องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณีขึ้นถ้ำรับร่อ ปิดทองพ่อปู่หลักเมือง

วันที่ 16 มี.ค. 2563

ชื่อประเพณี : ประเพณีขึ้นถ้ำรับร่อ ปิดทองพ่อปู่หลักเมือง
แหล่งที่มา : ชุมชนตำบลท่าข้าม อำเภอ ท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ประเพณีเกี่ยวกับ : ศาสนา
ความเป็นมา (ภูมิหลัง/ความเชื่อ) ประเพณีขึ้นถ้ำรับร่อ ปิดทองพ่อปู่หลักเมือง เป็นประเพณีท้องถิ่นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ในอดีตมีตำนานเล่าว่า ในยุคที่มีพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ในชุมชนเมืองอุทุมพร (ตำบลรับร่อ ตำบลหินแก้วและตำบลท่าข้ามในอดีต) ถือได้ว่าประชาชนชาวเมืองมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ประกอบการสร้างบ้านเมือง จำเป็นจะต้องมีศูนย์กลางที่จะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ชาวอุทุมพร จึงสร้างพระพุทธรูปเป็นพระคู่บ้าน คู่เมือง เรียกว่า "พ่อปู่หลักเมือง” และได้ยึดถือเอาวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี เป็นวันขึ้นปิดถ้ำปิดทององค์พระหลักเมือง และปฏิบัติต่อ ๆ กันมาหลายชั่วอายุคน สืบสานกันเป็นประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญ ตามตำนานนิทานพื้นบ้านเชื่อกันว่าบริเวณรอบๆ ภูเขาถ้ำรับร่อแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณชื่อ "เมืองอุทุมพร” ร่วมสมัยกับนครศรีธรรมราช ซึ่งสร้างโดยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช เมืองอุทุมพรใช้เป็นเมืองท่ารักษาด่านทางข้ามคดคอดคาบสมุทรมลายู มีสำเภาจีนมาค้าขาย ได้รับอิทธิพลพระพุทธศาสนามาจากนครศรีธรรมราช จึงได้สร้างพระพุทธรูปปูนปั้น องค์ใหญ่เรียกว่า "พระหลักเมืองหรือพระพุทธรูปพ่อปู่หลักเมือง” เป็นพระประทานประดิษฐานอยู่กลางถ้ำ ถ้ำพระแห่งนี้ปัจจุบันผู้สูงอายุในหมู่บ้านยังเรียกว่า "ถ้ำทะเลเซี๊ยะ” ตามชื่อคลองที่ไหลผ่านหน้าวัดและหน้าภูเขาพระไปทางทิศใต้ โดยไหลไปรวมกับคลองรับร่อและไปบรรจบกับคลองท่าแซะ ที่บ้านปากแพรก ตำบลนากระตามปัจจุบัน และมีเรื่องเล่าว่า เมื่อเสร็จจากการสร้างพระพุทธรูปพ่อปู่หลักเมืองแล้วทรัพย์สินเงินทองที่ชาวบ้านนำมา ร่วมสร้างยังคงเหลืออีกมากมาย จึงได้นำไปฝังไว้ในถ้ำอีกถ้ำหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน และเขียนรูปพระพุทธไสยยาสน์ลงสีไว้ที่ผนังถ้ำ ตามตำนานกล่าวว่า ภาพปริศนานั้นสร้างขึ้นด้วยแรงอธิฐาน ดุจปู่โสมเฝ้าทรัพย์ โดยเรียกว่า "อ้ายเตย์” แม้จะลบเท่าไรก็หมดหลายครั้งที่มีผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เอาน้ำชุบผ้ามาทดลองลบสี ปรากฏว่าพอน้ำแห้งสีก็กลับเป็นดังเดิม นอกจากภาพปริศนาอ้ายเตย์เฝ้าสมบัติแล้ว ยังมีคำกล่าวเป็นลายแทงมหาสมบัติไว้ว่า "อ้ายเตย์ อ้ายเตย์ เอาลูกใส่เปล เอาตีนคาใน น้ำมันสองขวดค่อยนวดลงไป ผู้ใดคิดได้ อยู่ใต้อ้ายเตย์” จากปริศนาลายแทงนี้ นักแสวงโชคจึงพากันเชื่อว่า สมบัติมีจริงตามลายแทง จึงมีผู้มาตามหาและขอขุดทุกปี ปรากฏว่ายังไม่มีผู้ใดได้สมบัติดังกล่าวไปตามความเชื่อ ทั้งนี้ ทางวัดไม่อนุญาตให้ขุดค้น มีบ้างที่บางครั้งมาขโมยขุดกลางคืน ทุกครั้งมักจะมีเหตุอัศจรรย์เช่น ถูกงูขาวใหญ่ไล่กัดบ้าง มีเสียงลึกลับไล่ตะเพิดบ้าง ถึงกับต้องวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปทุกครั้ง อีกแนวทางหนึ่ง ถ้ำรับร่ออันเป็นที่ประดิษฐานองค์พ่อปู่หลักเมืองนั้น จากการสันนิษฐานของนักวิชาการท้องถิ่นว่า ณ บริเวณชุมชนโบราณแห่งนี้ น่าจะเป็นที่ตั้งของเมืองเก่าชุมพร (อุทุมพรในอดีต) ร่วมสมัยกับพระเจ้าศรีธรรมโศกราช แห่งนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงการสร้างเมืองสิบสองนักกษัตริย์ปีมะแม สมัยนั้นเมืองอุทุมพร ถือตราแพะเป็นตราประจำเมือง เมืองชุมพรในอดีตจึงน่าจะเป็นเมืองอุทุมพรที่ท่าแซะ อย่างไรก็ดี เรื่องดังกล่าวยังต้องใช้เวลาศึกษาค้นคว้าหาหลักฐานทางประวัติศาสตร์กันอีกต่อไป ปัจจุบันพบว่าหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด คือ แหล่งโบราณคดีถ้ำรับร่อ เพราะปรากฏว่าสถานที่แห่งนี้มีมนุษย์อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้พบเครื่องมือ ขวานหินขัดและเศษภาชนะดินเผาในถ้ำต่างๆ ในภูเขาถ้ำรับร่อ แสดงให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้มีมนุษย์เคยอาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐ ปี พ่อปู่หลักเมือง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ศิลปะสมัยอยุธยา เรียกกันว่า"พระหลักเมือง”หรือ"พ่อปู่หลักเมือง”เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หน้าตักกว้างประมาณ ๓ เมตร องค์พระสูง ๙ เมตร ประดิษฐานอยู่กลางถ้ำทะเลเซี๊ยะของภูเขาพระหรือภูเขารับร่อ ตามประวัติศาสตร์เล่ากันว่า เมื่อประมาณ พ.ศ.๑๖๐๒-๑๘๐๐ พระบรมราชา พระเจ้าหงษาสุระ พระเจ้าจันทรภานุ ซึ่งเป็นกษัตริย์สามพี่น้องของเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากได้กู้เอกราชคืนมาจากพวกทมิฬได้บูรณะพระธาตุและรับศาสนาพุทธลัทธิลังกาวงศ์เข้าสู่เมืองนครศรีธรรมราช แล้วเผยแพร่ไปยังเมืองลูกหลวงสิบสองนักกษัตร ชาวเมืองอุทุมพร จึงได้รับอารยธรรมศาสนาพุทธนี้ด้วย จึงสร้างพระพุทธรูปขาดใหญ่ไว้ในถ้ำภูเขาพระ ชาวเมืองได้ยึดถือเอาพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้เป็นคู่บ้านคู่เมือง โดยเรียกชื่อว่า "พ่อปู่หลักเมือง” วัตถุที่ใช้สร้างพระพุทธรูป ให้หินวางซ้อนกัน แล้วจับด้วยดินเหนียว ส่วนองค์พระใช้ไม้แกะสลักหุ้มด้วยดิน ปางมารวิชัย ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา ปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ ชาวอำเภอท่าแซะ มีความเชื่อว่า การสักการะองค์พ่อปู่หลักเมืองพร้อมกับการบนบานศาลกล่าวต่อประเด็นที่พวกเขามุ่งหวัง จะส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์จากการบนบานศาลกล่าวนั้น ๆ
ความสำคัญและคุณค่าทางสังคมและทางจิตใจที่มีในวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน นั้นๆ
ในการจัดงานประเพณีขึ้นถ้ำรับร่อ ปิดทองพ่อปู่หลักเมือง ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน เป็นเรื่องของความสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจและร่วมแรงของพี่น้องประชาชนในตำบลท่าข้าม ตำบลรับร่อ และตำบลหินแก้ว มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบจัดงานในแต่ละฝ่าย เช่น ฝ่ายจัดสถานที่ ฝ่ายมหรสพ ฝ่ายพิธีการ ฝ่ายจัดหารายได้เข้าวัด ฝ่ายขายดอกไม้ธูปเทียนทอง ฝ่ายประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เมื่อถึงวันเริ่มงานและวันงาน ต่างคนก็จะมาทำหน้าที่ของตนเอง โดยไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น มาด้วยความสมัครใจด้วยจิตอันเป็นกุศล ต้องการให้การจัดงานบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ โดยมีพ่อปู่หลักเมืองเป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจของทุกคน
การจัดงานเป็นประจำทุกปี
วันตามจันทรคติหรือสุริยคติ วันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๕
งบประมาณที่ใช้
๓๐๐,๐๐๐.- บาท
ได้รับงบประมาณจาก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร จำนวน ๓๐๐๐,๐๐๐.- บาท
จำนวนคนที่ร่วมงานประเพณี(ในปีที่ผ่านมา)
๑๕,๐๐๐ คน
ผู้จัด
หน่วยงานรับผิดชอบหลัก : องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม
ชื่อ – สกุล (เลขานุการคณะกรรมการจัดงาน) : นายกฤษฎิิ์ แก้วรักษ์
ที่อยู่ : องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม หมู่ที่ ๔ ตำบลท่าข้าม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
โทรศัพท์ : ๐๘ ๙๕๘๖ ๘๔๐๕
โทรสาร : ๐ ๗๗๕๔ ๗๐๗๑
หน่วยงาน/องค์กร/สถาบัน ที่ร่วมจัด : องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร, วัดเทพเจริญ
การสร้างงานและรายได้
มีความสามารถในการผลิตเชิงปริมาณ พร้อมแสดง สาธิตและจำหน่ายในโอกาสต่างๆ มีการแสดงพื้นบ้าน เช่น มโนราห์ เรือบก เรือถ่อ เป็นต้น สาธิตและจำหน่ายขนมพื้นบ้าน
มีการสร้างงานและรายได้ (ต่อครอบครัว/ชุมชน)


pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« มกราคม 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
       1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร
ชั้น ๑ อาคารศาลากลางจังหวัดชุมพร ถนนไตรรัตน์ ตำบลนาชะอัง
อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร๘๖๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๗ ๖๑๓ ๖๔๘ /โทรสาร ๐ ๗๗๕๐ ๗๗๗๖
อีเมลล์ : [email protected] หรือ [email protected]
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม