Untitled Document
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย  กระทรวงวัฒนธรรม - Ministry of Culture
Untitled Document
ข่าวสาร
ข้อมูล-ความรู้
รายงานและตัวชี้วัด
บริการ
 
มุมข้าราชการ
 
เว็บไซต์ลิ้งค์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

หน้าหลัก  >  สาระน่ารู้และข้อมูลทางวัฒนธรรม  >   พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย

๑. พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)

          พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ปัจจุบันประดิษฐานใน พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ใน พระบรมมหาราชวัง
          ประวัติความเป็นมาของพระแก้วมรกตปรากฏในตำนานของชาวล้านนา  กล่าวว่าพระแก้วมรกตสร้างขึ้นในอินเดีย  และได้อัญเชิญมายังเมืองนครศรีธรรมราช   ละโว้ อยุธยา  ชัยนาท  สุโขทัย  กำแพงเพชร   จน กระทั่งมาถึงล้านนาตามลำดับ  หลักฐานที่พบ  และสามารถสืบค้นได้คือ  ประวัติพระแก้ว-มรกตจากพงศาวดาร  ซึ่งกล่าวว่า  ได้ค้นพบ พระแก้วมรกต ใน  พ.ศ ๑๙๗๙  ตรงกับสมัยของพระเจ้าสามฝั่งแกน ผู้ปกครองล้านนา  โดยพบในเจดีย์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย  ซึ่งถูกฟ้าผ่าพังทลายลงมา 
          หลังจากที่ได้พบพระแก้วมรกตแล้ว ได้มีการอัญเชิญเพื่อจะนำมาประดิษฐานยังเมืองเชียงใหม่  แต่ก็เกิดปาฏิหาริย์  จึงได้นำพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่วัดพระแก้วดอนเต้า  เมืองลำปาง   จนมาถึงรัชกาลพระเจ้า- ติโลกราช   ครั้นเมื่อสร้างวัดเจดีย์หลวงเสร็จแล้ว  จึงโปรดให้อัญเชิญพระแก้วมรกตจาก เมืองลำปาง  มาประดิษฐานในจระนำซุ้มด้านทิศตะวันออกของเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่  ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช  พระอุปราช  แห่งอาณาจักรล้านช้าง   มาปกครองล้านนา เป็นเวลา ๒ ปี  เมื่อพระราชบิดาสิ้นพระชนม์  พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจึงเสด็จกลับไปครอง อาณาจักรล้านช้าง   พร้อมกับอัญเชิญพระแก้วมรกตไปยังเมืองหลวงพระบาง  และในภายหลังได้ย้ายมาประดิษฐานยังวัดพระแก้ว ในเมืองเวียงจันทน์ เป็นเวลานานกว่า ๒๐๐ ปี   จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  แห่ง กรุงธนบุรี  สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก
ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจากเมืองเวียงจันทน์  มายังกรุงธนบุรี  ต่อมาเมื่อย้ายราชธานีมายังกรุงเทพมหานคร  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ซึ่งเป็นวัดสำคัญในเขตพระบรมมหาราชวัง
          พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งขัดสมาธิราบเหนือฐานหน้ากระดาน เกลี้ยง  ตามความจริงแล้ว  เนื้อวัสดุนั้นไม่ใช่ มรกต  แต่เป็นหินสีเขียว (หยก) ได้มีข้อสันนิษ-ฐานเกี่ยวกับการกำหนดอายุพระแก้วมรกตอยู่   ๒  ข้อ คือ   ข้อแรก   เชื่อว่าสร้างขึ้นในอินเดีย และได้อัญเชิญมายังเมืองต่างๆตามที่ปรากฏในตำนาน   กับอีกข้อหนึ่งเชื่อว่า  สร้างขึ้นในล้านนา  ซึ่งความเป็นไปได้น่าจะสร้างขึ้นในล้านนามากกว่า  เพราะการพบครั้งแรก รวมทั้งประวัติความเป็นมาล้วนแต่เกิดขึ้นในล้านนาทั้งสิ้น  แต่ก็ยังมีข้อสงสัยในขณะนั้นว่า  รูปแบบของพระแก้วมรกตไม่เหมือนกับพระพุทธรูปกลุ่มใดๆในล้านนา
          อย่างไรก็ตาม ได้พบหลักฐานสนับสนุนว่า  พระแก้วมรกตน่าจะสร้างขึ้นในล้านนา  และเป็นฝีมือช่างในแหล่งที่พบคือ แถบเมืองเชียงรายพะเยา  กล่าวคือ ได้พบพระพุทธรูปหินทรายในสกุลช่างพะเยากลุ่มหนึ่ง  มีลักษณะเช่นเดียวกับพระแก้วมรกต  ทั้งรูปแบบและวิธีการสร้าง รายละเอียดเกี่ยวกับอายุสมัยและรูป-แบบของพระแก้วมรกตนั้น เนื่องจากพระ-แก้วมรกตมีรูปแบบใกล้เคียงกับพระพุทธรูปแบบล้านนาระยะแรก  แต่ก็มีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยผสมแล้ว  จึงเชื่อว่า พระแก้ว-มรกตเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาระยะแรกที่รับอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยในสมัยพระเจ้ากือนา  ที่ได้อาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัยขึ้นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในล้านนา ใน  พ.ศ.  ๑๙๑๓    ดังนั้น  ปีที่สร้าง  พระแก้วมรกตจึงน่าจะอยู่ในระหว่าง  พ.ศ. ๑๙๑๓  -  ๑๙๗๙
          ประกอบกับในตำนานที่กล่าวถึงพระ-แก้วมรกต  ระบุว่า ได้มาปรากฏในล้านนาใน สมัยของท้าวมหาพรหม    ซึ่งเป็นพระอนุชาของ พระเจ้ากือนา โดยพระองค์ได้เป็นผู้อัญเชิญพระ-แก้วมรกตจากเมืองกำแพงเพชรมาประดิษฐานยังเมืองเชียงราย   จึงนับเป็นหลักฐานที่สัมพันธ์กับการแผ่อิทธิพลของสุโขทัยในล้านนาในช่วงระยะเวลานี้   พระแก้วมรกตซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญ  น่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างพระพุทธรูปล้านนาระยะต่อๆมา โดยเฉพาะในกลุ่มพระพุทธรูปหินทรายสกุลช่างพะเยาดังกล่าว  ดังนั้น ระยะเวลาในการสร้างงานน่าจะมีความใกล้เคียงกันด้วยคือ  อยู่ในราว ๆ ต้น - กลางพุทธศตวรรษที่ ๒๐

๒. พระพุทธสิหิงค์

           พระพุทธสิหิงค์  มีอยู่รวม ๓ องค์ที่มีชื่ออย่างเดียวกัน องค์แรกประดิษฐานในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร   ส่วนองค์ที่ ๒  ประดิษฐานในวิหารลายคำ  วัดพระสิงห์  จังหวัดเชียงใหม่   และองค์ที่ ๓  ประดิษฐานใน   หอพระพุทธสิหิงค์  จังหวัดนครศรีธรรมราช พระพุทธสิหิงค์มีปรากฏอยู่ในตำนานของชาวล้านนา  กล่าวว่า  สร้างขึ้นในลังกาและได้อัญเชิญมายังนครศรีธรรมราช  ละโว้  สุโขทัย   อยุธยา  ชัยนาท   กำแพงเพชร   ก่อนที่จะนำมายังล้านนา  โดยท้าวมหาพรหม   เจ้าเมืองเชียงราย  เป็นผู้ไปอัญเชิญมาจากเมืองกำแพงเพชร  เมื่อราวๆต้นพุทธศตวรรษที่  ๒๐
           จากรูปแบบของพระพุทธสิหิงค์ทั้ง  ๓ องค์ที่พบ  มีลักษณะเฉพาะของแต่ละสกุลช่าง แตกต่างกัน   และเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในแต่ละ  ท้องถิ่น  ดังนั้น ที่กล่าวว่า ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากลังกานั้น จึงเป็นเพียงตำนาน  เมื่อแต่ละท้องถิ่นรับมา  จึงได้มาสร้างพระ-พุทธรูปตามรูปแบบของตนเองขึ้น

           พระพุทธสิหิงค์   ประดิษฐานใน   พระที่นั่งพุทไธสวรรย์  พิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพระนคร กรุงเทพมหานคร    เป็น พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย หรือศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสุโขทัย อายุราวๆพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑  เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ  ขัดสมาธิราบ  พระพักตร์รูปไข่  พระรัศมีเป็นเปลว  ชายสังฆาฏิยาวมาจรดพระนาภี 

           - พระพุทธสิหิงค์  ประดิษฐานในวิหารลายคำ  วัดพระสิงห์  จังหวัดเชียงใหม่   เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาแบบที่เรียกว่า  “เชียงแสน  สิงห์หนึ่ง”   อายุราวๆต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐   เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย    ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร  พระเศียรเดิมถูกตัดไปแล้ว  ปัจจุบันเป็นเศียรที่หล่อขึ้นใหม่   พระวรกายอวบอ้วน   ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน

          - พระพุทธสิหิงค์  ประดิษฐานในหอพระพุทธสิหิงค์  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่ง  ขัดสมาธิเพชร   ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน พระวรกายอวบอ้วนอย่างมาก  นิยมเรียกว่าแบบ  “ขนมต้ม”  จัดเป็นสกุลช่างนครศรี-ธรรมราช มีอายุราวๆพุทธศตวรรษที่  ๒๒
 
วันที่ขึ้นเนื้อหา: 18 มีนาคม 2553 07:00
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน:7009


















 
Untitled Document

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๑๕-๒๓ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘
666 Borommaratchachonnani Road, Bang Bumru, Bang Phlat, Bangkok 10700 Thailand Tel. +662 422 8888
สายด่วนวัฒนธรรม โทร.๑๗๖๕
ติดต่อ webmaster@m-culture.go.th
แผนที่ตั้งกระทรวง

 
free hit counter