ห้องเเรก เสวยราชสมบัติ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์

ห้องแรก : เสวยราชสมบัติ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธีพระบรมราชภิเษก 2 ครั้ง ในครั้งแรก ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามขัตติยโบราณราชประเพณี เพื่อประดิษฐาน ความเป็นพระมหากษัตริย์ โดยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๓ แต่งดการแห่เสด็จเลียบพระนคร และการรื่นเริงอื่นๆ จนกระทั่งถวายพระเพลิง พระบรมศพพระราชบิดา คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และครบกำหนด การไว้ทุกข์แล้ว ๑ ปี นับแต่วันสวรรคต จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธี บรมราชาภิเษกสมโภช อีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้ มีเจ้านาย และอรรคราชฑูต ผู้แทนพระองค์ พระราชาธิบดี และผู้แทนประธานนาธิบดี จากนานาประเทศมาร่วม งานถึง ๑๔ ประเทศ
ห้องที่ ๒ : ทัดเทียมประเทศอารยะ
ใน พ.ศ. ๒๔๕๗ ได้เกิดสงครามขึ้นในทวีปยุโรปโดยแบ่งออกเป็นฝ่ายมหาอำนาจอันได้แก่ เยอรมัน และออสเตรีย-ฮังการี กับฝ่ายสัมพันธมิตรได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และรัสเซีย เป็นต้น ต่อมาสงครามนี้ ได้กลายเป็นมหาสงครามโลกครั้งที่ 1
ในระยะแรก ของสงครามสยามประเทศ ได้ประกาศความเป็นกลาง แต่เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนายทหารเก่าแก่แห่งกรมทหารราบเบาเดอรัม พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์แก่ทายาทของทหาร ในกรมทหารราบเบาเดอรัม ที่เสียชีวิตในสงคราม และสมเด็จ พระเจ้ายอร์ชที่ ๕ แห่งอังกฤษ ทรงซาบซึ่งพระทัย ได้ถวายพระยศ นายพลเอกพิเศษแห่งกองทัพบกอังกฤษ และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ถวายพระยศ พลเอกพิเศษแห่งกองทัพบกสยาม เป็นการตอบแทน
ห้องที่ ๓ : นำชัยชนะสู่สยาม
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ ประกาศสงครามกับ ประเทศเยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๖๐ เพื่อรักษาประโยชน์ ของประเทศ และเพื่อรักษา ความเป็นธรรม ของโลกส่วนรวม พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดกองทหาร อาสามสมัคร ไปร่วมรบกับ ฝ่ายสัมพันธมิตร ณ สมรภูมิ ทวีปยุโรป เมื่อสงครามโลกยุติลง กองทหารอาสาสมัคร เดินทางถึง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๒ ทรงโปรดฯ ให้จัดงานฉลอง พระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีศักดิ์รามาธิบดี แก่ธงไชยเฉลิมพล โดยทรงผูกประทับดวงตรา ที่ยอดคันธงไชยเฉลิมพลนั้น ด้วยพระองค์เอง
การร่วมกับฝ่ายชนะสงครามนี้ ทำให้เราสามารถแก้ไข สนธิสัญญาทางการค้า และการศาลกับนานาประเทศ ได้เป็นผลสำเร็จ
ที่มา : http://www.finearts.go.th
|