
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นผู้แทนนายธีระ สลักเพชร รมว.วธ. เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีวัฒนธรรมแห่งเอเซีย (Asia Cultural Ministerial Round-table Meeting) ซึ่งมีประเทศต่างๆเข้าร่วม 22 ประเทศ ณ โรงแรมฮอลิเดอินน์ เมืองโอดอส สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆ นี้ว่า การประชุมในวันที่ 2 ที่ประชุมเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีวัฒนธรรมและผู้แทนได้เสนอความคิดเห็นหรือข้อ เรียกร้องทางวัฒนธรรมที่มีประโยชน์ต่อภูมิภาคเอเชีย ท่ามกลางบรรยากาศเชิงสร้างสรรค์ ทั้งนี้สาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะเจ้าภาพเน้นการบริหารและจัดการมรดกทาง วัฒนธรรม โดยทุ่มงบประมาณสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งแต่ละปีได้กำหนดเป้าหมายให้มีการจัดงานมหกรรมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมตาม เมืองใหญ่ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ตามนโยบายการบริหารประเทศบนรากฐานความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม ส่วน ประเทศฟิลิปปินส์เน้นการสร้างอัตลักษณ์ของประชาชนในประเทศท่ามกลางกระแส โลภิวัฒน์ให้มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศเนปาลมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ ฮินดู มุสลิม และสามารถอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่าง โดยมีจุดเด่นที่สวนลุมพินีวัน สถานที่ประสูติสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และแหล่งท่องเที่ยว ในขณะที่ประเทศสิงค์โปร์เน้นการลงทุนทางด้านวัฒนธรรม อาทิ การสร้างโรงละคร ห้องพิพิธภัณฑ์ หอสมุดแห่งใหม่ให้เป็นแหล่งศึกษาองค์ความรู้ที่ทันสมัยแก่ประชาชน และประเทศศรีลังกามีการบริหารวัฒนธรรมจากรากเหง้าของตนเอง ให้ความสำคัญกับเมืองมรดกโลก เรียกว่า สามเหลี่ยมวัฒนธรรมของศรีลังกา คือ เมืองอนุราชปุระ เมืองปุรูนา และเมืองแคนดี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ
“ในส่วนของไทยเราได้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ พัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรม โดยรัฐบาลได้ทุ่มงบสนับสนุน 8,000 ล้านบาทดูแลอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างอาชีพให้แก่ประชาชน ในฐานะผู้แทนไทยเห็นว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น จึงได้เน้นย้ำต่อที่ประชุมว่า เมื่อผู้แทนของแต่ละประเทศนำประสบการณ์การบริหารงานวัฒนธรรมมาแลกเปลี่ยนกัน แล้ว เมื่อกลับไปประเทศของตนควรนำข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ กลับไปพัฒนาประเทศ พร้อมกับรายงานรัฐบาลของตนเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนที่เข้มแข็ง ผลักดันนโยบายใช้มิติวัฒนธรรมเพื่อบริหารประเทศให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม และควรมีเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนอุปสรรคปัญหาการบริหารงานด้านวัฒนธรรมในระดับ เอเชียอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศไทยผมคิดว่าการได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้จะเป็นการขยายความ ร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างไทยกับนานาชาติเพิ่มมากขึ้น”ปลัดวธ.กล่าว
|