กระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ o๖/o๘/๒๕๕๖

โครงการ "คนดี คิดดี สังคมดี"


 

โครงการ "คนดี คิดดี สังคมดี”

นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สัมภาษณ์ประเด็นโครงการ"คนดี คิดดี สังคมดี” ในรายการ รายการ "๕ เช้า ข่าวดี” วันศุกร์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง ๕ ว่า กระทรวงวัฒนธรรม ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างเสริมคุณธรรม และจริยธรรม โดยการสร้างจิตสำนึก และปลูกฝังให้เยาวชนและประชาชนประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการเผยแพร่ทางสื่อและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคิดดี ทำดี และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ รวมถึงการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยการรณรงค์ให้ ทุกภาคส่วนของสังคมได้ร่วมกันสร้างสรรค์คนดี และยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีของเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ความวิริยะ อุตสาหะ ความกล้าหาญ และเสียสละ เพื่อสังคมไทยและประเทศชาติ จึงได้จัดทำโครงการ "คนดี คิดดี สังคมดี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา เพื่อไม่ให้ "คนดี” หายไปจากสังคมไทย ทั้งยังเป็นเป็นขวัญและกำลังใจในการเป็นคนดี คิดดี และเป็นแบบอย่างที่ดีให้สังคมต่อไป
 
ผู้ที่ทำความดีตามโครงการนี้ อาจจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ ร่วมกันกระทำความดี เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างของการประพฤติปฏิบัติดี และเป็นที่ยอมรับในสังคมแห่งอารยประเทศ โดยเน้นให้คนไทยสามารถดำรงชีวิต ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งถือว่าเป็นหลักของการทำความดี และนำเสนอเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ ให้เป็นตัวอย่างของการทำความดี การเสียสละ สร้างสรรค์ผลงานช่วยเหลือซึ่งกัน และกันการบำเพ็ญประโยชน์ลักษณะต่างๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ของสังคมไทยปัจจุบัน ทั้งยังเป็นแนวทางในการพัฒนาสังคม และประเทศชาติแบบยั่งยืน ให้อยู่อย่างร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุขร่มเย็น ซึ่งวัตถุประสงค์ของโครงการฯ มีดังนี้
 
๑. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา
๒. ส่งเสริมให้บุคคล นักเรียน นักศึกษา หน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ร่วมกันกระทำความดี เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างของ การประพฤติปฏิบัติดี และเป็นที่ยอมรับในสังคมแห่งอารยประเทศ
๓. เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นที่ประจักษ์ในสังคม
๔. นำเสนอเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ ให้เป็นตัวอย่างของการทำความดี การเสียสละ

สำหรับขั้นตอนการดำเนินโครงการฯ โดยย่อ ๆ คือ
๑. ศึกษาข้อมูลการทำความดีของบุคคลและองค์กรต่างๆ ทั้งจากสื่อ ไม่ว่า หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ระบบ social network นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เสนอขึ้นมาได้อีกทางหนึ่งด้วย
๒. หลังจากเราได้ขอมูลเบื้องต้นแล้ว เราก็จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ เช่น ประวัติ และเกียรติคุณที่ทำความดีที่เป็นที่ประจักษ์ในสังคม
๓. จัดพิธีประกาศ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณบัตร พร้อมเงินสนับสนุนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคคลและหน่วยงานที่คิดดี ทำดี สังคมดี

นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังมีการเงินรางวัล ผู้ที่ทำความดีรายละ ๕,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วแต่กรณี ๆ ไป เช่น กระทำความคนเดียวก็อาจจะให้ ๑๐,๐๐๐ บาท กระทำความดีเป็นหมู่คณะ หรือเป็นกลุ่มก็อาจจะให้รายละ ๕,๐๐๐ คน นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเป็นบัตรเข้าชมโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ อุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ ประเภทตลอดชีพ แต่อย่างไรก็ตามเราอย่าให้ความสำคัญกับเงินรางวัลมากนักเพราะไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญ เป็นเพียงสิ่งตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะสนับสนุนการทำความดีเท่านั้นเอง ซึ่งสิ่งที่สำคัญสุดคือ การกระทำความดีซึ่งเทียบกับตัวเงินหรือรางวันนี้เลย และเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕ ณ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศยกย่องผู้ทำความดี ตามโครงการ จำนวน ๑๐ คน จาก ๕ เหตุการณ์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงระหว่างเดือน ตุลาคม ๒๕๕๔ – มกราคม ๒๕๕๕ ดังนี้

๑. นายทินภัทร พิมพา นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ในกรณีเหตุการณ์เก็บถุงใส่ทองและเพชร มูลค่า ๑๐ ล้านบาท ส่งคืนเจ้าของ
๒. นางสาวสุฑาลินี แซ่ตัน นักเรียนวิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี และนายชะเอม สายตรง อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ในกรณีเหตุการณ์เก็บเงิน ๓.๗ ล้านบาท ส่งคืนเจ้าของ
๓. ด.ช.ประพันธ์ นุ้ยวังทอง นักเรียนโรงเรียนวัดกำแพงอุดมพิทยากร จังหวัดชลบุรี ในกรณีเหตุการณ์เก็บเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ส่งคืนเจ้าของ
๔. นางสาวชฎาธาร ดิลกวัฒนะคูณ นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา นางสาวนันจนา สุขสดมภ์ นักเรียนโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ นางสาวญาณิศา วงศ์ทัศนีโย นักเรียนโรงเรียนแอ๊ดเวนตีสเอกมัย และนางสาวลลิษรา งามเชวง นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในกรณีเหตุการณ์เก็บเงิน ๑.๘ ล้านบาท ส่งคืนเจ้าของ
๕. ด.ญ.วริศรา วงศมาก และด.ญ.ณัฏฐณิชา วงศมาก นักเรียนโรงเรียนวัดควนวิเศษ จังหวัดตรัง ในกรณีเหตุการณ์เก็บกระเป๋าของนักท่องเที่ยวมีเงินสดและทองคำ มูลค่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ส่งคืนเจ้าของ
 
สุดท้ายนี้ขอเรียนว่า การทำความดี ไม่ใช่เรื่องยากเลย อย่างน้อยเราเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน เพราะทำดีต่อตนเองถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เราได้รู้สึกดีๆ และพร้อมที่จะแบ่งปันความสุขไปให้ผู้อื่นให้สังคมในภาพรวมต่อไป และอย่าลืมว่าการทำความดี กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมที่จะส่งเสริม สนับสนุน และยกย่องประกาศเกียรติคุณให้ประจักษ์แก่สาธารณะชนได้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการจุดประกายให้เด็ก เยาวชน ประชาชนไทยทุกคนยึดเป็นแบบอย่างพร้อมที่จะทำความดีให้กับสังคมต่อไป




แชร์


Facebook share Twitter share LINE share