วันสำคัญ
วันตรุษจีน

วันที่ 4 ต.ค. 2556
 

วันตรุษจีน หรือปีใหม่จีน

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่

ประวัติวันขึ้นปีใหม่ของจีนมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในวัฒนธรรมอื่นๆ ความปรารถนาสิ่งที่เราหวังว่าจะได้ปรับปรุง หรือที่เราคิดทำเมื่อเริ่มต้นในเทศกาลวันปีใหม่ มาถึงตอนนี้ ถ้าไม่ถูกลืมก็ถูกยัดลงกล่องใส่ตู้ปิดตายและแปะหน้าตู้ว่าไม่แน่ เอาไว้ทำปีหน้าแล้วกันอย่างไรก็ดี ความหวังก็คงยังไม่สูญไปทั้งหมดเพราะโอกาสที่สองกำลังมาถึงแล้วกับการฉลอง วันปีใหม่จีน หรือที่เรารู้จักกันว่า ตรุษจีน

ตรุษจีนนั้นคล้ายคลึงกับวันปีใหม่ในประเทศทางตะวันตก ร่องรอยของประเพณี และพิธีกรรมความเป็นมาของการฉลอง ตรุษจีน นั้นมีมานานกว่าศตวรรษ จริงๆแล้วนานมาก จนไม่สามารถย้อนกลับไปดูว่าเริ่มต้นฉลองมาตั้งแต่เมื่อไร เป็นที่รู้จักและจำได้ทั่วไปว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อน วันตรุษจีน (คล้ายกับวัน คริสต์มาสของประเทศตะวันตก) เมื่อผู้คนเริ่มซื้อของขวัญ, สิ่งต่างๆ เพื่อประดับบ้านเรือน, อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูก ทำความสะอาดตั้งแต่บนลงล่างหน้าบ้านยันท้ายบ้าน ซึ่งหมายถึงการกวาดเอาโชคร้าย ออกไป ประตูหน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณทาสีใหม่ซึ่งสีแดงเป็นสีนิยม ประตูหน้าต่างจะถูก ประดับประดาด้วยกระดาษที่มีคำอวยพรอย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืนเป็นต้น

วันก่อนวันตรุษจีนนั้นเป็นวันแห่งการการรอคอยจะว่าไปถือวันที่น่าตื่นเต้น มากที่สุด ในบรรดาการฉลองทั้งหมดเห็นจะได้ ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ นั้นผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ อาหาร ไปจนถึงเสื้อผ้า อาหารค่ำนั้นประกอบด้วยอาหารทะเล และอาหารนึ่งเช่นขนมจีบ ซึ่งแต่ละอย่างจะมีความหมายต่างๆกัน อาหารอันโอชะอย่างเช่นกุ้งจะหมายถึงชีวิตที่รุ่งเรือง และความสุข เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสดจะนำมาซึ่งโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาร่ายดูคล้ายผมแต่กินได้จะนำความความร่ำรวยมาให้ และขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร และเป็นธรรมดาเสื้อผ้าที่ใส่สีแดงถือเป็นสีที่เป็นมงคลเป็นการไล่ปีศาจร้าย ให้ออกไป และการใส่สีดำหรือขาวเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งสีเหล่านี้ถือว่าเป็นสีแห่งการไว้ทุกข์ หลังจากอาหารค่ำทุกคนในครอบครัวนั่งกันจนเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน และในวันนี้จะต้องไม่โกรธ ริษยา หรือ ไม่พอใจ เพื่อเป็นสิริมงคลที่ดีสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง

เมื่อถึงวันตรุษจีน ประเพณีตั้งแต่โบราณมาเรียกว่า อังเปา ซึ่งหมายถึง กระเป๋าแดง เป็นการที่คู่แต่งงานให้เงินเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้แต่งงานในซองสีแดง หลังจากนั้นทุกคน ในครอบครัว ต่าง ออกมาเพื่อคำอวยพรวันปีใหม่กล่าวสวัสดีปีใหม่ เริ่มจากญาติๆ แล้วต่อด้วยเพื่อนบ้าน โดยส่วนใหญ่คำอวยพรวันปีใหม่จะพูดว่า "ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ" ซึ่งคงคล้ายกับการที่ชาวตะวันตกพูดว่า "Let bygones be bygones" (อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป) ในวันตรุษนี้ อารมณ์โมโหโกรธาจะถูกลืม และไม่สนใจ การฉลอง วันตรุษจีน สิ้นสุดลงในงานโคมไฟ ซึ่งฉลองโดยการร้องเพลง เต้นรำ และงานแสดงโคมไฟ ถึงแม้ว่าการฉลองวันตรุษจีน จะมีแตกต่างกันออกไปแต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การอวยพร ความสงบ และความสุขให้กับคนในครอบครัวและเพื่อนทุกคน

ตำนานความเป็นมาของวันตรุษจีน
อาหารไหว้เจ้า - ของไหว้ตรุษจีน
ความเชื่อต่าง ๆ ในวันตรุษจีน ที่ห้ามทำและที่นิยมทำกัน
ครบเครื่องเรื่องเซ่นไหว้ในเทศกาลตรุษจีน


ตำนานความเป็นมาของวันตรุษจีน

ตรุษจีน เป็นวันสำคัญของจีนที่มีมาแต่โบราณที่เรียกว่า “กว้อชุนเจี๋ย” หรือ “กว้อเหนียน” เล่ากันว่าในสมัยโบราณ ในป่าทึบแห่งหนึ่ง มีสัตว์ป่าที่ดุร้ายและน่ากลัวมากตัวหนึ่ง เรียกว่า “เหนียน” มันออกอาละวาดกินคนเป็นประจำ พระเจ้าจึงลงโทษมัน อนุญาตให้มันลงมาจากเขาได้เพียงหนึ่งครั้งใน 365 วัน ดังนั้น เมื่อฤดูหนาวใกล้จะผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิเวียนมาใกล้ เหนียน ก็จะออกมาทำร้ายผู้คน เพื่อป้องกันการมาของ เหนียน ทุก ๆ ครัวเรือนจึงต่างสะสมเสบียงอาหาร และกับข้าวจำนวนหนึ่งไว้ในบ้าน เมื่อถึงตอนค่ำของวันที่ 30 เดือน 12 ก็จะปิดประตูและหน้าต่างเอาไว้ ไม่หลับไม่นอนตลอดคืน เพื่อต่อสู้กับ เหนียน จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าก็จะเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 1 เมื่อ เหนียน กลับไปแล้ว ทุก ๆ ครัวเรือนก็จะเปิดประตูออกมาแสดงความยินดีต่อกัน ที่โชคดีไม่ได้ถูก เหนียน ทำร้าย

ต่อมาพบว่า เหนียน มีจุดอ่อน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อ เหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังหวดแส้เล่นกัน เมื่อ เหนียน ได้ยินเสียงแส้ดังเปรี้ยงปร้างก็เลยตกใจเผ่นหนีไป เมื่อ เหนียน ไปถึงหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง เห็นมีชุดเสื้อผ้าสีแดงตากอยู่หน้าบ้านของครอบครัวหนึ่ง สีแดงฉูดฉาดนั้น ทำให้ เหนียน ตกใจและเผ่นหนีไปอีก เมื่อ เหนียน มาถึงหมู่บ้านแห่งที่สาม ปรากฏว่าไปพบเห็นกองเพลิงกองหนึ่งบนถนน แสงเพลิงที่เจิดจ้าทำให้ เหนียน ต้องเผ่นหนีไปอีก ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนต่างรู้ว่า แม้ว่า เหนียน จะดุร้ายแต่มันก็กลัวสีแดง เสียงดัง และไฟ ทำให้ผู้คนสามารถคิดหาวิธีกำจัด เหนียน ได้โดยไม่ยากนัก

เมื่อวันส่งท้ายตรุษจีนเวียนมาอีกครั้งหนึ่ง ทุกๆ ครัวเรือนจึงต่างนำกระดาษสีแดงมาติดไว้บนประตูหน้าบ้าน แขวนโคมไฟสีแดง พร้อมกับจุดประทัดและตีฆ้องรัวกลองอย่างต่อเนื่อง เมื่อ เหนียน มาถึงในตอนเย็น เห็นทุก ๆ ครัวเรือนมีแสงไฟสว่างไสว มีเสียงประทัดดังสนั่นจึงตกใจเผ่นหนีกลับเข้าป่าไป และไม่กล้าออกมาอาละวาดอีก ทุก ๆ คนจึงผ่านพ้นคืนแห่งอันตรายไปอย่างปลอดภัย เมื่อฟ้าสางแล้ว ผู้คนจึงออกมาจากบ้าน กล่าวคำอวยพรซึ่งกันและกันอย่างมีความสุข พร้อมกับการนำอาหารออกมารับประทานร่วมกันอย่างสนุกสนาน

อาหารไหว้เจ้า – ของไหว้ตรุษจีน

ในวันฉลองตรุษจีนอาหารจะถูกรับประทานมากกว่าวันไหนๆในปี อาหารชนิดต่างๆที่ปฏิบัติกันจนเป็นประเพณี จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียไปแล้ว ในวันตรุษครอบครัวชาวจีนจะทานผักที่เรียกว่า ไช่ ถึงแม้ผักชนิดต่างๆที่นำมาปรุง จะเป็นเพียงรากหรือผักที่มีลักษณะเป็นเส้นใยหลายคนก็เชื่อว่าผักต่างๆมีความหมายที่เป็นมงคลในตัวของมัน

ความหมายของไหว้ตรุษจีน

เม็ดบัว - มีความหมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย
เกาลัด - มีความหมายถึง เงิน
ถั่วตัด - หมายถึง แท่งเงิน
สาหร่ายดำ - คำของมันออกเสียงคล้าย ความร่ำรวย
เต้าหู้หมักที่ทำจากถั่วแห้ง - คำของมันออกเสียงคล้าย เต็มไปด้วยความร่ำรวย และ ความสุข
หน่อไม้ - คำของมันออกเสียงคล้าย คำอวยพรให้ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสุข
เต้าหู้ที่ทำจากถั่วสดนั้นจะไม่นำมารวมกับอาหารในวันนี้เนื่องจากสีขาวซึ่ง เป็นสีแห่งโชคร้าย สำหรับปีใหม่และหมายถึงการไว้ทุกข์

ของไหว้ตรุษจีน

1.ขนมเข่ง คือ ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ขนมเข่งที่ใส่ในชะลอม หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์
2.ขนมเทียน คือ เป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากชาวจีนโพ้นแผ่นดินดัดแปลงมาจากขนมท้องถิ่นของไทย จากขนมใส่ไส้เปลี่ยนจากแป้งข้าวเจ้าผสมกะทิมาเป็นแป้งข้าวเหนียวแทน มีความหมายหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
3.ขนมไข่ คือ ความเจริญเติบโต
4.ขนมถ้วยฟู คือ ความเพิ่มพูนรุ่งเรือง เฟื่องฟู
5.ขนมสาลี่ คือ รุ่งเรือง เฟื่องฟู
6.ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว คือ ไหว้เพื่อให้เปาไช้ แปลว่าห่อโชค
7.จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง ปิ่นโต หมายถึงความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป

อาหารอื่นๆ รวมไปถึงปลาทั้งตัว เพื่อเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกัน และความอุดม- สมบรูณ์ และไก่สำหรับความเจริญก้าวหน้า ซึ่งไก่นั้นจะต้องยังมีหัว หางและเท้าอยู่ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ เส้นหมี่ก็ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว ทางตอนใต้ของจีน จานที่นิยมที่สุดและทานมากที่สุดได้แก่ ข้าวเหนียวหวานนึ่ง บ๊ะจ่างหวาน ซึ่งถือเป็นอาหารอันโอชะ ทางเหนือ หมั่นโถ และติ่มซำ เป็นอาหารที่นิยม อาหารจำนวน มากที่ถูกตระเตรียมในเทศกาลนี้มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวยของบ้าน

ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่

วันจ่าย หรือ ตื่อเส็ก คือวันก่อนวันสิ้นปี เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องไปซื้ออาหารผลไม้และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านหยุดพักผ่อนยาว ในตอนค่ำจะมีการจุดธูปอัญเชิญเจ้าที่ หรือ ตี่จู๋เอี๊ย ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันที่แล้ว

วันไหว้ คือ วันสิ้นปี จะมีการไหว้ 3 ครั้ง คือ ตอนเช้ามืดจะไหว้ ไป๊เล่าเอี๊ย เป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ เครื่องไหว้คือ เนื้อสัตว์ 3 อย่าง (ซาแซ ได้แก่ หมูสามชั้นต้ม ไก่ เป็ด ปรับเปลี่ยนเป็นชนิดอื่นได้ หรือมากกว่านั้นได้จนเป็นเนื้อสัตว์ห้าชนิด) เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ตอนสาย จะไหว้ไป๊เป้บ๊อ คือการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ) รวมทั้งการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่ออุทิศแก่ผู้ล่วงลับ หลังจากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาที่ครอบครัวหรือวงศ์ตระกูลจะรวมตัวกันได้มากที่สุด จะแลกเปลี่ยนอั่งเปาหลังจากรับประทาน อาหารร่วมกันแล้ว ตอนบ่าย จะไหว้ ไป๊ฮ้อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้จะเป็นพวกขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล

วันขึ้นปีใหม่ หรือ วันเที่ยว หรือ วันถือ คือวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่งของปี (ชิวอิก) วันนี้ ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน คือ ไป๊เจีย คือ การไปไหว้ขอพรและอวยพรจากญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก โดยนำส้มสีทองไปมอบให้ เหตุที่ให้ส้มก็เพราะออกเสียงภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "กา" ซึ่งไปพ้องกับคำว่าทอง เพราะฉะนั้นการให้ส้มจึงเหมือนนำโชคดีไปให้ จะมอบส้มจำนวน 4 ผล ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าของผู้ชาย เหตุที่เรียกวันนี้ว่าวันถือคือ เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล งดการทำบาป จะมีคติถือบางอย่าง เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่แล้วออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน เป็นต้น

 

 

ความเชื่อต่าง ๆ ในวันตรุษจีนที่ห้ามทำและที่นิยมทำกัน

วันตรุษจีน ทุกคนจะไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล ความหมายเป็นนัยและคำว่า สี่ ซึ่งออกเสียงคล้ายความตายก็จะต้องไม่พูดออกมา วันตรุษจีน ต้องไม่มีการพูดถึงความตายหรือการใกล้ตาย และเรื่องผีสางเป็นเรื่องที่ต้องห้าม เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในปีเก่าๆ ก็จะไม่เอามาพูดถึง ซึ่งการพูดควรมีแต่เรื่องอนาคต และทุกอย่างที่ดีกับปีใหม่และการเริ่มต้นใหม่

หากคุณร้องไห้ในวันปีใหม่ คุณจะมีเรื่องเสียใจไปตลอดปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะทน และไม่ตีสั่งสอน

การแต่งกายและความสะอาดใน วันตรุษจีน เราไม่ควรสระผมเพราะนั้นจะหมายถึงเราชะล้างความโชคดีของเราออกไป เสื้อผ้าสีแดงเป็นสีที่นิยมสวมใส่ในช่วง เทศกาลวันตรุษจีน นี้สีแดงถือเป็นสีสว่าง สีแห่งความสุข ซึ่งจะนำความสว่างและเจิดจ้ามาให้แก่ผู้สวมใส่ เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันปีใหม่ จะส่งให้มีผลดีหรือผลร้ายได้ตลอดทั้งปี เด็ก ๆ และคนโสด เพื่อรวมไปถึงญาติใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซึ่งเป็นซองสีแดงใส่ด้วย ธนบัตรใหม่เพื่อโชคดี

วันตรุษจีนกับความเชื่ออื่น ๆ สำหรับ คนที่เชื่อโชคลางมากๆ ก่อนออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนหรือญาติ อาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้านและทางที่จะไปเพื่อ เป็นความเป็นสิริมงคล

บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีมีความหมายสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี

การเข้าไปหาใครในห้องนอนในวันตรุษจีนถือเป็นโชคร้ายดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนป่วยก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก ไม่ควรใช้มีดหรือกรรไกรในวันตรุษจีน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการตัดโชคดี ทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าชาวจีนทุกคนจะคงยังเชื่อตามความเชื่อที่มีมาแต่ทุกคนก็ยังคง ยึดถือ และปฎิบัติตาม เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนธรรมเนียม และวัฒนธรรม โดยที่ชาวจีน ตระหนักดีว่าการปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมมาแต่เก่าก่อนเป็นการแสดงถึงความเป็นครอบครัวและเอกลักษณ์ของตน

วันตรุษจีน ปี 2554 ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์
วันจ่าย (1 กุมภาพันธ์ 2554) คือวันซื้อข้าวของเตรียมการสำหรับวันตรุษจีน
วันไหว้ (2 กุมภาพันธ์ 2554) ช่วงเช้า ไหว้เจ้าที่ ช่วงสาย ไม่เกินเที่ยงวัน เป็นการไหว้บรรพบุรุษ รวมทั้งการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ช่วงกลางคืน เวลา 23.00 น. – 24.59 น. ไหว้รับเสด็จเทพเจ้าโชคลาภ หันหน้าไปทางทิศเหนือ (ทิศและฤกษ์ อ้างอิงตำราน่ำเอี้ยง)ไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) เพื่อขอพรให้มั่งคั่งร่ำรวยยิ่ง ๆ ขึ้นไป
วันเที่ยว วันถือ (3 กุมภาพันธ์2554) คือวันขึ้นปีใหม่ มีการปิดกระดาษตัวหนังสือคำมงคล เพื่ออวยพร รวมทั้งการมอบเงินทองใส่ซองสีแดงมาแจกเป็นอั่งเปา เพื่อให้ลูกหลานที่ได้รับประสบความสำเร็จรุ่งเรืองในปีใหม่

 

ครบเครื่องเรื่องเซ่นไหว้ใน เทศกาลตรุษจีน

วันตรุษจีน ชุดเซ่นไหว้เจ้าที่เทพยดา ประกอบด้วย

³  ชุดไหว้ของคาว (โหงวแซ หรือซาแซ)
³  ชุดไหว้ของหวาน (โหงวเปีย หรือซาเปีย)
³  ชุดไหว้ผลไม้มงคล (โหงวก้วย หรือซาก้วย)
³  ชุดกระดาษเงิน กระดาษทอง สำหรับเซ่นไหว้เจ้าที่และเทพยดา

ชุดเซ่นไหว้บรรพบุรุษ วันตรุษจีน ประกอบด้วย

³  ชุดไหว้ของคาว (โหงวแซ หรือซาแซ) วันไหว้
³  ชุดไหว้ของหวาน (โหงวเปีย หรือซาเปีย) วันไหว้
³  ชุดไหว้ผลไม้มงคล (โหงวก้วย หรือซาก้วย) วันไหว้
อาหารที่บรรพบุรุษชอบ อาหารหรือขนมที่มีลักษณะเป็นน้ำชามหรือข้าวสวย น้ำชา
ชุดกระดาษเงิน กระดาษทอง วันไหว้ สำหรับเซ่นไหว้บรรพบุรุษ

ชุดเซ่นไหว้ วันตรุษจีนและความหมายของชุดเซ่นไหว้

การจัดชุดเซ่นไหว้ ขึ้นอยู่กับผู้ไหว้ ซึ่งนิยมจัดชุดเซ่นไหว้ ให้ลงท้ายด้วยเลข 5 หรือเลข 3

ชุดเซ่นไหว้อาหารคาว 5 อย่าง (โหงวแซ) วันไหว้ ในวันตรุษจีน ได้แก่ หมู ไก่ เป็ด ปลา และกุ้งมังกร (หรือปลาหมึกแห้ง)

ชุดเซ่นไหว้อาหารคาว 3 อย่าง (ซาแซ) ได้แก่ หมู ไก่ และเป็ด

ชุดเซ่นไหว้ขนมหวาน 5 อย่าง (โหงวเปีย) ได้แก่ ขนมเทียน ขนมแข่ง ซาลาเปาไส้หวาน ขนมถ้วยฟูและขนมจันอับ

ชุดเซ่นไหว้ขนมหวาน 3 อย่าง (ซาเปีย) ได้แก่ ขนมเทียน ขนมแข่งและขนมจันอับ

ชุดเซ่นไหว้ผลไม้มงคล 5 อย่าง (โหงวก้วย) ได้แก่ ส้ม องุ่น สับปะรด กล้วยหอมและแอปเปิ้ล

วันตรุษจีน ชุดเซ่นไหว้ผลไม้มงคล 3 อย่าง (ซาก้วย)ได้แก่ ส้ม องุ่นและกล้วยหอมฃ


ความหมายของ ชุดเซ่นไหว้อาหารคาว วันตรุษจีน

หมู หมายถึง ความมั่งคั่ง กินดีอยู่ดี หัวหมูเป็นสัญลักษณ์แห่งสมองและปัญญา
ไก่ หมายถึง ความขยันขันแข็ง เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
เป็ด หมายถึง ความสะอาด สิ่งบริสุทธิ์
ปลา หมายถึง ความสมบูรณ์ เหลือกิน เหลือใช้
กุ้งมังกร (ปลาหมึก) หมายถึง การมีอำนาจวาสนา

ความหมายของ ชุดเซ่นไหว้ขนมหวาน

ขนมเทียน หมายถึง ความราบรื่น
ขนมแข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต
ซาลาเปา หมายถึง การห่อไว้ แล้วแต่จะเป็นไส้อะไร เช่น ไส้หวาน ความหวานของชีวิต เป็นต้น
ขนมถ้วยฟู หมายถึง ความเจริญงอกงาม
ขนมจันอับ หมายถึง ความเจริญงอกงาม อันประกอบด้วย ถั่วตัด งาตัด ถั่วเคลือบและข้าวพอง
ฟักเชื่อม หมายถึง ความร่ำรวย ความหวานของชีวิต

ความหมายของ ชุดเซ่นไหว้ผลไม้

ส้ม หมายถึง ความโชดดี ความกลมเกลียว
องุ่น หมายถึง ความงอกงาม
สับปะรด หมายถึง การมีสิ่งมงคลเข้ามาหา
กล้วยหอม หมายถึง การมีลูกหลานสืบสกุล
แอปเปิ้ล หมายถึง การมีโชคลาภ เพิ่มพูนตลอดไป
กระดาษเซ่นไหว้หรือกระดาษเงิน กระดาษทอง
การเผากระดาษไหว้ เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการไหว้เจ้าของชาวจีน เพื่อบันดาลให้ผู้ไหว้อยู่เย็นเป็นสุข มีเงินทองโชคลาภ และยังเป็นการส่งความกตัญญูสู่บรรพบุรุษอีกด้วย


วันตรุษจีน เสริมสิริมงคลให้มั่งมีศรีสุข ร่ำรวยโชคลาภ ด้วยการไหว้รับเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ในเช้ามืดของวันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ปีนี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เสด็จมาทางทิศเหนือ ตรงกับเวลา 00.01-00.59 น. (ซึ่งฤกษ์วันและเวลา จะเปลี่ยนไปทุกปี ไม่ตรงกัน รวมถึงทิศที่องค์ไท้ส่วยจะเสด็จมาด้วย) เมื่อท่านอัญเชิญองค์เทพเจ้ามาประทับที่บ้าน หรือร้านค้า จะช่วยดลบันดาล ความมั่งมีศรีสุข ร่ำรวยโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา เปี่ยมล้นด้วยความสุขสถาพรแด่ท่านและครอบครัวไปตลอดทั้งปี

เครื่องเซ่นไหว้รับเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย วันตรุษจีน

รูปภาพหรือรูปปั้นองค์เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย
แจกันดอกไม้สด 1 คู่
เทียนแดง 1 คู่
กระถางธูป 1 ใบ
ธูป 9 ดอก/ท่าน
ธูป 3 ดอกใหญ่เป็นประธาน
ผลไม้ 5 อย่าง ได้แก่ แอปเปิ้ล กล้วยหอม ส้ม องุ่น สาลี่
สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย
ข้าสวย 5 ถ้วย
น้ำชา 5 ที่
เจไฉ่ 5 อย่าง ได้แก่ เห็ดหอม เห็ดหูหนู ดอกไม้จีน วุ้นเส้นและฟองเต้าหู้
ขนมจันอับ 1 จาน

วันตรุษจีน ชุดไหว้กระดาษเงิน กระดาษทอง ได้แก่

กงจักร 1 ชุด (บารมี อำนาจ)
กุ้ยนั้ง (คนอุปภัมภ์)
เทียงเถ้าจี่ 1 ชุด (ขอโชคลาภ ขอพร)
กิมเต้าเงิ้ง 2 ชุด (โกยเงิน โกยทอง)
ตุ่วกิมอ่วงป้อ 1 ชุด (บุตร-บริวารดี)
กิมฮวย 1 คู่ (ไหว้เสร็จแล้วปักที่กระถางธูป)
อั้งเทียบ 1 แผ่น (สำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิด ของผู้ไหว้)

การประกอบพิธีไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย วันตรุษจีน

วันตรุษจีน เริ่มตั้งโต๊ะ พร้อมจัดเครื่องเซ่นไหว้ก่อนเวลาที่เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย จะเสด็จลงมาเล็กน้อย โดยผู้ไหว้ต้องหันหน้าไปทางทิศเหนือ เมื่อได้เวลา จุดธูป กล่าวอัญเชิญ ขอพรและโชคลาภจากท่าน {สำหรับคำกล่าวอัญเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย ให้เปล่งเสียงหรืออธิษฐานในใจ กล่าวว่า "วันนีข้าพเจ้า........ ขอเรียนเชิญองค์ไฉ่ซิ่งเอี้ย มารับเครื่องสักการะบูชา ซึ่งมี(กล่าวถึงสิ่งที่ท่านได้จัดเตรียมและนำมาถวาย) และหลังจากองค์ท่านได้รับเครื่องสักการะเหล่านี้แล้ว จงประทานพรให้ครอบครัวของข้าพเจ้าทุกคน จงประสบแต่โชคลาภความสุข และความสำเร็จ สมดังที่มุ่งหวังทุกประการ" (หากท่านมีขอสิ่งใดเป็นพิเศษ ก็ขอต่อไปได้)} เสร็จแล้วนำกระดาษเงินกระดาษทองทั้งหมด เผารวมกับกระดาษอั้งเทียบ จึงจะสัมฤทธิ์ผล นำเครื่องเซ่นไหว้มารับประทานเพื่อเสริมโชคลาภ เสริมสิริมงคล

ไหว้เสริมดวงชะตา แก้ชง ปีเถาะ (กระต่าย) 2554

ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ (ตรุษจีน) ของทุก ๆ ปี ตามประเพณีการไหว้องค์ไท้ส่วย หรือ ไท้ส่วยเอี๊ยเป๋าส่วยกุงเผ่งอัง หรือที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน รู้จักกันดีในนามของ "เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา" เป็นเทพผู้ทรงสิทธฺ์และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปี ในรอบ 60 ปีนี้ จะมีเทพเจ้าไท้ส่วยประจำอยู่ในแต่ละปี ซึ่งจะมีชื่อเรียกขานต่าง ๆ กัน รวมกันได้ทั้งสิ้น 60 องค์ ทำหน้าที่รักษาและคุ้มครองดวงปี หรือที่เรียกว่า "เฝ้าปี" ในปีเถาะ 2554 นี้ องค์ไท้ส่วยที่ลงมาสถิตเฝ้าปีนี้มีพระนามว่า "ท่วมเล้งไต่เจียงกุง" โดยเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย จะบันดาลความสุข ความทุกข์ ให้เกิดแก่ใครนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเมตตาของท่าน หากใครมีเกณฑ์ชะตาที่ดีอยู่แล้วจะได้ดียิ่งขึ้น หากใครมีดวงชะตาที่ไม่ดี ทำอะไรก็มีปัญหาติดขัด อธิฐานของพรจากท่าน ให้ช่วยปัดเป่าทุกข์ภัยให้ ดังนั้นในแต่ละปี จึงมีผู้คนไปกราบไหว้บูชาขอพร ให้อยู่เย็นเป็นสุข มีดวงชะตาที่ดีตลอดทั้งปี ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ตรุษจีน จึงมีประเพณีในการไหว้ฝากดวงชะตา เพื่อสะเดาะเคราะห์ต่อเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย โดยเฉพาะ สำหรับท่านที่เกิดปีชงกับองค์ไท้ส่วยเอี๊ย ควรไปไหว้องค์ไท้ส่วยเอี๊ย คือท่านที่เกิดปี ดังต่อไปนี้
1. ท่านที่เกิดปีระกา (ชงโดยตรงกับปีเถาะ)
2. ท่านที่เกิดปีเถาะ (ทับองค์ไท้ส่วย)
3. ปีชวดและปีมะเมีย (ปีร่วมชง)
และท่านที่เกิดปีดังกล่าว ห้ามท่านไปเป็นเจ้าภาพงานศพ หรือไปร่วมพิธีงานศพ แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ห้ามไปไหว้ศพ หรือไปร่วมส่งศพ

เครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย

เทียนแดง 1 คู่
ธูป 3 ดอก/ท่าน
หงิ่งเตี๋ย 12 คู่
ตั่วกิม 12 แผ่น (กระดาษทอง)
ทุกหลั่งจี๊ 12 แผ่น
เป๋าอุ่งจี๊ 12 แผ่น
เผ่งอังจี๊ 12 แผ่น
อั่งเถียบ (กระดาษแดง) 1 แผ่น
ขนมจันอับ 1 จาน
ส้ม 4 ผล 1 จาน

การประกอบพิธีไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย

1. นำกระดาษแดง เขียน ชื่อ นามสกุล วัน เดือน ปี เกิด (และเวลาตกฟาก) วางบนกระดาษไหว้ ใช้เชือกแดงมัดไว้
2. จัดส้ม และขนมจันอับ ใส่จาน จัดวางต่อหน้าองค์เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย
3. จุดเทียนแดง ปักไว้ข้าง ๆ กระถาง จากนั้นจุดธูป 3 ดอก
4. ถ้าเป็นของตนเอง ให้หยิบชุดสะเดาะเคราะห์ที่เตรียมไว้ในข้อ 1 ปัดตั้งแต่ศีรษะลงมาจนสุดแขน 12 ครั้ง (หมายเหตุ ถ้าท่านไปไหว้แทนบุคคลอื่น ก็ไม่ต้องทำพิธีปัดตัว แต่ให้กระทำโดยปัดเสื้อของบุคคลนั้นแทน)
5. นำชุดสะเดาะเคราะห์วางลงในกล่องรับฝากที่ทางวัดจัดไว้ให้ ก็เป็นอันเสร็จพิธี ของเซ่นไหว้ต่าง ๆ ถวายให้วัด ไม่ต้องนำกลับมาบ้านหรือรับประทาน






 


แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« ธันวาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา
ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ๒๔๐๐๐
โทร. ๐-๓๘๕๓-๕๘๙๑-๒, ๐-๓๘๕๑-๒๕๕๔  โทรสาร ๐-๓๘๕๓-๕๘๙๑
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม