึ่ง ใหญ่จะอยู่ในรูปมานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ แต่งานวิจัยวัฒนธรรมไทยแขนงนาฏศิลป์โขน ละครนอก ละครใน และแม้แต่เรื่องนักเรียนนักศึกษาเรียนจบวิยาลัยนาฏศิลป์แล้ว ใช้วิชาร่ำเรียนการแสดงมาไปใช้ทำมาหากินอะไรบ้าง โดยรวมแล้วไม่มี ส่วนที่เป็นรูปแบบการบริหารงานวัฒนธรรม ตามแหล่งสถาบันการศึกษาระดับปริญญาโทนั้นก็หนักไปทางบริหารธุรกิจงานวัฒนธรรมเสียมากกว่า ทำอย่างไรบริหารงานธุรกิจศิลปวัฒนธรรมแขนงนั้นๆ สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำ มีความทันสมัยหรือโมเดิร์น แต่ไม่กล่าวถึงเหตุแห่งความเสื่อมโทรมของศิลปวัฒนธรรมในเมืองไทย เมื่อมองดูสภาพแห่งวัฒนธรรมไทยทุกวันนี้ กล่าวได้ว่าสับสนมาก และดูเหมือนจะมากที่สุดในประวัติ ศาสตร์ของเรา อย่างแรก การรับวัฒนธรรมต่างประเทศ เรายอมรับวัฒนธรรมของตะวันตกและเอเซียโพ้นเข้ามาใช้อย่างฟุ่มเฟือย โดยไร้วิจารญาณ ซึ่งส่วนใหญ่ที่นำพาเข้ามาในเมืองไทยนั้น ด้านหนึ่งนักเรียนหัวนอก นัก แสดงบันเทิงมีส่วน และสื่อธุรกิจบันเทิง เข้าครอบงำโดยตั้งใจและไม่รู้ตัวในชีวิตประจำทุกเพศวัย ในโลกยุคข่าวสารไร้พรมแดน มีมิติทางวัฒนธรรมเป็นสื่อแฝงอยู่ทุกตารางพื้นที่ แต่ไม่คิดจะเลือกรับวัฒนธรรมต่างประเทศที่เหมาะสมหรืออย่างไหนใช้เข้ากับวัฒนธรรมไทยได้ ซึ่งดูเหมือน “สื่อ” จะ “นำพา” ในแง่ มุมคอนเซปต์ของแนวทางที่วางไว้ เห็นได้นิตยสารหรือแมกกาซีนบันเทิงในท้องตลาด ทั้งมีจำนวนมากกว่า “สื่อ” ที่นำเสนอสาระศิลปวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้สื่อจึงเป็น “พาหะ” ที่ให้ผลกระทบกับประชาชนโดยตรงและทางอ้อม สื่อ ไม่ว่าในรูปแบบแมกกาซีน หนังสือพิมพ์ รายการโทรทัศน์ มีส่วนอย่างมากที่ช่วยจรรโลงสังคมไทย ให้ “คนใน” สังคมได้ซึมซับความเป็นวัฒนธรรมไทย หรือแม้แต่วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นกันของวัฒนธรรมแห่งวิถีเอเชียตะวันออก ที่แสดงออกถึงความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ แต่พื้นที่ของศิลปวัฒนธรรมในสื่อก็มีไม่มากพอที่จะแพร่กระจายให้กับประชาชน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวปัจจุบันที่ควรจะได้รู้เรื่องราวมรดกทางวัฒนธรรม อย่าว่าแต่รับรู้เรื่องมรดกทางวัฒนธรรมไทย งานบุญประเพณีท้องถิ่นก็ยังไม่รับรู้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร เช่นเดียวกันประวัติบ้านเมืองของตนมีต้นกำเนิดมาอย่างไร ใครเป็นผู้สร้างบ้านแปงเมืองในเวลานั้น นี่เป็นความ “อับเฉา” ศิลปวัฒนธรรม แล้วจะสืบสานมรดกวัฒนธรรมได้อย่างไร? อย่างที่สอง วัฒนธรรมไทยได้ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับความสนใจจากคนหนุ่มสาวปัจจุบัน เพราะมองว่าเป็นเรื่องของคนแก่ เรื่องล้าหลังและเชยระเบิดระเบ้อ ไม่มีใครศึกษาให้รู้ถึงต้นเหตุหรือรากเหง้า จนเป็นเหตุให้วัฒนธรรมไทยบางอย่างกลายพันธุ์ เอาง่ายๆ แต่ก่อนนี้คนหนุ่มสาวจะเดินผ่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ก็จะ ต้องโน้มตัวหรือย่อตัว ค่อยๆ เดินผ่าน แต่เดี๋ยวนี้เดินผ่านแข็งเป็นตอไม้ ถ้าเดินไม่ดีจะแตะหน้าแข้งขาผู้ใหญ่เสียด้วยซ้ำ เรื่องยกมือไหว้ เห็นได้ชัด เดี๋ยวนี้วัยรุ่นนิยมกางศอกไหว้ เหมือนไก่ตีปีกอย่างไรอย่างนั้น ที่เห็นยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็ดูเหมือนจะในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับผู้น้อยในวงราชการ ผู้น้อยจะต้องก้มประณมกรงามๆ อยู่เสมอไป นี่เป็นวัฒนธรรมไทยงามๆ ที่ยังเห็นอยู่และรักษากันไว้อย่างเคร่งครัด และแข็งแรงมาก อย่างที่สาม คนไทยเราเองด้วยกันนี่แหละ ไม่ได้สนใจวัฒนธรรมของไทย ด้วยความเห็นดีเห็นงาม หรือด้วยความซาบซึ้งในวัฒนธรรมของเรา จะแห่งชาติหรือท้องถิ่นก็ตาม ยิ่งภาษาไทยภาษาท้องถิ่นด้วยแล้ว น่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะพูดถึงเรื่องอะไรต้องมีภาษาต่างด้าวแทรกเข้าไปอยู่ในภาษาไทย คือทั้งฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น เข้าไปเจือปนในคำพูด ถ้าพูดภาษาต่างด้าวในสถานที่ที่ควรพูดไม่มีใครว่า เพราะต้องสื่อสารกัน แต่พูดกับคนไทยด้วยกันนี่สิ “ไม่เข้าท่า” รึว่ากลัวไม่เดิร์นไม่ร่วมสมัยพอ อย่างที่สี่ เรื่องศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ก็ใช่ สำคัญมากอย่างโขนละคร ถือเป็นเรื่องที่เชิดหน้าชูตาศิลปะการแสดงประจำชาติ จะทำอย่างไรให้เยาวชนคนหนุ่มสาวได้ซึมซับ ไม่ต้องบอกว่า “ลึกซึ้ง” และมากกว่าคำว่า “อนุรักษ์” หรือ “รักษา” แต่ทำอย่างไรให้ดูอย่างเข้าใจของบทตัวพระตัวนางในเรื่องนั้น ๆ เรื่องของศิลปะการแสดงโขนละครนั้น ต้อง “ฝากฝีฝากไข้” เยาวชนคนหนุ่มสาวปัจจุบันที่ต้องช่วยกันสืบสานมรดกนี้ไว้ เพราะคนรุ่นแก่ๆ ก็ย่อมร่วงโรยไปตามสังขาร อย่างไรก็ดียังแลเห็นว่าความหวังของหนุ่มสาวที่ให้ความสนใจศิลปะการแสดงโขนนี้อยู่มาก อย่างคราวงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีการแสดงโขนกลางแจ้งของกรมศิลปากร ทุกเพศวัยเรือนหมื่นนั่งดูกันอย่างไม่หนีไปไหนกลางท้องสนามหลวง และจอโปรเทคเตอร์ขนาดใหญ่บนท้องถนนราชดำเนินใน แต่ก็ต้องคิดไปไกลกว่านั้นว่า ถ้าไม่มีงานพระราชพิธีล่ะ ศิลปะโขน ละครนอกละครในจะออกร้องรำทำเพลงกลางแจ้งให้เห็นหรือไม่ ข้อนี้งานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ต้องนำไปคิดเป็นการบ้าน เรื่องศิลปะการแสดงท้องถิ่น เท่าที่เห็นด้วยสายตาตามงานเทศกาลบุญประเพณียังมีความเข้มแข็ง ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนัก แม้จะเอาศิลปะการแสดงของภาคอื่นๆ มาประยุกต์ใช้บ้างก็ตาม ซึ่งก็น่าจะเป็นผลพวงมาจากการครอบงำของหน่วยงานหลวงอย่างกรมศิลปากร หรือวิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ทั้งสองหน่วยงานนี้สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม แต่ถึงอย่างไรก็ตามควรเป็นท้องถิ่นแท้ ๆ น่าจะดีกว่ามิใช่หรือ อีกเช่นกัน เรื่องงานบุญประเพณีท้องถิ่นนั้น แม้ว่าเรายังคงเห็นได้ในประเพณีงานบุญแต่ละภาค แต่ก็เป็นในลักษณะการแสดงจำอวดเสียมากกว่า เพราะส่วนใหญ่แล้วทางราชการเป็นผู้จัดขึ้น แล้วก็เอาใจสปอนเซอร์หรือผู้ให้การสนับสนุนเงินทุนจัดแสดง เดี๋ยวนี้จะหาดูการแสดงเนื้อแท้ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นค่อนข้างหายากเต็มทน ตรงนี้หน่วยงานที่ดูแลได้คิดได้อ่านไว้อย่างไรบ้าง เรื่องศาสนาและศิลป์นี่ก็เช่นกัน มองข้ามไม่ได้ อย่างวัดวาอาราม เดี๋ยวนี้นิยมแข่งกันสร้างพระอุโบสถหลังใหญ่โตให้อลังการเข้าไว้ พระอุโบสถวัดไหนใหญ่โตกว่าแสดงว่ามีทุนทรัพย์สร้างมากกว่า กลายเป็นว่าพุทธ ศาสนิกชนยึดวัตถุเป็นที่ตั้ง แทนที่จะยึดคุณค่าทางพุทธศาสนา กลับกลายเป็นว่าวัดไหนสร้างอุโบสถได้ใหญ่โตก็ไปเข้าวัดนั้น อุโบสถหรือสิมหลังเล็กๆ ที่ดูแล้วขลังและน่ารัก ก็ต้องปล่อยให้ร้างไปโดยปริยาย เรื่องศิลปกรรมฝาผนังอุโบสถนั้นไม่ต้องพูดถึง พระสงฆ์แต่เดิมใช้เวลาว่าง นอกเหนือจากเสร็จนั่งเรียนนักธรรมตรีโทเอก ทำวัตรเช้าและเย็นแล้ว รวมทั้งเณรที่ศึกษาธรรมะด้วย ก็ไปช่วยกันขัดถูผนังโบสถ์ สร้างงานจิตรกรรมผนัง แถวจังหวัดน่านยังมีให้เห็นอยู่บ้าง ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว หลวงพระบาง เวียงจันทน์ไปดูเถอะพระเณรสร้างงานภาพเขียนในทางพุทธศาสนากันทั้งนั้น แต่เดิมวัดในอดีต “พระ” เป็นผู้สร้างงานศิลปะ ชาวบ้าน “ลงแขก” ร่วมกันสร้างวัดขึ้น แต่เดี๋ยวนี้พระ สงฆ์หนุ่มๆ และเณรในบ้านเรา ใช้เวลาว่างไปท่องโลกไซเบอร์เป็นเสียส่วนใหญ่ ที่กล่าวมานี่ถือว่าสรุปเป็นเพียงส่วนน้อยในเนื้องาน “สืบสานมรดกวัฒนธรรมอย่างไร?” ฝากให้กับกระทรวงวัฒนธรรมเป็นการบ้าน
พระพุทธวัจนะ ในหลวง ดวงใจประชาราษฎร์
๕ ธันวา เวียนมา มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ที่ชาวประชาราษฎร์ควรได้ร่วมกันแสดงออกความจงรักภักดี พร้อมใจกันน้อมเกล้าถวายพระพร ขอพระองค์ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน และสิริราชสม บัติเป็นมิ่งขวัญปวงประชาไทย ด้วยพระบารมีของพระองค์ตราบนานนิรันดรเทอญ
สยาม ศึกเชียงตุง
ยังปรากฏให้เห็นเด่นชัดของร่องรอยคูเมืองนครเชียงตุงดินแดนพม่า มีกำแพงดินธรรมชาติสูงชันอันเป็นป้อมปราการชั้นดีในการป้องกันข้าศึกรอบด้านที่จะบุกเข้าตีเมือง
สงกรานต์ บางสิ่ง(จะ)เลือนลาง
อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกลางสงกรานต์ คนต่างจังหวัดที่ทำมาหากินในเมืองหลวงก็นั่งนับวันที่จะกลับบ้านไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่บ้านเกิด แต่ผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยก็ไปเล่นน้ำสงกรานต์ต่างถิ่นต่างเมือง
วิสาขบูชา
วันวิสาขบูชา เวียนมาในรอบปี พุทธศาสนิกชนในเพศบรรพชิต และฆราวาสทั่วไป พร้อมใจกันประ กอบพิธีทางพระพุทธศาสนา สักการบูชาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณา พระปัญญาคุณ และพระ วิสุทธิคุณ ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นดวงประทีปของโลก
ปอยส่างลอง อัตลักษ์(คนไต)ไทใหญ่
เป็นครั้งแรกที่ได้ไปชมประเพณีปอยส่างลอง หรืองานบวชลูกแก้วของชาวไทใหญ่ที่เมืองแม่ฮ่องสอน
เดือนยี่ ทำขวัญลานนวดข้าว
เดือนยี่ แปลว่าเดือนสอง ตามปฏิทินจันทรคติของกลุ่มชาติพันธุ์ในภูมิภาคอุษาาคเนย์ มีตระกูลไทย –ลาวรวมอยู่ด้วย
คลังภาพ “ในหลวง” ทรงงานแผ่นดิน
คลังภาพ “ในหลวง” ทรงงานแผ่นดิน หอจดหมายเหตุฯ เฉลิมพระเกียรติฯ “..เป็นห่วงของเก่า ข้อมูลใหม่ที่ได้มาสองปี เห็นสุมกันแล้วกลายเป็นของเก่า แต่ของเก่าจริงๆ ก็ทิ้งไป ย้อนหลังในอดีตอยากทราบว่ามีอะไรบ้าง หาหลักฐานมาจากไหนก็ไม่ค่อยได้ แม้สำนักราชเลขาธิการก็หาได้ยากมาก จะไปถามคนเก่าแก่ก็อายุ ๘๐-๙๐ ปีแล้ว ไม่รู้จะถามอย่างไร..”
สรุปผลการดำเนินงานปี ๕๐ และปฏิทินทางวัฒนธรรมปี ๕๑ ของกสำนักงานวัฒนธรรม
แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ กระทรวงวัฒนธรรม
สรุปผลการดำเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรม ปี ๒๕๕๐
ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติในวัฒนธรรมไทย
.
มารู้จัก “ศิลปะการแสดงของไทย” กันเถอะ
.
ความมหัศจรรย์จากสิ่งธรรมดาๆ
.
เล่าเรื่องน่ารู้จาก “พระไตรปิฎก”
.
เขาทำอะไรกันในเทศกาลสงกรานต์
.
น้ำ : พิธีกรรมและความเชื่อ
.
แผนยุทธศาสตร์กระทรวงวัฒนธรรม
กฎหมายอื่นๆ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการ
ศูนย์บริการข้อมูลประชาชน ( Call Center)กระทรวงวัฒนธรรม โทร. ๑๗๖๕
กฎหมายปฏิรูประบบราชการ
ประมวลความตกลงทางวัฒนธรรม
คู่มือหรือคำสั่ง เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

 ข่าวประชาสัมพันธ์

วธ.ปั้นลานบุญดึงคนไทยเข้าศาสนสถาน กระตุ้นสังคมช่วยเพิ่มพื้นที่ดีเพื่อเยาวชน
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงโครงการ “ลานบุญ ลานปัญญา ลานบุญภาคี” ว่า โครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลที่เป็นห่วงปัญหาสังคม ปัญหาเด็กและเยาวชน ซึ่งวธ.มีเป้าหมายสร้างลานบุญลานปัญญา ให้ครบทุกจังหวัดเพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน โดยโครงการนี้เป็นดำริของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมาคนไทยมีศาสนสถานเป็นศูนย์รวมทุกอย่าง โดยเฉพาะการเป็นพื้นที่เรียนรู้ แต่ปัจจุบันทุกคนห่างไกลจากบ้านวัดโรงเรียน และหันไปหลงใหลได้ปลื้มกับทุนนิยมโดยขาดภูมิคุ้มกันจึงทำให้เกิดปัญหาสังคม โดยเฉพาะปัญหาเด็กและเยาวชน ดังนั้นหากเราจะกลับไปสู่ความเป็นฐานราก จึงต้องกลับไปที่ศาสนสถาน ต้องกลับมาที่วัด มัสยิด โบสถ์คริสต์ซึ่งทุกศาสนาต้องช่วยกัน รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผอ.สำนักรณรงค์และสื่อสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าสถิติพื้นที่เสียรอบตัวเด็กมีมากกว่าพื้นที่ดีถึง 2ใน 3 ดังนั้นเราควรร่วมมือกันเพิ่มพื้นที่ดีเพื่อดึงเยาวชนกลับมาให้ได้ ด้าน แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรมสถาน กล่าวว่า การจัดตั้งลานบุญลานปัญญาไม่จำเป็นต้องใช้วัดหรือศาสนสถานเท่านั้น เพราะลานบุญลานปัญญาคือสถานที่ที่ใช้ศิลปะทุกแขนงมาลงทุนร่วมกัน สำหรับแบ่งปันทาน ศีล ภาวนา และประกอบบุญยกิริยาวัตถุ 10
กระทรวงวัฒนธรรมหนุนแม่ไม้มวยไทยขึ้นทะเบียน
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 52 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้นำศิลปะการแสดง 12 รายการ อาทิ โขน หนังใหญ่ ละครชาตรี โนรา หนังตะลุง ซอล้านนา หมอลำพื้นบ้าน หมอลำกลอนลำผญา และงานช่างฝีมือดั้งเดิม 13 รายการ อาทิ ผ้าซิ่นตีนจก เครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองโบราณสกุลช่างเมืองเพชร เป็นต้น ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเป็นครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว 2 สาขา จากทั้งหมด 6 สาขา โดยที่เหลืออีก 4 สาขา ได้แก่ สาขามุขปาฐะและภาษา สาขาขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรมและความเชื่อ สาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล และสาขากีฬา การละเล่นพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว โดยเฉพาะในสาขานี้มีแนวความคิดที่จะนำแม่ไม้มวยไทยโบราณขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒ นธรรมของไทยเพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย ธีระ สลักเพฃร กล่าวเพิ่มเติมว่า จะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.) ไปศึกษาราย ละเอียดแม่ไม้มวยไทยกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้ทางศิลปะแขนงนี้ว่าในสมัยโบราณและปัจจุบันมีการพัฒนาไปกี่กระบวนท่า แล้วจึงนำมาจดทะเบียนอย่างทางการ ที่สำคัญการจดทะเบียนนี้เพื่อให้นานาชาติได้รับทราบเป็นมรดกภูมิปัญญาของไทย เพราะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า และกัมพูชา มีศิลปะแม่ไม้มวยประจำชาติของตนเอง แต่ของไทยได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศ เห็นได้จากที่ฝรั่งให้ความสนใจในงานการแสดงทางวัฒนธรรม และมาเรียนรู้ศิลปะแขนงนี้ตามค่ายมวยต่างๆ ในประเทศไทย นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังได้นำแม่ไม้มวยไทยไปประยุกต์ในมวยเควันอีกด้วย **“ปัจจุบันในหลายประเทศได้นำศิลปะการแสดงต้นแบบและภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่นในประเทศนั้น ไปประยุกต์ใช้แล้วจดทะเบียนเป็นของตนเอง ดังนั้น วธ.จึงหามาตรการป้องกันศิลปะดั้งเดิมแขนงต่างๆ ด้วยการจดทะเบียน อย่างมวยไทยมีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ครั้งสยามประเทศ ที่เรารู้จักชื่อนักมวยกันดีคือนายขนมต้ม แล้วยังมีตำรามวยไทยโบราณ แสดงลีลาลูกไม้มวย อาทิ ท่ารำมวยเกี้ยว ปักลูกหอย บิดหางนาคา หักงวงไอยรา วิรุฬหกกลับ เถรกวาดลาน เป็นต้น ซึ่งการจดทะเบียนนี้ยังช่วยมุ่งส่งเสริมคุณค่า ยกย่ององค์ความรู้และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ เพื่ออนุรักษ์ไว้มิให้สูญหายและนำต่อยอดในการพัฒนามูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทางกีฬามวยอาชีพอีกด้วย” รมว.วธ. กล่าว ///////
โครงการ กระทงไบโอเพื่อสิ่งแวดล้อม ปี 2
รวมพลคนไทย ร่วมลอยกระทงแนวใหม่ กับ รายการสมรภูมิไอเดีย เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กระทงจากภาชนะไบโอ (ทำจากชานอ้อย) บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติที่ไม่ทำร้ายผู้บริโภค 100% และไม่ทำร้ายโลก ด้วยกระบวนการย่อยสลายวิธีทางธรรมชาติภายใน 31 วัน ภาชนะไบโอก็ย่อยสลายไม่ก่อมลภาวะให้กับโลกของเรา ซึ่งการสร้างสรรค์กระทงไบโอเพื่อสิ่งแวดล้อมครั้งนี้นั้น จะต้องประดิษฐ์ภายใต้หัวข้อการประกวด “กระทงไบโอ ห่วงใย รักษ์โลก” ดาวน์โหลดใบสมัคร
วธ. ประกาศผลการคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ระดับประเทศและ ผลการคัดเลือกสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น
กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศผลการคัดเลือกและมอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ระดับประเทศ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น ด้านการบริหารงานวัฒนธรรม เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติคุณ ผู้ทำประโยชน์ทางวัฒนธรรม และหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงานในด้านศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งยังเป็นการพัฒนา เชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อความอยู่ดี มีสุข ของประชาชนในชุมชนและท้องถิ่นอย่างยั่งยืน นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การประกาศผลการคัดเลือกในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดการมอบรางวัล เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ระดับประเทศ ในภาคประชาชน โดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้คัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ ในด้านศาสนา จำนวน ๑๙ ราย อาทิ พระราชปราจีนมุนี จ.ปราจีนบุรี พระราชวรเมธี จ.ราชบุรี และพระราชรัตนวราภรณ์ จ. พระนครศรีอยุทธยา ด้านศิลปะ จำนวน ๑๘ ราย อาทิ นายกมลศักดิ์ สังขะรมณ์ จ.ยโสธร นายรุสลี บินดอเลาะ จ.นราธิวาส และ นายวิวัฒน์ จิตนวล จ.สงขลา ด้านวัฒนธรรม จำนวน ๒๑ ราย อาทิ นายกัมพล สุภาแพ่ง จ.เพชรบุรี ดร. นันทสาร สีสลับ จ.ศรีสะเกษ และนายสุวรรณ ขันธเลิศ จ.ตาก ด้านส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จำนวน ๒๐ ราย อาทิ นายชวลิต คำเพ็ง จ.อุตรดิตถ์ ดร.ทรงคุณ จันทจร จ.มหาสารคาม และนายวินัย ปัจฉิม จ.ลพบุรี และด้านการสนับสนุนช่วยเหลือ อุปถัมภ์ บริหารจัดการและขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในจังหวัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำนวน ๘๗ ราย อาทิ เทศบาลตำบลโคกหล่อ จ.ตรัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานีเขต ๑ จ.ปัตตานี และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม จ.เชียงราย เป็นต้น นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า สำหรับการประกาศผลการคัดเลือกสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น ด้านการบริหารงานวัฒนธรรม แบบบูรณาการเป็นองค์รวม ระดับประเทศ รางวัลดีเด่น ๓รางวัล ได้แก่ ๑.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว ๒.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ และ ๓.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ส่วนรางวัลระดับดี ได้แก่ ๑.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ๒.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี ๓.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี ๔.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม ๕. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตาก และ ๖.สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จังหวัดสกลนคร ทั้งนี้ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัล ในวันศุกร์ที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ เนื่องในวันสถาปนา ก้าวเข้าสู่ปีที่ ๘ ของกระทรวงวัฒนธรรม ************************************************
กระทรวงวัฒนธรรมดึงท้องถิ่นเปิดพื้นที่วัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์
กระทรวงวัฒนธรรมระดมหัวกระทิจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2553 นำนโยบายรัฐบาลภายใต้โครงการไทยสร้างสรรค์ไทยเข้มแข็ง เร่งเก็บรวบรวมและพัฒนาการจัดทำข้อมูลกลางภูมิปัญญาท้องถิ่นเผยแพร่ในเว็บไซต์ ดึงนักธุรกิจร่วมพัฒนาทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ของประชาชนในท้องถิ่น นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในปี 2553 กระทรวงวัฒนธรรมได้รับงบประมาณร่วม 4,348 ล้านบาท แบ่งเป็นด้านการแก้ไขปัญหาภาคใต้ 133 ล้านบาท ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน 83 ล้านบาท ด้านศิลปะ ศาสนาและวัฒนธรรม 673 ล้านบาท ด้านภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมและค่านิยมที่ดีงาม 1,378 ล้านบาท ด้านทุนทางวัฒนธรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ 810 ล้านบาท และการนำองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมได้ใช้ประโยชน์ 1,271 ล้านบาท เพื่อดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม และเสริมสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม รวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการฟื้นฟูแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตและเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับชุมชน โครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมเพื่อสร้างรายได้สู่ประชาชน โครงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และโครงการเทศกาลศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ เป็นต้น “ในขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้เสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายทางวัฒนธรรม รวมถึงบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนให้ลงลึกไปถึงเจ้าของภูมิปัญญาในระดับหมู่บ้านตำบล และชุมชน โดยมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเร่งเก็บรวบรวมและสืบค้นข้อมูลภูมิปัญญาที่มีลักษณะโดดเด่น เพื่อนำมาจดสิทธิบัตรและจัดทำเป็นข้อมูลกลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับชุมชน และจังหวัด โดยมีศูนย์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับชาติอยู่ที่กระทรวงวัฒนธรรมแห่งใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเทคเนค(สวชท.) โดยจะใช้งบประมาณ จำนวน 35 ล้าน ในการจัดทำและพัฒนาเว็บไซต์ที่ทันสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลแก่นักธุรกิจที่มีความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับเจ้าของภูมิปัญญา และช่วยพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมต่างๆ เช่น แหล่งมรดกโลก โบราณสถาน ศูนย์วัฒนธรรมสายใยชุมชน ศิลปินแห่งชาติ ศิลปะการแสดง งานช่างฝีมือ และงานศิลปหัตกถรรม เป็นต้น เพื่อพัฒนาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า สู่สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่เป็นฐานรายได้ใหม่ของประเทศ นอกจากนี้ยังจะทำข้อตกลงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับกระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อเปิดพื้นที่ลานวัฒนธรรมโดยใช้หอประชุมและลานเอนกประสงค์ของอบจ. จัดแสดงสินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นหน่วยหลักในการเชื่อมโยงและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งในส่วนอุทยานประวัติศาสตร์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ พิพิธภัณฑ์ โครงการวัฒนธรรมสายใยชุมชน และองค์กรส่วนท้องถิ่นในจังหวัด โดยจะนำร่องในจังหวัดลพบุรี ร้อยเอ็ด เชียงใหม่และนครศรีธรรมราช” รมว.วธ.กล่าว
ชาวปาเกอะญอลำพูนน้อมนำหลักธรรม 10 ประการยึดแนวพอเพียง
**เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 52 นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการถ่ายทอดศิลปะร่วมสมัยเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย โรงเรียนบ้านห้วยต้ม ตำบลนาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ว่า ชาวปาเกอะญอสัญชาติไทย จำนวน 1,000 คน จาก 4 อำเภอ ได้แก่ ลี้ บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้าง และแม่ทา เข้าร่วมโครงการดังกล่าวเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ด้วยการสร้างสังคมที่ดีงามและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ให้มีความมั่นคง ตามแนวระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยนำหลักธรรมตามรอยพระยุคลบาท 10 ประการ อาทิ ยึดธรรมะและความถูกต้อง เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ขยันมั่นเพียร เรียบง่ายและประหยัด เป็น รวมทั้งนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ซึ่งในงานชาวปาเกอะญอได้จำลองวิถีชีวิตชนเผ่าของตนเอง สาธิตสินค้าวัฒนธรรม อาทิ เครื่องเงิน การทอผ้า เป็นต้น **นายธีระ กล่าวอีกว่า เวลานี้สังคมไทยประสบปัญหาความขัดแย้งและความแตกแยกทางความคิด รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนและการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้ขาดความสมานฉันท์และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขดังที่สังคมไทยเคยเป็นมาในอดีต ดังนั้นเพื่อการป้องกันปัญหาของสังคมไทยในระยะยาว จึงต้องสร้างสังคมให้เกิดสันติสุขและยั่งยืนด้วยการเสริมสร้างการเรียนรู้วัฒนธรรมประชาธิปไตยทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชนโดยขับเคลื่อนผ่านเวทีประชาคมของท้องถิ่น และนำอัตลักษณ์ของชาวปาเกอะญามาสร้างการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม มีวธ.เป็นผู้สนับสนุน **ด้าน นายสุพจน์ เมธีล้ำเลิศ พ่อหลวงของชาวปาเกอะญอ จ.ลำพูน กล่าวว่า ชาวปาเกอะญอมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทอผ้าและขุดศิลาแลง มีประเพณีและวิถีชีวิตตามหลักศาสนา และสอนภาษาชาติพันธุ์ของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีของชาวบ้าน ทุกคนใช้หลักเหตุผลในการดำเนินชีวิต การสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตยจะทำให้ทุกคนรักใคร่กลมเกลียวกันมากยิ่งขึ้น และยังให้ความเคารพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งต้องการนักการเมืองที่เข้ากับพี่น้องประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สามารถแก้ไขปัญหาการทำมาหากินได้ อย่างไรก็ตามชาวปาเกอะญออยู่อย่างพอเพียง และไม่โลภมาก จะทำให้อยู่รอดได้มากกว่าที่จะพึ่งเทคโนโลยีที่จะทำลายวิถีชีวิตและธรรมชาติ ///////
กระทรวงวัฒนธรรมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยหวังป้องกันความสูญเสียจากอุบัติภัย
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และนายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกันหารือถึงความแนวทางการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย และการเผยแพร่ความรู้และการป้องกันให้กับเยาวชนและประชาชน ให้ตระหนักที่ภัยอันตรายจากอุบัติภัยต่างๆ โดยมีนายสมชาย เสียงหลาย และ นายอภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมประชุมด้วย เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารรัฐสภา นายธีระ สลักเพชร กล่าวว่า ประเทศไทยได้ประสบกับภัยต่างๆ มากมาย ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและมนุษย์ ซึ่งล้วนแต่นำมาซึ่งความเสียหายและสูญเสีย ทั้งทรัพย์สิน ร่างกายและจิตใจ อาทิ เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิ เพลิงไหม้ที่ซานติก้า พับ และการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นต้น ซึ่งเป็นผลมาจากการละเลยความสำคัญของวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ถือเป็นสิ่งจำเป็นในสังคมปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรมตระหนักถึงกระบวนการป้องกันและบรรเทาภัยต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อที่จะสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยทุกคนต้องมีความตื่นตัวระวังภัย มีจิตสำนึก และไม่ประมาท โดยเริ่มจากครอบครัว หมู่บ้าน ชุมชน สถานศึกษา ภาครัฐและสื่อมวลชน ที่สำคัญเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเน้นย้ำและเตรียมพร้อมป้องกันตั้งแต่วันนี้ นายธีระ สลักเพชร กล่าวต่อว่า การที่มูลนิธิเมาไม่ขับได้มาปรึกษาหารือในครั้งนี้ ถือว่าเป็นความร่วมมือในการดำเนินงานเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับสังคมไทย โดยในเบื้องต้นได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันและบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบทั้งในระดับเร่งด่วนและยั่งยืน โดยในขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดทำสปอตเผยแพร่ทางโทรทัศน์ และโรงภาพยนตร์ รวมถึงการจัดพิมพ์โปสเตอร์และสื่อเผยแพร่อื่นๆ เผยแพร่ความรู้ แนวทางการป้องกัน และปลุกจิตสำนึกด้านวัฒนธรรมความปลอดภัย โดยกิจกรรมต่อไปจะได้จัดให้มีการประกวดเรียงความร่วมกับบริษัทวิริยะประกันภัย เรื่อง วัฒนธรรมความปลอดภัยขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เยาวชนและประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในเกิดในสังคมไทย “ภาพของเหตุการณ์วัฒนธรรมความปลอดภัยที่เห็นได้ชัดเจน จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ซาติก้า พับ ซึ่งพบว่ามีผู้ประสบเหตุได้หนีไปหลบที่ห้องน้ำโดยใช้ผ้าชุ่มน้ำ ปิดจมูกและกรอบประตู เพื่อป้องกันความร้อนและการสำลักควัน รอจนเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากได้รับความรู้ว่าเมื่อประสบเหตุการณ์อย่างนี้ จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร อีกเหตุการณ์หนึ่งเป็นอุบัติภัยที่เกิดขึ้นกับตนเอง จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่รถเสียหลักพลิกคว่ำ แต่ตนเองได้รับ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เนื่องจากป้องกันตนเองด้วยการคาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าอุบัติภัยที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของเวรกรรม แต่เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ หากได้รับความรู้ และมีจิตสำนึกในการเตรียมการรับภัยต่างๆ รวมถึงการบรรเทาภัย ที่จะลดความสูญเสียในทุกด้านให้น้อยที่สุด” รมว.วธ. กล่าว
วธ.เตรียมเสนอตั้งศูนย์วัฒนธรรมชาวเล กระตุ้นจิตสำนึกใช้ชีวิตพอเพียง
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ครั้งที่ ๒ เพื่อพิจารณาปัญหาที่มีผลกระทบต่อการดำเนินวิถีชีวิตชาวเลที่มีภูมิลำเนาในบริเวณจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต พังงา ระนอง และสตูล รวมถึงติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการระดับจังหวัด โดยมีผู้ทรงวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนของจังหวัดเข้าร่วมประชุม เมื่อเร็วๆ นี้ ที่กระทรวงวัฒนธรรม นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการระดับจังหวัด พบว่าสภาพปัญหาของชาวเลในปัจจุบันเกิดการปัจจัยหลายด้าน อาทิ ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน การศึกษา สาธารณสุข ทะเบียนราษฎร ระบบสาธารณูปโภค การฟื้นฟูวิถีชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงยังมีกรณีการขัดแย้งกับภาครัฐและภาคเอกชน เกี่ยวกับสิทธิที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในหลายพื้นที่ ทั้งในเขตของอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและพรรณพืช รวมถึงที่ดินของเอกชน ที่สำคัญเด็กและเยาวชนชาวเลไม่ภูมิใจชาติพันธุ์ของตนเอง และต้องการไปดำเนินชีวิตสมัยใหม่ในโลกวัตถุนิยม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติแนวทางการแก้ไขปัญหาใน 3 แนวทาง โดยประเด็นแรกเกี่ยวกับทรัพยากรที่ดิน ที่ทำกิน และที่อยู่อาศัย ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ชาวเลอยู่มาก่อน โดยให้มีสิทธิที่จะอยู่ และกรณีที่ชาวเลอาศัยอยู่และไม่มีโฉนดชุมชน ประเด็นที่สองด้านการศึกษา คุณภาพชีวิต และสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันมีครูไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ไม่ต่อเนื่อง รวมถึงการไม่ได้บริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง และประเด็นสุดท้ายเป็นเรื่องวัฒนธรรมความคิด ความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตน โดยการจัดทำทะเบียนราษฎร์ให้กับชาวเล และจัดให้มีการตั้งศูนย์วัฒนธรรมชาวเลแบบมีชีวิต เพื่อให้ ชุมชุนมีส่วนร่วมอีกด้วย “ขณะนี้ ปัญหาเร่งด่วนของชาวเล ทั้งในกลุ่มมอแกน มอแกลน และอุรักละโว้ย คือด้านที่อยู่อาศัยที่อยู่ในเขตอุทยานหรือป่าชายเลน ซึ่งจะต้องพิสูจน์สิทธิหากมาก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยานของรัฐก็สามารถมีสิทธิครอบครองได้ หรือหากมาอยู่ที่หลังก็สามารถออกเป็นโฉนดชุมชนเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนกรณีอยู่ในที่เอกชนจะต้องหาแนวทางการเจรจาและพิสูจน์สิทธิอีกครั้ง ด้านปัญหาเกี่ยวกับที่ทำกินทั้งบนบกและทะเลซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิม ก็จะกั้นพื้นที่ทำโซนกิจกรรมพิเศษให้สามารถทำกินได้ โดยทำประมงและใช้เครื่องมือพื้นบ้าน และขอความร่วมมือมิให้ใช้ไซยาไนด์ อวนรุน เก็บปะการัง จับปลาสวยงามหรือปลิงขาย ก็จะได้รับการผ่อนผัน ขณะเดียวกันในด้านคุณภาพชีวิตปรากฏว่า มีการเสพของมึนเมา ยาเสพติด มีหนี้สินพอกพูนขึ้น จึงต้องเร่งสร้างความเข้าใจและให้ความรู้ให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง รวมถึงการส่งเสริมอาชีพตามความสามารถและความถนัดของชาวเล เช่น ขับเรือ ขายของที่ลึก เป็นลูกจ้างของอุทยาน และรับจ้างแรงงาน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวทางการจัดสรรงบประมาณโดยใช้จังหวัดจัดงบพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดในการพัฒนาพื้นที่ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ จะประมวลข้อมูลทั้งหมด จัดทำเป็นกรอบการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาชาวเลทั้งระบบ และนำเสนอเข้า สู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป” ------------------------------------------------------
วธ.จัดทำหนังสือจดหมายเหตุฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2552 ณ กระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดทำจดหมายเหตุงานฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ครั้งที่ 1/2552 ว่า เนื่องจากวันที่ 3 ตุลาคม 2552 เป็นมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 8 รอบ 96 ปี นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการจัดประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์งานฉลองพระชันษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษาครบ 8 รอบ 96 ปี ระหว่างวันที่ 1-31 ก.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อเป็นการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมงานฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก จากการจัดงานพระราชพิธี ศาสนพิธี ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำนึกในพระคุณูปการและพระเมตตาธิคุณที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก ที่ทรงมีต่อคณะสงฆ์และชาติบ้านเมือง รวมทั้งเพื่อประมวลเอกสารและบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์เกี่ยวกับงานฉลองสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก ไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติ เพื่อการศึกษา ค้นคว้า อ้างอิงต่อไป และเพื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือจดหมายเหตุที่ประกอบด้วยการบันทึกเหตุการณ์ การบันทึกภาพงานพระราชพิธีและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องไว้อย่างครบถ้วน นายวีระ กล่าวเพิ่มเติมว่าหนังสือจดหมายเหตุงานฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รูปล่มมีความหนา 500 หน้า จัดพิมพ์ขึ้นจำนวน 11,000 เล่ม โดยทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งแจกจ่ายให้กับคณะองคมนตรี เลขาธิการคณะองคมนตรี ประธานศาลฎีกา คณะรัฐมนตรี หน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สถานทูต ห้องสมุดสถานศึกษา ห้องสมุดสถาบันสงฆ์ พระอารามหลวง ฯลฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะแล้วเสร็จพร้อมแจกจ่ายเผยแพร่ภายในเดือนกันยายน 2553 นี้ ....................................................................... กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
ดาวน์โหลด เอกสารประกอบการสัมมนาการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 25551 วันที่ 23 ก.ค. 2551
ดาวน์โหลด เอกสารประกอบการสัมมนาการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 25551 วันที่ 23 ก.ค. 2551 ไฟล์ที่ 1
ไฟล์ที่ 2
ไฟล์ที่ 3
ไฟล์ที่ 4
วธ.ชงยุทธศาสตร์ส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เล็งรีดภาษีร้านเกม-โอเกะ 1% ตั้งกองทุนผลิตสื่อสร้างสรรค์
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์แห่งชาติได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคธุรกิจ จัดทำร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2552-2554 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ตนจะนำร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งสาระสำคัญของร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิต เผยแพร่ ถ่ายทำ จัดจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่สำคัญในตลาดโลก รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และที่สำคัญจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นเขตปลอดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และลดความสูญเสียจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์ นอกจากนี้ หากร่างยุทธศาสตร์ฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. จะทำให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์มากขึ้น โดยเฉพาะการนำทุนมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ซึ่งมีอยู่มากมาย ไปใช้ในการสร้างภาพยนตร์ เหมือนกับประเทศสาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น นายธีระ กล่าวต่อว่า จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ตนมองว่าการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และวีดิทัศน์น่าจะเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์ สร้างงาน และสร้างรายได้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ประเทศไทยยังมีรายได้จากภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์เพียง 28 ล้านบาท ดังนั้น ถ้ายังไม่มีกรอบทิศทางหรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ก็จะส่งผลทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสในการพัฒนาวงการภาพยนตร์ รวมถึงการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ผู้ประกอบการเห็นว่า ทางภาครัฐควรสนับสนุนเงินทุนในการสร้างสื่อที่ดี โดยเฉพาะรายการเด็ก เนื่องจากรายการดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตสินค้าในการลงโฆษณา ดังนั้น ตนจะเร่งผลักดันกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยอาจจะตั้งเป็นองค์การมหาชน หรือ ออกเป็น พ.ร.บ.เพื่อให้มีกฎหมายรองรับและอยู่ได้อย่างยั่งยืน สำหรับเงินกองทุนได้หารือกับ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)แล้ว โดยจะจึงดึงเงินจากกองทุนของ กทช.จำนวน 500 ล้านบาทมาใช้ ในขณะเดียวกันจะต้องหารือกับคณะอนุกรรมการที่ดูแลเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนอีกครั้งว่า จะใช้แหล่งทุนที่ใด เช่น อาจจะเก็บภาษีจากร้านคาราโอเกะ ร้านเกม สื่อต่างประเทศ 1% เข้ากองทุนดังกล่าว เป็นต้น นอกจากนี้ ตนจะนำเสนอเกี่ยวกับการลดภาษีให้แก่ ผู้ประกอบการภาพยนตร์ หรือภาพยนตร์ต่างประเทศที่จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย และผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เพราะยังติดในข้อกฎหมายของกรมสรรพากรที่ยังไม่เปิดช่องให้แก่เรื่องนี้ ซึ่งน่าจะทำได้ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับเรื่องมาตรการภาษี
กระทรวงวัฒนธรรมหาทางเยียวยาผู้ประกอบการด้านวัฒนธรรม
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีความห่วงใยผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม ที่ประสบปัญหาจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง และการปิดสนามบินที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศิลปิน คณะนักแสดงพื้นบ้าน ผู้ประกอบอาชีพ และผู้ประกอบการทางวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ระดมสรรพกำลังเร่งหาแนวทางเยียวยา และช่วยเหลือสนับสนุนศิลปิน ผู้ประกอบการพื้นบ้าน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการทางวัฒนธรรม โดยจะจัดการสัมมนาผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมในด้านมรดกทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต วัฒนธรรมร่วมสมัย และนักวิชาการ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 ที่โรงแรมรอยัล ซิตี้
กระทรวงวัฒนธรรมเร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศ
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงทางการเมืองที่ผ่านมา ว่า กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยมาก โดยเฉพาะภาพการจลาจลได้เผยแพร่ออกสู่สายตาทั่วโลก ในฐานะที่ กระทรวงวัฒนธรรมทำหน้าที่ดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรม ส่งเสริม สนับสนุน ฟื้นฟูเอกลักษณ์ของชาติ จะเร่งดำเนินการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งประเทศไทยในสายตาของชาวโลก เป็นดินแดนที่มีสันติสุข คนไทยนำหลักธรรมศาสนามาใช้ในการดำรงชีวิต จึงเป็นคนใจบุญ มีน้ำใจไมตรี ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส จนได้ชื่อ สยามเมืองยิ้ม แต่ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นจากคนกลุ่มหนึ่งที่มีแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ประเทศ และยากที่จะลบภาพนี้ไปจากสายตาของชาวโลก
โพลชี้คนรุ่นใหม่ใส่ใจวัฒนธรรม ชูตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล เป็นมรดกที่ภาคภูมิที่สุด
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้สำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนที่มีต่อกระทรวงวัฒนธรรม การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย และกิจกรรมวันสงกรานต์ ระหว่างเดือนมกราคม – เมษายน พ.ศ. 2552 ว่า มีความคิดเห็น ความพึงพอใจ เกี่ยวกับการดำเนินงานกิจกรรมและโครงการต่างๆ รวมถึงภาพลักษณ์ของกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อนำข้อคิดเห็นมาใช้ในการปรับปรุงงานของหน่วยงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กและเยาวชน ในสังคมไทย รวมถึงเร่งขจัดปัญหาที่ก่อให้เกิดอุปสรรค ในการส่งเสริมงานทางวัฒนธรรมให้ลดน้อยลงหรือหมดไป โดยผลการสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนที่มีต่อกระทรวงวัฒนธรรม พบว่า กลุ่มตัวอย่างจำนวน 7,620 คน ติดต่อมากที่สุด คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และอุทยานประวัติศาสตร์ ส่วนที่ไม่เคยติดต่อมากที่สุด คือ หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากรและกรมการศาสนา และหน่วยงานที่ไม่รู้จักมากที่สุด คือ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หอไทยนิทัศน์ และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงคอนเสิร์ตไตรภาคี ดินแดนแห่งอารยธรรมสันติสุข (กัมพูชา ลาว ไทย)
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กระทรวงวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานแสดง คอนเสิร์ตไตรภาคี ดินแดนแห่งอารยธรรมสันติสุข(กัมพูชา ลาว ไทย) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน ด้วยการนำศาสนา ศิลปวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมในเชิงสร้างสรรค์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมที่มีพื้นฐานอารยธรรมจากรากเหง้าเดียวกัน รวมทั้งสร้างความรัก ความสามัคคีจากเพลงอันเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละประเทศในเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นมั่นคงมากยิ่งขึ้นโดยใช้มิติทางวัฒนธรรม และแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยด้วยศิลปวัฒนธรรม มีอารยธรรม ประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ที่มีความผูกพัน มีสัมพันธภาพที่ดีในระดับประเทศและระดับประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะแหล่งมรดกโลกของทั้ง ๓ ประเทศ อันได้แก่ นครวัด ของกัมพูชา หลวงพระบางของลาว และอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยุธยา และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงของไทย ล้วนมีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ในสังคมโลก อีกทั้ง ๓ ประเทศ ซึ่งสอดคล้องและตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติ ทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ได้นำบทเพลงที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งสามประเทศมาบรรเลงและขับร้อง ได้แก่ เพลงอัปสรา สกุณาและแฮปริยา ของประเทศกัมพูชา เพลงดวงจำปา เย็นสบายชาวนา และกุหลาบปากซัน ของประเทศลาว สำหรับประเทศไทยจะนำเสนอบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ ในโอกาสนี้ เช่น เพลงอารยธรรมนำสันติสุข เพลงลุ่มน้ำเดียวกัน เพลงกัมพูชา ลาว ไทย และบทเพลง กัมพูชา ไทย ลาว ผืนฟ้าเดียวกัน ซึ่งเป็นเพลงขับร้องหมู่ ๓ ภาษาและภาษาอังกฤษ ที่เรียบเรียงทำนองและดนตรี โดย นายเมธวัชร์ (เทวัญ) ทรัพย์แสนยากร มร.แซม อังซัม และแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย นายภูมิพัฒน์ ดีละพรพัฒน์ สำหรับนักร้องที่ร่วมในการแสดงคอนเสิร์ตนี้ ประกอบด้วย จินตหรา พูนลาภ, ต้อย หมวกแดง, สุนารี ราชสีมา, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, ปริศนา วงศ์ศิริ, มนฤดี ศรีไษล, อรสา ฟ้าตระการ, เพ็ญนภา มุกดามาศ, โอ๋ พจนา และ เอ๋พจนา พร้อมด้วยคณะนักร้องจากประเทศกัมพูชาและลาว ร่วมขับร้องและบรรเลงโดยวงดุริยางค์สากล ของกรมศิลปากรเต็มวง อำนวยเพลงโดยสถาพร นิยมทอง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โทร.๐๒-๔๒๒-๘๘๕๔-๘ โทรสาร ๐๒-๔๒๒-๘๘๕๓
กระทรวงวัฒนธรรมจัดการแสดงคอนเสิร์ตไตรภาคี ดินแดนแห่งอารยธรรมสันติสุข
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กระทรวงวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานแสดง คอนเสิร์ตไตรภาคี ดินแดนแห่งอารยธรรมสันติสุข(กัมพูชา ลาว ไทย) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกัน ด้วยการนำศาสนา ศิลปวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมในเชิงสร้างสรรค์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมที่มีพื้นฐานอารยธรรมจากรากเหง้าเดียวกัน รวมทั้งสร้างความรัก ความสามัคคีจากเพลงอันเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละประเทศในเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย การจัดแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นมั่นคงมากยิ่งขึ้นโดยใช้มิติทางวัฒนธรรม และแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยด้วยศิลปวัฒนธรรม มีอารยธรรม ประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ที่มีความผูกพัน มีสัมพันธภาพที่ดีในระดับประเทศและระดับประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเฉพาะแหล่งมรดกโลกของทั้ง ๓ ประเทศ อันได้แก่ นครวัด ของกัมพูชา หลวงพระบางของลาว และอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยุธยา และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงของไทย ล้วนมีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ในสังคมโลก อีกทั้ง ๓ ประเทศ ซึ่งสอดคล้องและตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติ ทุกระดับ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีและการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาค โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ได้นำบทเพลงที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งสามประเทศมาบรรเลงและขับร้อง ได้แก่ เพลงอัปสรา สกุณาและแฮปริยา ของประเทศกัมพูชา เพลงดวงจำปา เย็นสบายชาวนา และกุหลาบปากซัน ของประเทศลาว สำหรับประเทศไทยจะนำเสนอบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ ในโอกาสนี้ เช่น เพลงอารยธรรมนำสันติสุข เพลงลุ่มน้ำเดียวกัน เพลงกัมพูชา ลาว ไทย และบทเพลง กัมพูชา ไทย ลาว ผืนฟ้าเดียวกัน ซึ่งเป็นเพลงขับร้องหมู่ ๓ ภาษาและภาษาอังกฤษ ที่เรียบเรียงทำนองและดนตรี โดย นายเมธวัชร์ (เทวัญ) ทรัพย์แสนยากร มร.แซม อังซัม และแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย นายภูมิพัฒน์ ดีละพรพัฒน์ สำหรับนักร้องที่ร่วมในการแสดงคอนเสิร์ตนี้ ประกอบด้วย จินตหรา พูนลาภ, ต้อย หมวกแดง, สุนารี ราชสีมา, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, ปริศนา วงศ์ศิริ, มนฤดี ศรีไษล, อรสา ฟ้าตระการ, เพ็ญนภา มุกดามาศ, โอ๋ พจนา และ เอ๋พจนา พร้อมด้วยคณะนักร้องจากประเทศกัมพูชาและลาว ร่วมขับร้องและบรรเลงโดยวงดุริยางค์สากล ของกรมศิลปากรเต็มวง อำนวยเพลงโดยสถาพร นิยมทอง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โทร.๐๒-๔๒๒-๘๘๕๔-๘ โทรสาร ๐๒-๔๒๒-๘๘๕๓ ---------------------------------------------------------
รายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมกปฏิบัติเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับกลาง รุ่นที่ 2
กระทรวงวัฒนธรรมไขความลับลูกปัด เตรียมทำเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม
กระทรวงวัฒนธรรมไขความลับลูกปัด เตรียมทำเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม
วธ.นำวัฒนธรรมโชว์ออสเตรเลียสร้างภาพลักษณ์ประเทศ
วธ.นำวัฒนธรรมโชว์ออสเตรเลียสร้างภาพลักษณ์ประเทศ
วัฒนธรรมสัญจรคณะทูตานุทูตสู่แหล่งมรดกโลก
.
หลากหลายชาติพันธุ์ไทยรวมใจเป็น 1
.
วธ. ออก ๕ มาตรการจัดระเบียบสื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่เหมาะสม
วธ. ออก ๕ มาตรการจัดระเบียบสื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่เหมาะสม
วธ. เตรียมส่งมอบโบราณวัตถุ ๗ ชิ้น คืนกัมพูชา
.
กระทรวงวัฒนธรรมเปิดช่องร้องภาพยนตร์ไม่ผ่านเรตติ้ง ร้องศาลปกครอง คกก.กฤษฎีกาได้
.
กระทรวงวัฒนธรรม นำวัฒนธรรมโชว์ในงานมหกรรมสินค้าและเทศกาลนานาชาติ ที่เกาหลี
.
กระทรวงศึกษาธิการขอกระทรวงวัฒนธรรมช่วยพัฒนาครูสอนนาฏศิลป์สังกัดสพฐ.
.

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/bfd07ad1.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 446


การแสดงดนตรี Bluegrass
.
กระทรวงวัฒนธรรมชูวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตั้งเวทีประชาคมแก้ปัญหาความขัดแย้ง ภาคใต้
กระทรวงวัฒนธรรมชูวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตั้งเวทีประชาคมแก้ปัญหาความขัดแย้ง ภาคใต้
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
กระทรวงวัฒนธรรมบรูณานุรักษ์ภาคประชาสังคม สร้างเสริมความรู้คู่คุณธรรม
กระทรวงวัฒนธรรมบรูณานุรักษ์ภาคประชาสังคม สร้างเสริมความรู้คู่คุณธรรม
ขอเผยแพร่ผลงานลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนด์(ICT)

 

  Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
             สมัครสมาชิก
 

  ปฏิทินกิจกรรม
มีนาคม 2553  
อาพฤ
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031
  ค้นศูนย์กลางข้อมูลทุกหน่วยงาน
คำค้น
 

ท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงหรือไม่
เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วย
อื่นๆ


Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/3b1a3066.JPG) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
mail.m-culture.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/db745465.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.gender.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/b44bd3d9.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/culture01/callcentre.php

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/fdba3239.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/culture01/library/document/view-document.php?library_id=1302&pid=1302&tit

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/99026ccb.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.thaicert.org

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1e6ff497.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.rakang.thaigov.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/4ae50f10.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.oic.go.th/ginfo

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/772055c7.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.police.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/fe166105.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.thaigov.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/66d3e5d2.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.kaned1.org/saiyok_center/index.html

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/6b9e5d55.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.amlo.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/c80dd8b9.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.gpf.or.th/

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/e15d98e4.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.legalreform.go.th/

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/5456d626.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/8969851a.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.gcc.tot.co.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/6685bbe0.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.nesac.or.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/87c727c4.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.women-family.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/e4ce47e0.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.cdd.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/370a8906.JPG) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.women-family.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/23d742b3.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.dcop.net

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/64dc9519.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/culture01/library/library.php?courseid=M2A=&pid=2016&lang=th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/f50f2477.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.eldc.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/6ca3106e.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/hrd

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/3dfc39b6.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/personnel

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/19d8d0c2.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
longlivetheking.kpmax.com/

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/31dc1798.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.women-family.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/23aae837.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.mfa.go.th/web/1650.php

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/2ac608fd.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.aseansec.org

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/d8740f61.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
cda.parliament.go.th/e_cons/

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1a6358d2.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.14thaseansummit.org/main.php

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/12b636e2.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/npoc

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/1e3309a0.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/law

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/3ee79d6c.JPG) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.thaizhong.org

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/e361d5ea.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.tkc.go.th

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/edb07056.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.m-culture.go.th/inspection/index.htm

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/0e65c3ca.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.nesac.go.th/selection3

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/9e0a67f2.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.naraiphand.com

Warning: getimagesize(culture01-uploads/photos/50706251.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in D:\inetpub\vhosts\m-culture.go.th\httpdocs\culture01\cindex_1.php on line 738
www.fraqlife.org

Ministry of Culture, 666 Borommaratchachonnani Road, Bang Plad, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888
กระทรวงวัฒนธรรม ๖๖๖ ชั้น ๑๕-๒๓ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. ๑๐๗๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๘๘
แผนที่ตั้งกระทรวง
ติดต่อ Webmaster



Counter : 11331600