องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> โบราณสถาน โบราณวัตถุ
เขาเจดีย์

วันที่ 12 ก.ค. 2559

ที่ตั้ง
          หมู่ ๗ ตำบลบางสน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ประวัติความเป็นมา
          จากคำบอกเล่าสืบทอดกันมาเกี่ยวกับประวัติการสร้างวัดเขาเจดีย์นั้นเล่ากันว่า เจ้าอ้าย เจ้ายี่เป็นเศรษฐี ๒ พี่น้องได้แล่นสำเภาขนาดใหญ่บรรทุกสิ่งของเครื่องใช้มากมาย พร้อมด้วยเหล่าบริวาร มาจอดเรือที่โคกยายแรม(หน้าวัดสุวรรณารามปัจจุบันนี้) เพื่อหายอดเขาที่สวยงามสำหรับก่อสร้างเจดีย์ได้พบยอดเขาที่ตั้งเขาเจดีย์จึงได้ให้บ่าวไพร่นำธงขึ้นไปปักบนยอดเขาแล้วทำการก่อสร้างเจดีย์ขึ้นโดยใช้คนยืนส่งก้อนอิฐที่จะสร้างเจดีย์โดยใช้คนส่งมือต่อมือจากที่เรือจอดบริเวณท่าโคกยายแรมถึงยอดเขาบางกระแสเล่าว่าเจ้าอ้ายพญา และเจ้ายี่พญา ซึ่งมีชีวิตอยู่สมัยต้นกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้สร้าง โดยอ้างว่าเจ้าอ้ายพญาและเจ้ายี่พญาได้รวบรวมสิ่งของต่างๆ พร้อมด้วยบริวารลงเรือสำเภาเดินทางไป เมืองนครศรีธรรมราชเพื่อสร้างพระบรมธาตุ แต่เมื่อมาถึงเมืองปะทิวได้ทราบว่าทางนครศรีธรรมราชได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้สำรวจยอดเขาบริเวณเมืองปะทิว พบยอดเขายอดหนึ่งที่สวยงามมาก จึงได้สร้างเจดีย์ขึ้นบนยอดเขา เขาลูกนี้จึงได้เรียกว่า "เขาเจดีย์”

          ตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึง พระยาศรีธรรมโศกราชทำศึกกับ ท้าวอู่ทอง เจ้ากรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้ตกลง   เป็นไมตรีต่อกันสถานที่ที่พระยาศรีธรรมโศกราชแห่งนครศรีธรรมราช กับท้าวอู่ทองมาทำการแบ่งเขตแดนและทำไมตรีต่อกัน บ้างก็ว่าน่าจะเป็นบริเวณตำบลบางสน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพรในปัจจุบัน (บ้างก็ว่าอยู่ในเขตอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) บริเวณชายทะเลมีหมู่บ้านที่มีชื่อเรียกจนถึงปัจจุบันว่า บ้านหน้าทับและบริเวณนี้มีเส้นทางที่สามารถเดินทางไปค้าขายติดต่อระหว่างเมืองต่างๆ ในภาคใต้มาช้านานแล้ว เพราะเป็นเส้นทางไปสู่บ้านรับร่อ เมืองท่าแซะ ผ่านไปเมืองกระบุรี สำหรับคำว่ารับร่อนั้นสันนิฐานว่าน่าจะหมายถึงการที่ทัพท้าวศรีธรรมโศกราชมา รอทัพท้าวอู่ทองมีเรื่องเล่ากันมาอีกว่า บริเวณตำบลบางสน อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีวัดโบราณอยู่มากมายแต่ไม่เป็นแบบถาวรเมื่อเมืองร้างก็เสื่อมสลายไปหมด และอาจเป็นไปได้ว่า เขตของอำเภอปะทิวเป็นเขตที่ท้าวอู่ทองและพระยาศรีธรรมโศกราชได้ทำการแบ่งเขต ตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราชที่กล่าวมา ตั้งตรงแม่น้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งดูจะเข้าเค้ากับแม่น้ำบางสนเพราะสมัยก่อนเรือสำเภาขนาดใหญ่สามารถแล่นมา ได้อย่างสบายและเคยมีผู้พบสมอและโซ่เรือใหญ่ พร้อมกับกระดูกงูเรือใหญ่บริเวณตลาดเก่า (สะพานหินเหล็กไฟ) และเมื่อคราวสร้างทางรถไฟก็ยังใช้แม่น้ำเส้นนี้ลำเลียงรางรถไฟมาสู่สถานีรถไฟปะทิวจากตำนานและคำบอกเล่าน่าจะแสดงว่าเมื่อสมัยที่มีการสร้างเจดีย์บริเวณดังกล่าวของอำเภอปะทิวคงจะเป็นเมืองอยู่แล้วและคงจะเป็นเมืองทางผ่านในการเดินทัพและการค้าขายรูปแบบศิลปกรรมเจดีย์อยู่บนยอดเขาซึ่งมีลักษณะเป็นลานเรียบ ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ ๙ เมตร ฐานยกสูง ๓ชั้นย่อมุมไม้สิบสองมีกำแพงแก้วล้อมรอบฐานด้านในกำแพงแก้วเป็นเฉลียงให้เดินทักษิณาวัตรมีบันไดทางขึ้นทางเดียวอยู่ด้านทิศตะวันออกและด้านทิศตะวันออกนี้มีซุ้มมุขประดิษฐานพระพุทธรูปหินทรายสีแดง ปางมารวิชัยเหนือซุ้มมุขเป็นบัวคว่ำบัวหงายรองรับองค์ระฆังกลมชลูด ส่วนยอดเจดีย์หักเนื่องจากถูกขโมยขุดหาสมบัติจนชำรุดทรุดเอียงไป ทางด้านทิศเหนือขององค์เจดีย์ยังปรากฏร่องรอยซากฐานอุโบสถขนาดย่อม เศษกระเบื้องเชิงชายเป็นรูปเทพพนมกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปลักษณะเป็นศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

สภาพปัจจุบัน
          เป็นโบราณสถานที่ชาวอำเภอปะทิวให้ความเคารพนับถือมาก กลางเดือน ๕ ของทุกปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีงานฉลอง มีประชาชนมานมัสการเนืองแน่นสภาพก่อนการบูรณะชำรุดทรุดโทรมมากยอดเจดีย์ เอียงจากแนวดิ่งไปทางด้านทิศเหนือ ประมาณ ๑๕ องศา ต้องใช้ไม้ค้ำยันไว้มิให้พังลงมาปัจจุบันได้รับการบูรณะเรียบร้อยแล้ว
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« สิงหาคม 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชุมพร
ชั้น ๑ อาคารศาลากลางจังหวัดชุมพร ถนนไตรรัตน์ ตำบลนาชะอัง
อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร๘๖๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๗ ๖๑๓ ๖๔๘ /โทรสาร ๐ ๗๗๕๐ ๗๗๗๖
อีเมลล์ : [email protected] หรือ [email protected]
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม