สายด่วนกระทรวงวัฒนธรรม

แหล่งโบราณคดี

วันที่ 3 ต.ค. 2556
 
แหล่งโบราณคดี


     แหล่งโบราณคดีในจังหวัดศรีสะเกษมีมากมายหลายแห่ง ซึ่งกรมศิลปากรได้สำรวจขุดค้นแล้วและยังไม่สำรวจขุดค้น ดังนี้แหล่งโบราณคดีบ้านหนองคู     แหล่งโบราณคดีบ้านหนองคู  ตั้งอยู่บริเวณบ้านหนองคู ตำบลจาน อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินดินอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของหนองคู ซึ่งเป็นแหล่งน้ำประจำหมู่บ้าน ทางด้านทิศตะวันตกของเนินดินมีคูน้ำล้อมรอบด้วย ส่วนเนินดินทางด้านทิศตะวันออกซึ่งยื่นล้ำเข้าไปในหนองคูนั้น ถูกขุดทำลายเนื่องมาจาก
การขุดลอกหนองคูในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๑     โบราณวัตถุที่พบจากการสำรวจ ได้แก่ ฐานรูปเคารพหินทราย ๔ ชิ้น ชิ้นส่วนพระพุทธรูปนาคปรกหินทราย ๒ องค์

 สภาพไม่สมบูรณ์ โดยชิ้นหนึ่งเหลือเพียงช่วงลำตัวล่างของพระพุทธรูปประทับเหนือขนดนาค ๓ ชั้น อีกชิ้นเป็นพระเศียรแต่หัวนาคหายไป และประติมากรรมที่เรียกว่า รัตนตรัยมหายานนี้ มีลักษณะของศิลปะเขมร
แบบบายน ซึ่งมีอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ โบราณวัตถุเหล่านี้เก็บรักษาไว้ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองคู
     จากโบราณวัตถุที่พบสันนิษฐานว่าบริเวณบ้านหนองคูคงเป็นชุมชนโบราณในวัฒนธรรมเขมรที่มีการนับถือศาสนาพุทธมหายาน ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘



บ้านโนนแกด
     ตั้งอยู่ที่วัดบ้านโนนแกด ตำบลทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ มีเจดีย์โบราณที่มีการขุดค้นพบเงินเหรียญจารึกอักษร ประมาณ ๑,๑๐๐ ปีที่ผ่านมา และกรมศิลปากร
ยังไม่ได้สำรวจขุดค้น



แหล่งโบราณคดีบ้านหนองโน
     แหล่งโบราณคดีบ้านหนองโน  ตั้งอยู่ที่บ้านหนองโน หมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำคำ  อำเภอเมือง  จังหวัดศรีสะเกษ  หลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านหนองโน พบในพื้นที่ ชายขอบด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินดินสูงกว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบซึ่งเป็นทุ่งนา ประมาณเกือบ ๒ เมตร โดยพื้นที่หมู่บ้านมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๒๐ เมตร ส่วนบริเวณโดยรอบสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๑๘ เมตร หลักฐานทางโบราณคดีพบในพื้นที่ ๒ จุด คือ ทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้านในบริเวณโนนป่ากว้างซึ่งเป็นที่ตั้งของพระธาตุก่อด้วยอิฐ และห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในที่ดินของราษฎร ที่สำคัญคือ บริเวณที่ดินของดาบตำรวจฉัตรชัย  จันทรศิลา  บริเวณโนนป่ากว้างเดิมเป็นที่ของวัด  ปัจจุบันชาวบ้านได้ซื้อที่บริเวณนั้นไว้เป็นที่สาธารณะ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของธาตุเจดีย์ก่อด้วยอิฐซึ่งปัจจุบันจมอยู่ใต้ดินบริเวณเนินจอมปลวกขนาดไม่ใหญ่นัก ธาตุเจดีย์องค์นี้มีร่องรอยการขุดรื้อเพื่อหาสมบัติ ส่วนยอดพระธาตุถูกทำลายไปแล้วสภาพภายในมีการก่อเรียงอิฐที่ค่อนข้างหยาบ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นโดยชาวลาว ที่อพยพเข้ามาทางภาคอีสานเมื่อสมัยต้นรัตนโกสินทร์ จากโบราณวัตถุ
ที่พบ เช่น  เครื่องมือเครื่องใช้ (ผลาญไถ  ตะปูเหล็ก  และกล้องยาสูบดินเผา) แสดงให้เห็นถึงการเข้าอยู่อาศัยในช่วงกว่าร้อยปีมาแล้ว โดยเฉพาะรูปแบบของกล้องยาสูบเป็นของใช้ของชนชาวล้านนา ล้านช้าง ซึ่งราษฎรที่อาศัยอยู่ปัจจุบันก็เป็นชาวไทยเชื้อสายลาว 




แหล่งโบราณคดีคงโคกหรือเมืองคงโคก

    แหล่งโบราณคดีคงโคกหรือเมืองคงโคก(ร้าง) หรือ เมืองโค้งโคก  ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของบ้านหลุบโมก ตำบลเมืองคงอำเภอราษีไศล จังหวัด ศรีสะเกษ ตัวแหล่งอยู่ห่างจากแม่น้ำมูลลงไปทางทิศใต้ประมาณ ๓ กิโลเมตร พื้นที่มีลักษณะเป็นเนินดินทรงกลม มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ๒ ชั้น โดยก่อคันดินล้อมรอบคูน้ำด้านนอก ลักษณะเช่นนี้เชื่อว่าคงสร้างคูน้ำขึ้น 
โดยมีจุดประสงค์หลัก ในการกักเก็บน้ำ ปัจจุบันคูน้ำและคันดินบางส่วนเปลี่ยนสภาพกลายเป็นพื้นที่นา ตัวแหล่งโบราณคดีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๖๐ เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๒๖ เมตร จากการสำรวจ ภายในแหล่งพบหลักฐานภาชนะดินเผา บรรจุกระดูก และตะกรัน ในช่วงระยะก่อนประวัติศาสตร์ มีเศษภาชนะดินเผา ทั้งเนื้อดิน-เนื้อแกร่ง และเครื่องถ้วยเคลือบ เขียวไข่กา ร่องรอยโบราณสถานก่อด้วยอิฐ และการปักใบเสมาหินทราย ที่แสดงถึงขอบเขต การประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่ต่อเนื่องลงมาในระยะสมัยประวัติศาสตร์ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘   แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ กรมศิลปากรสำรวจขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งโบราณคดี และกรมการศาสนาขึ้นทะเบียนเป็นเขตวัดร้าง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งวัดเมืองคง ซึ่งเป็นวัดฝ่ายมหานิกาย รวมทั้งรูปปั้นของพญากตะศิลา ซึ่งเป็นเจ้าเมืองผู้นำชาวเยอมีการบวงสรวงกันทุกวันเพ็ญเดือนสาม  


แห่งโบราณคดีดอนเกลือ 
        
     แหล่งโบราณคดีดอนเกลือ  ตั้งอยู่บริเวณบ้านดู่ ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ห่างจากแม่น้ำมูลขึ้นมา ทางทิศเหนือ มีลักษณะเป็นเนินดิน ูปร่างค่อนข้างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๔๐๐ เมตร มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๑๒๒ เมตร โดยเห็นสภาพคันดิน ๒ ชั้น ที่ล้อมรอบคูน้ำทางด้าน
ทิศตะวันตก โค้งไปตามแนว ถึงบริเวณทิศใต้ ราษฎรในปัจจุบันเรียกคูน้ำ เหล่านี้ด้วยชื่อต่างๆ เช่น หนองเกลือใหญ่ทางด้านทิศเหนือ  หนองเกลือน้อย ทางด้านทิศตะวันออก หนองตะพังน้อยทางด้านทิศตะวันตก และหนองตะพังใหญ่ ทางด้านทิศใต้ ภายใน แหล่งโบราณคดีนี้มีสำนักสงฆ์วัดป่าบ้านดอนเกลือตั้งอยู่     จากการสำรวจพบหลักฐานการฝังศพครั้งที่ ๒ ในภาชนะดินเผา ขวานหินขัด เศษภาชนะดินเผา แสดงถึงการอยู่อาศัย ตั้งแต่ช่วงระยะก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องถึงช่วงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ เครื่องใช้ในระยะต่อลงมานี้ มีทั้งเศษภาชนะ ดินเผาเนื้อดินและเนื่องแกร่ง ทรงแจกันเคลือบน้ำตาล (กระปุกขอม) ินดุ หินบด แท่นหินบด (หินทราย) กำไลหินชนวน รูปทรงจักร และพระพุทธรูปหินทราย   




แหล่งโบราณคดีบ้านน้ำอ้อมน้อย
       
ตั้งอยู่บริเวณบ้านน้ำอ้อมน้อย ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนโบราณทีลักษณะเป็นเนินดินค่อนข้างกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ ๓๕ เมตร มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ 1 ชั้น ปัจจุบันมีบ้านเรือนราษฎร และวัดเกาะโพธิ์ไทรตั้งอยู่
     จากการสำรวจได้พบโบราณวัตถุประเภทชิ้นส่วนสัมฤทธิ์ ภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ จากลักษณะการสร้างคูน้ำและคันดิน ประกอบกับโบราณวัตถุที่พบ สันนิษฐานว่า แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ เป็นชุมชนโบราณที่อาจมีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยครั้งแรก  ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ตอนปลายและมีการอยู่อาศัยต่อเนื่อง จนถึงสมัย
ประวัติศาสตร์ตอนต้น  จากลักษณะของการสร้างคันดินที่รายรอบคูน้ำทางขอบนอกนี้เชื่อว่าคงสร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อการกักเก็บน้ำ อายุของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ถ้ามีการอยู่อาศัยครั้งแรกในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจริง  คงมีอายุอยู่ราว ๒,๕๐๐  ปี
            


แหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่ง
     แหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่ง  ตั้งอยู่บริเวณเขตรอยต่อระหว่างบ้านดอนไม้งาม  อำเภอราษีไศล และบ้านคอมกาม ตำบลคอนกาม  อำเภอยางชุมน้อย
จังหวัดศรีสะเกษ  มีลักษณะเป็นเนินดินขนาดใหญ่ มีต้นตาลขึ้นอยู่ทั่วไป เนินดินตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีความสูงประมาณ ๑๒๓ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
เนินดินแหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่งอยู่ตอนปลายสุดของห้วยข่า ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ตลอดลำห้วยยาวราว ๗  กิโลเมตร  มีการขุดค้นพบชิ้นส่วนฯ
กระดูกมนุษย์ และเศษภาชนะดินเผา  จากรูปแบบชิ้นส่วนภาชนะดินเผาที่พบ  สันนิษฐานว่าชุมชนแห่งนี้น่าจะมีรูปแบบประเพณีการฝังศพที่เหมือนกับ
ชุมชนในเขตพื้นที่ ๕  จังหวัดของทุ่งกุลาร้องไห้   ซึ่งมีอาณาเขตติดกันโดยอยู่ เหนือขึ้นไปทางตอนบน  คือ  จังหวัดร้อยเอ็ด  มหาสารคาม  ยโสธร  สุรินทร์ 
และศรีสะเกษ  คือมีการบรรจุศพในภาชนะดินเผาขนาดใหญ่มาก สามารถกำหนดอายุโดยการศึกษาเปรียบเทียบหลักฐานกับ แหล่งโบราณคดีอื่นๆ ที่เคยมี
การกำหนดอายุไว้แล้ว ได้ว่าแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ น่าจะจัดอยู่ในยุคเหล็กอายุราว ๒,๕๐๐-๑,๕๐๐  ปีมาแล้ว



แหล่งโบราณคดีบ้านเมืองแคน

     แหล่งโบราณคดีบ้านเมืองแคน ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองแคน ตำบลเมืองแคน อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินดินทรงกลม มีคูน้ำล้อมรอบตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำมูลขึ้นไปทางทิศเหนือประมาณ ๕ กิโลเมตร ได้พบหลักฐานการฝังศพในภาชนะดินเผา ช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว ๒,๕๐๐- ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว  และไหเขมร(ไหเท้าช้าง)ในช่วงประวัติศาสตร์  ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖   คล้ายแหล่งโบราณคดีบ้านน้ำอ้อมน้อย และอยู่ในเขตที่ใกล้เคียงกัน 



บ้านโนนสูง 
     ตั้งอยู่ที่บ้านโนนสูง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีลักษณะเป็นเนินสูง มีวัดและพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในปัจจุบันตั้งอยู่ รองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักโบราณคดีให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นชุมชนโบราณ 

แหล่งโบราณคดีนี้กรมศิลปากรยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจ


โนนหนองแฝก   
     โนนหนองแฝก  ตั้งอยู่ที่บ้านแสง  ตำบลเมืองแคน  อำเภอราษีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  มีลักษณะเป็นเนินดินรูปวงรี  มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ อายุราว๒,๕๐๐-๑,๕๐๐ ปี มาแล้ว หลักฐานที่พบ คือ เศษภาชนะดินเผาเนื้อดินสมัยก่อนประวัติศาสตร์


แหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลือง
     แหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลือง  ตั้งอยู่ที่บ้านบึงหมอกน้อย  ตำบลเมืองแคน  อำเภอราษีไศล  มีลักษณะเป็นเนินดิน  ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของแม่น้ำมูลห่างขึ้นมาราว ๔ กิโลเมตร พื้นที่บริเวณนี้สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางระมาณ ๑๒๔ เมตร หลักฐานสำคัญที่พบ คือ หม้อลายเชือกทาบ  เศษกระดูก ขวานหินขัด และเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดา


แหล่งโบราณคดีโนนไข่นุ่น(โนนหนองหว้า)
     แหล่งโบราณคดีโนนไข่นุ่น  ตั้งอยู่ที่บ้านบึงหมอกน้อย  ตำบลเมืองแคน  อำเภอราษีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  ลักษณะของแหล่งโบราณคดีเป็นเนินดินทรงกลม อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำมูล  ห่างไปประมาณ ๒ กิโลเมตร ตัวแหล่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๒๔ เมตร หลักฐานสำคัญที่พบคือ เศษกระดูก ขวานหิน และเศษภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดา 

แหล่งโบราณคดีบ้านยางชุมน้อย
     แหล่งโบราณคดีบ้านยางชุมน้อย  ตั้งอยู่ที่ตำบลยางชุมน้อย  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ  ตัวแหล่งอยู่ห่างจากแม่น้ำชีขึ้นไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ราว ๘ กิโลเมตร ลักษณะของแหล่งเป็นเนินดินรูปทรงกลมขนาดใหญ่  สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๑๒๕ เมตร ตัวแหล่งมีคูน้ำล้อมรอบ ๓ ชั้น นอกจากเศษภาชนะดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว ๒,๕๐๐-๑,๕๐๐ ปี แล้วยังได้พบกลุ่มใบเสมาแบบทวารวดี  และไหเขมร ซึ่งแสดงถึงการอยู่อาศัยอย่าง
ต่อเนื่องลงมาถึงช่วงสมัยประวัติศาสตร์ในวัฒนธรรมแบบทวารวดี  และเขมรด้วย

แหล่งโบราณคดีบ้านคอนกาม
     แหล่งโบราณคดีบ้านคอนกาม  ตั้งอยู่ที่ตำบลคอนกาม  อำเภอยางชุมน้อย  จังหวัดศรีสะเกษ  ซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งโบราณคดีดอนพลับกลางทุ่งลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ได้พบหลักฐานการอยู่อาศัยในระยะก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายต่อเนื่องลงมาในระยะสมัยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเขมร ได้แก่ขวานหินขัด เครื่องใช้ทรงแบนกลมลักษณะคล้ายพานหิน ไหเนื้อแกร่งเคลือบสีน้ำตาล    

แหล่งโบราณคดีบ้านขี้เหล็ก
     แหล่งโบราณคดีบ้านขี้เหล็ก  ตั้งอยู่ในบ้านขี้เหล็ก หมู่ที่ ๒ ตำบลละเอาะ อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนโบราณที่มีคูน้ำ คันดินล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง ๒๗๐ เมตร ยาว ๔๘๐ เมตร คูน้ำที่ล้อมรอบนี้เรียกว่า หนองคู ได้มีการขุดลอกให้ลึกและกว้างกว่าเดิมเพื่อใช้กักเก็บน้ำ ทางมุมด้านตะวันออกถูกทำลายลงเล็กน้อย โดยขุดลอกออกเพื่อให้หนองคูเชื่อมต่อกับร่องโศก     จากการสำรวจ ไม่พบโบราณวัตถุภายในเขตชุมชน แต่พบอยู่ด้านนอกทางด้านทิศใต้ของแหล่งโบราณคดีจำนวนไม่มากนัก ได้แก่ เศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง  เคลือบสีเขียว สีน้ำตาล ซึ่งเป็นเครื่องถ้วยเขมร มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ นอกจากนี้โบราณวัตถุที่อยู่ในความครอบครองของราษฎรที่สำคัญได้แก่ เครื่องถ้วยจีนเคลือบขาว สมัยราชวงศ์ซ่ง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๗     จากโบราณวัตถุที่พบประกอบกับแผนผังของชุมชนที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมเช่นนี้ กล่าวได้ว่า ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนโบราณในวัฒนธรรมเขมร มีช่วงเวลาการอยู่อาศัย ระหว่าง พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘




ชุมชนบ้านดวนใหญ่
     ตั้งอยู่ที่บ้านดวนใหญ่ ตำบลดวนใหญ่ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ เป็นที่ตั้งของเมืองนครลำดวน ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากราชอาณาจักรอยุธยา ก่อนตั้งเมือง เดิมเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่เรียกว่าปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน มีคูรอบเมือง ๓ ชั้น เรียกว่า คูขอก คูกลาง และคูใน มีการขุดค้นพบวัตถุโบราณในบริเวณนี้รวมทั้งต้นซุงขนาดใหญ่จำนวนมาก มีศาลเจ้าพ่อพะละงุม ที่ตั้งอยู่ในบริเวณกลางหมู่บ้านด้วย แหล่งโบราณคดีแห่งนี้กรมศิลปากรยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจ



แหล่งโบราณคดีบ้านอาวอย
     แหล่งโบราณคดีบ้านอาวอย  ตั้งอยู่ที่บ้านอาวอย  หมู่  ๒๑  ตำบลโสน  อำเภอขุขันธ์  จังหวัดศรีสะเกษ  หลักฐานโบราณคดีที่บ้านอาวอย  พบในบริเวณดินจอมปลวก ซึ่งบริเวณนี้สีของดินจะแตกต่างจากที่อื่น คือ เป็นสีดำคล้ายเถ้าถ่าน เนินดินนี้อยู่กลางทุ่งนาไม่ห่างจากปากทางถนนลูกรังซึ่งอยู่ทิศใต้สุดของหมู่บ้าน พื้นที่บริเวณนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๖๐ เมตร ซึ่งเจ้าของที่ดินได้นำรถแม็กโครมาไถปรับพื้นที่นาซึ่งเดิมมีลักษณะเป็นเนินดินจอมปลวก จึงได้พบ 
โบราณวัตถุ คือ เศษภาชนะดินเผา  ใบมีดดาบเหล็ก และตะกั่ว ภาชนะดินเผาที่พบ จำนวน ๓ ใบ อยู่ในสภาพแตกชำรุด อาจเนื่องจากการใช้รถไถปรับพื้นที่ ภาชนะทั้งหมดบรรจุก้อนตะกั่วอยู่ภายใน น่าสังเกตคือภาชนะใบหนึ่งมีโซ่คล้อง ปัจจุบันภาชนะดังกล่าวมีสภาพแตกเป็นเศษภาชนะเท่านั้น     จากโบราณวัตถุที่พบ สันนิษฐานว่าแหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีอายุราว พุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๘ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการแพร่กระจายของชุมชน และวัฒนธรรมเขมรจากประเทศกัมพูชาเข้ามายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยอย่างมาก 




บ้านฮ่องธาตุ
     ตั้งอยู่ที่บ้านฮ่องธาตุ ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธ์ มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุ ไหสี่หู กระดูกคนโบราณ สันนิษฐานว่าเป็นชุมชนโบราณ และกรมศิลปากรยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจ




แหล่งโบราณคดีบ้านหัวช้าง
     แหล่งโบราณคดีบ้านหัวช้าง  มีลักษณะเป็นเนินดินกลางทุ่งนาห่างจากบ้านหัวช้างมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ  ๑  กิโลเมตร  ในเขตตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ ๙ กรมศิลปากร พบโบราณวัตถุและหลุมลักลอบขุดหาโบราณวัตถุ โบราณวัตถุ ที่สำคัญได้แก่ เครื่องถ้วยเคลือบสีน้ำตาลแบบที่เรียกว่าไหเท้าช้าง สภาพชำรุดจำนวนหลายใบ ภายในมีห่วงตะกั่วบรรจุอยู่ไหเหล่านี้ เป็นเครื่องถ้วยเคลือบเขมร ซึ่งมีแหล่งผลิต สำคัญอยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ มีอายุการผลิตอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ ห่วงตะกั่วและแผ่นตะกั่วพบจำนวนมาก และเครื่องมือเหล็กรูปแบบต่างๆ เช่น หอก เคียว จอบ คีม และแผ่นเหล็กที่มีห่วงติดอยู่ เป็นต้น      จากโบราณวัตถุเหล่านี้ กล่าวได้ว่า แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ คงเป็นชุมชนในวัฒนธรรมเขมรโบราณ ที่มีช่วงเวลาการ อยู่อาศัยระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ 




แหล่งโบราณคดีบ้านบึงหมอก
     แหล่งโบราณคดีบ้านบึงหมอก มี ๓ จุด คือ แหล่งโบราณคดีบ้านบึงหมอก แหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลือง และแหล่งโบราณคดีโนนหนองหว้า บ้านบึงหมอกน้อย ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ขุดพบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบแบบผิวเรียบ และแบบที่ตกแต่งเป็นลายเชือกทาบ ขูดขีด ส่วนแหล่งโบราณคดีโนนก้านเหลืองพบการฝังศพ โดยฝังภาชนะดินเผาและขวานหินขัดด้วย บ้านบึงหมอกเดิมเรียกว่า บ้านเมืองหมอก ถือเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ ประกอบด้วย
หลายชุมชน




แหล่งโบราณคดีบ้านหนองเข็ง     แหล่งโบราณคดีบ้านหนองเข็ง  ตำบลโพนเขวา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ พบภาชนะดินเผาและผงตะกรันเหล็กอันแสดงถึงเป็นแหล่งที่มีการถลุงเหล็กมาก่อน     นอกจากแหล่งโบราณคดีที่กล่าวมาแล้ว ยังมีแหล่งโบราณคดีอีกจำนวนมากในจังหวัดศรีสะเกษ ที่ยังรอการขุดค้น เพื่อเปิดเผยความเป็นจริงในอดีตสู่โลกภายนอกต่อไป

สงวนลิขสิทธิ์ © 2558 เลขที่ 666 ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด
กรุงเทพมหานคร 10700 อีเมล:  webmaster@m-culture.go.th
FOLLOW: facebook twitter google+ กลับขึ้นข้างบน