FONTSIZE
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว >> สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ชุมชนไทยรามัญ บ้านบางขันหมาก

วันที่ 30 มี.ค. 2559 (จำนวนคนอ่าน9113คน)
 
                                  
 
 
                                                           มอญบางขันหมาก จังหวัดลพบุรี
 
              ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่า คนมอญ เริ่มอพยพเข้ามาสู่ประเทศไทยหลายคราวด้วยกัน นับตั้งแต่สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา (พ.ศ. 2112-2133) เป็นต้นมา จนกระทั่งแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ไทยจะโปรดเกล้าฯ ให้ครอบครัวชาวมอญตั้งเรือนและปกครองดูแลกันเองในลักษณะประชาคม กระจายอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย อาทิ ปทุมธานี สมุทรปราการ ธนบุรี กรุงศรีอยุธยา เป็นต้น สำหรับชาว "มอญ" ที่อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ในจังหวัดลพบุรีนั้น น่าจะเป็นมอญที่อพยพมาจากชุมชนชาวมอญอื่นอีกทอดหนึ่ง อาจารย์ภูธร ภูมิธน เชื่อว่าเป็นไปได้มากที่สุดคือ อพยพมาจากทางใต้คือ บ้านบางระกำ และจากทิศตะวันตกคือ บ้านโพธิ์ข้าวผอก ตำบลบางมัน อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เพราะมีชาวมอญที่บ้านบางขันหมากหลายคนระบุเช่นนั้น และชุมชนมอญทั้งสองแห่งนี้ล้วนอยู่ไม่ไกลจากบ้านบางขันหมาก สามารถติดต่อกันได้โดยสะดวกผ่านทางแม่น้ำลพบุรี มีนักวิจัยอีกท่านหนึ่งคือ ดร.จารุวรรณ เบญจาทิกุล เชื่อว่า ชาวมอญที่อพยพมาตั้งบ้านเรือนในจังหวัดลพบุรีเป็นมอญที่อพยพมาจากจังหวัด ปทุมธานี สมุทรปราการ อยุธยา และสิงห์บุรี ตอนแรกจะตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บริเวณท่าดินเหนียว ซึ่งอยู่ในตำบลโพธิ์เก้าต้น ต่อมาจึงได้ย้ายมาตั้งบ้านเรือนบริเวณบ้านบางคู้หรือตำบลบางขันหมากใน ปัจจุบัน มอญกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า "ไทยรามัญ" แต่คนทั่วไปจะรู้จักกันในนาม "มอญบางขันหมาก" จากแนวความคิดสองแนวทางดังกล่าวข้างต้น มีความสอดคล้องกันในลักษณะที่ว่า ชุมชนชาวมอญขันหมากมิได้อพยพมาจากพม่าโดยตรง แต่อพยพต่อมาจากดินแดนอื่นในประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นดินแดนใดสักแห่งแถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง ส่วนสาเหตุการอพยพอาจจะเกิดจากชุมชนเดิมเริ่มแออัด โจรผู้ร้ายชุกชุม เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าในตำบลบางขันหมากยังว่างเปล่า เป็นที่ราบใกล้แม่น้ำลพบุรี ชัยภูมิดีมากคือหน้าน้ำขึ้นจะล้อมรอบเกือบจะเป็นเกาะ อยู่ใกล้กับตัวเมือง สะดวกในการคมนาคมติดต่อกับดินแดนใกล้เคียง และพื้นดินเหมาะสมกับการทำนาอีกด้วย จึงเริ่มตั้งบ้านเรือนขึ้นเป็นชุมชนริมแม่น้ำลพบุรีทั้งสองฝั่ง และขยายออกไปถึงริมถนนสายลพบุรี - สิงห์บุรี ทั้งสองฝั่งเช่นเดียวกัน เมื่อมีการสร้างเส้นทางสายนี้ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม
 
 
ลักษณะชุมชนชาวมอญบางขันหมาก
             ดังที่กล่าวมาข้างต้นและจากตารางแสดงสถิติของชุมชนบางขันหมาก จะพบว่าชาวบางขันหมากจะตั้งบ้านเรือนอยู่เพียง 7 หมู่บ้านของตำบลบางขันหมากเท่านั้น ประชากรก็มีจำนวนไม่มากนัก ฉะนั้นชาวมอญกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เล็กๆ ที่มีลักษณะการรวมกลุ่มกันอย่างเป็นปึกแผ่นเหนียวแน่นประกอบกับสภาพแวดล้อม ทางภูมิศาสตร์ที่มีแม่น้ำล้อมเกือบจะโดยรอบ และเป็นท้องทุ่งนา ยากที่ชุมชนอื่นจะเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย ชุมชนชาวมอญบางขันหมากจึงยังคงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ตนไว้อย่าง เหนียวแน่น ชาวมอญบางขันหมากจะตั้งบ้านเรือนมีลักษณะแปลกไปจากบ้านเรือนคนไทย กล่าวคือมอญชอบปลูกบ้านขวางแม่น้ำ คือหันเอาด้านขื่อลงน้ำ นิยมหันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือ คนไทยเห็นว่าแปลกจึงเรียกบ้านเรือนคนมอญว่า "มอญขวาง" ซึ่งปัจจุบันคำนี้มีความหมายไม่สุภาพ
 
 
ลักษณะบ้านจะยกพื้นสูงสร้างด้วยไม้
            หลังคาทรงจั่ว ตัวบ้านประกอบด้วยตัวเรือนซึ่งจะมีเสาเอกผูกผ้าแดงเอาไว้เป็นที่อยู่ของผี เรือน มีระเบียงและนอกชาน ครัวจะอยู่ด้านข้าง ใต้ถุนบ้านโล่งเอาไว้เก็บเครื่องมือจับปลา เครื่องมือทำนา เก็บเรือ และนั่งพักผ่อน ชาวมอญจะให้ความสำคัญกับตัวเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของผีเรือนมาก เช่นคนนอกหรือแม้แต่ลูกเขยก็จะมานอนในเรือนใหญ่ไม่ได้ ถ้ามีความจำเป็นจะต้องบอกเล่าผีเรือนก่อน ซึ่งส่วนมากเจ่าของบ้านจะจัดให้นอนที่ระเบียงมากกว่า
 
ชุมชนชาวมอญ
           ดระเบียบการปกครองโดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านปกครอง ตามลักษณะการปกครองท้องถิ่นของทางราชการ แต่เนื่องด้วยชาวมอญมีความเป็นปึกแผ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ตนเองอย่างสูง จึงมักจะมีการรวมกลุ่มในลักษณะอื่นซ้อนอยู่ด้วย อาทิ รวมกันโดยพบปะและประกอบศาสนกิจในวัด ซึ่งวัดที่เป็นศูนย์กลางของคนมอญคือ วัดอัมพะวัน วัดกลาง วัดโพธิ์ระหัต และวัดทุ่ง ที่วัดจะมีเสาหงส์ปรากฏให้เห็นเพราะชาวมอญเชื่อว่าตนสืบเชื้อสายมาจากหงสาว ดี นอกจากนี้ยังรวมกันในกลุ่มคนตระกูลหรือนามสกุลเดียวกัน จะมีพิธีไหว้ผีโรง คือผีบรรพบุรษผู้เป็นต้นตระกูล เป็นต้น
 
อาชีพและรายได้
           อาชีพดั้งเดิมคือการทำนา ทั้งนาดำและนาหว่าน ว่งจากงานทำนาก็ทำหัตถกรรมจักสานชนิดต่างๆ ทั้งหญิงและชาว ในอดีตผู้หญิงชาวมอญเคยทอผ้าซิ่นหรือผ้าถุงเนื้อละเอียดมากขึ้นใช้เอง แต่ในปัจจุบันเลิกทอผ้าแล้ว การแต่งกายก็เปลี่ยนมาเป็นสมัยใหม่เสียเป็นส่วนใหญ่ ย้อนมากล่าวถึงเรื่องเครื่องจักสานก็นับว่ามีหลากหลายชนิด ทั้งประเภทเครื่องมือจับปลา อาทิ ข้อง สุ่ม ลอบ ชะนาง เป็นต้น นอกจากนี้ก็มีเครื่องใช้ในครัวเรือนประเภทกระบุง ตะกร้า กระด้ง ฯลฯ ฝีมือจักสานของชาวมอญละเอียดประนีตงดงามมาก นอกจากอาชีพทำนา อาชีพงานหัตถกรรมเครื่องมือจักสาน ก็ยังมีอาชีพการทำอิฐ ซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเจ้าของเตาเผาได้เป็นอย่างดี อิฐมอญบางขันหมากมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของท้องตลาดจนผลิตไม่ทันขาย และอาชีพเกี่ยวกับปลา ซึ่งชาวมอญบางขันหมากจับปลาน้ำจืดเป็นล่ำเป็นสัน และยังรู้จักการถนอมอาหารเกี่ยวกับปลาเป็นอย่างดี อาทิปลาย่าง ปลาเค็ม ปลาส้ม เป็นต้น
 
ประเพณีที่สำคัญ
          การไหว้ผีเรือน ชาวมอญ บางขันหมากนับถือศาสนาพุทธและมีใจบุญสุนทาน แต่ในขณะเดียวกันก็นับถือผีด้วย ผีที่นับถือก็คือผีเรือน และผีประจำตระกูลหรือโรงใหญ่ การไหว้ผีเรือนซึ่งจะอยู่ที่เสาเอกของเรือนเจ้าของบ้านจะผูกผ้าแดงไว้ เป็นเครื่องหมายว่าเป็นที่สถิตย์ของผีเรือน การเซ่นไหว้จะทำได้ทุกโอกาส เช่นในตอนเช้าวันพระ วันทำบุญสำคัญอื่นๆ ก่อนจะไปทำบุญที่วัดก็ไหว้ผีเรือนเสียก่อน ถ้าไม่เคารพผีเรือนจะทำให้เกิดความเดือดร้อน คนในครอบครัวเจ็บป่วยได้ การไหว้ผีโรงหรือผีโรงใหญ่ เป็นผีต้นตระกูลจะอยู่ที่บ้านของหัวหน้าตระกูล ซึ่งเป็นเพศชายที่มีอาวุโสสูง โดยมีผ้าผีเป็นสัญลักษณ์ของผีโรงเก็บรักษาไว้ที่บ้านต้นตระกูล ผ้าผีจะเป็นผ้าแดงขนาดไม่จำกัด แต่ปกติจะมีขนาดเท่าผ้าขาวม้า ถ้าผ้ามีตำหนิจะต้องหามาเปลี่ยนใหม่ นอกจากนี้ของใช้ของผีโรงก็มีบ้าง อาทิ ผ้าขาวม้า เสื้อ ดาบ รวมใส่พานตั้งอยู่บนหิ้ง หากผู้นำตระกูลเสียชีวิตลง ผู้อาวุโสรองลงมาจะรับช่วงเลี้ยงผีโรงต่อมา ถือเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจของผู้รับมาก เจ้าบ้านจะกำหนดเลี้ยงผีโรง 3-4 ปีต่อครั้ง กำหนดในเดือนหก หรือราวเดือน เมษายน - พฤษภาคม
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« พฤษภาคม 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี
ถ. พระปิยะ ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ๑๕๐๐๐
โทร./โทรสาร. ๐ ๓๖๔๑ ๔๒๕๘ , ๐ ๓๖๔๑ ๔๒๕๗
Email : [email protected] , [email protected]

สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม