องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ประเพณีท้องถิ่น
ฮีตสิบสองครองสิบสี่ : บุญผะเหวด

วันที่ 9 ธ.ค. 2562


ความสำคัญ
   บุญผะเหวด หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า บุญมหาชาติ เป็นประเพณีบุญตามฮีตสิบสอง
ของชาวอีสาน แต่ถ้าถือเป็นเรื่องทาน ก็เป็นประเพณีการบริจาคทานครั้งยิ่งใหญ่
ก็พอจะอนุมานได้ถึงสภาพทั่วไป ของชาวอีสานว่า ดอกจิก ดอกจาน บานราวต้นเดือน ๓
พุทธศาสนิกชนจะเก็บดอกไม้เหล่านี้ มาร้อยเป็นมาลัยเพื่อตกแต่งศาลาการเปรียญสำหรับ
บุญมหาชาติและในงานนี้ก็จะมีการเทศน์มหาชาติ ซึ่งถือว่าเป็นงานอันศักดิ์สิทธิผู้ใดฟังเทศน์มหาชาติ
จบภายในวันเดียว และบำเพ็ญคุณงามความดี จะได้อานิสงส์ไปเกิดในภพหน้า
พิธีกรรม
   ชาวอีสาน จะจัดทำบุญผะเหวด ปีละ ๑ ครั้ง ระหว่างเดือน ๓ เดือน ๔ ไปจนถึงกลางเดือน ๕
จังหวัดร้อยเอ็ด จะจัดประเพณีบุญผะเหวดในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมทุกปี
โดยจะมีวันรวมตามภาษาอีสาน เรียกว่า วันโฮมบุญ พุทธศาสนิกชนมาช่วยกันจัดตกแต่งศาลา
หรือสถานที่ที่จะทำบุญ จัดเตรียมเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวตอก อย่างละพันก้อน
มีการตั้งธงใหญ่ ไว้แปดทิศ และมีศาลเล็กๆ เป็นที่เก็บข้าวพันก้อน และเครื่องคาวหวาน สำหรับ ผี เปรต
และมารรอบๆ ศาลาการเปรียญจะแขวนผ้าผะเหวด เป็นเรื่องราวของพระเวสสันดร ตั้งแต่กัณฑ์ที่ ๑ ถึงกัณฑ์สุดท้าย การจัดงานบุญผะเหวด หรือ
งานเทศน์มหาชาตินิยมที่อัญเชิญพระอุปคุต มาปกป้องคุ้มครองมิให้เกิดเหตุเภทภัยอันตรายทั้งปวง และให้โชค ลาภแก่พุทธศาสนิกชนในการทำบุญมหาชาติ จึงมีการแห่พระอุปคุตซึ่งสมมุติว่า อัญเชิญมาจาก สะดือทะเล
สาระ
บุญผะเหวด หรืองานบุญมหาชาติ คืองานมหากุศล ให้รำลึกถึงการบำเพ็ญบุญ
คือ ความดีที่ยิ่งยวด อันมีการสละความเห็นแก่ตัวเพื่อผลคือ ประโยชน์สุขอันไพศาลของมวลชนมนุษย์ชาติ
เป็นสำคัญ ดังนั้น บรรพชนชาวไทยอีสานแต่โบราณ จึงถือเป็นเทศกาลที่ประชาชนทั้งหลาย
พึงสนใจร่วมกระทำบำเพ็ญ และได้อนุรักษ์สืบทอดเป็นวัฒนธรรมสืบมา
จนถึงอนุชนรุ่นหลังที่ควรเห็นคุณค่าและอนุรักษ์เป็นวัฒนธรรมสืบไป
นอกจากนี้ยังเป็นการสังสรรค์ ระหว่างญาติพี่น้องจากแดนไกลสมกับคำกล่าวที่ว่า
"กินข้าวปุ้น เอาบุญผะเหวด ฟังเทศน์มหาชาติ"
การเทศน์พระเวสสันดรหรือบุญผะเหวด จะมีการเทศน์ทั้งหมด ๑๓ กัณฑ์ ๑๐๐๐ พระคาถา โดยมีการเริ่มเทศน์จากมาลัยหมื่นมาลัยแสน และในตอนเช้าจะมีการเทศน์สังกาสหรือเทศน์ประกาศ ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับบุญผะเหวด ในการเทศน์จะเริ่มเทศน์ในกัณฑ์ดังต่อไปนี้ โดยเริ่มจาก
๑. กัณฑ์ทศพร
กัณฑ์ว่าด้วยพร ๑๐ ประการ ที่พระอินทร์ประทานแก่พระนางผุสสดี
ก่อนที่พระนางจุติจากสวรรค์มาบังเกิดเป็นพระมารดาของพระเวสสันดร
โดยเริ่มเรื่องว่า เมื่อพระพุทธองค์เสด็จจากเวฬุวนาราม นครราชคฤห์ ไป
โปรดพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสด์นั้น พระประยูรญาติผู้ใหญ่ไม่ยอม
ถวายบังคม เพราะเห็นว่าพระพุทธองค์มีพระชนม์มายุน้อยกว่า พระ
พุทธองค์จึงแสดงปาฏิหาริย์ให้พระองค์ลอยอยู่เหนือพระเศียรพระประยูร
ญาติ บรรดาพระประยูรญาติมิอาจทรงมานะทิฐิอยู่ได้จึงพร้อมกันถวาย
บังคม
๒. กัณฑ์หิมพานต์
คือ กัณฑ์ที่พระมัทรีตรัสเล่าถึงป่าหิมพานต์ถวายพระเวสสันดรว่า
เป็นที่รื่นรมย์น่าอยู่อาศัย เล่าเรื่องย้อนหลังถึงพระนางผุสสดีพระมารดา
ของพระเวสสันดรจุติลงมาเกิด และได้เป็นมเหสีของพระเจ้ากรุงสญชัย มี
โอรสคือพระเวสสันดร ครั้งหนึ่งพระเวสสันดรได้ประทานช้างปัจจัย
นาเคนทร์ อันเป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองให้แก่ชาวเมืองกลิงคราษฎร์ ชาวเมือง
สีวีราษฎร์ไม่พอใจ จึงประชุมกันกล่าวโทษพระเวสสันดร จนพระเจ้ากรุง
สญชัยต้องเนรเทศพระเวสสันดรออกจากเมือง พระมัทรีพระมเหสีของพระ
เวสสันดรขอตามเสด็จไปอยู่ป่าด้วย
๓. ทานกัณฑ์
พระเวสสันดรบำเพ็ญทาน แล้วเสด็จออกจากเมืองพร้อมพระมัทรี
พระชาลี (โอรส) พระกัณหา (ธิดา)จะเสด็จไปยังเขาวงกต
๔. กัณฑ์วนปเวสน์
พระเวสสันดรเสด็จผ่านเมืองเจตราษฎร์ กษัตริย์เจตราษฎร์ เชิญ
พระเวสสันดรให้ประทับ ณ เมืองเจตราษฎร์ แต่ไม่ทรงรับ จึงชี้ทางไปสู่เขา
วงกต และให้พรานเจตบุตรรักษาต้นทางไม่ให้ผู้ใดมารบกวน พระ
เวสสันดร พระมัทรี และพระโอรสธิดา ต่างทรงผนวชเป็นดาบส และ
ประทับ ณ อาศรมในบริเวณเขาวงกต
๕. กัณฑ์ชูชก
กล่าวถึงชูชกพราหมณ์เฒ่าได้นางอมิตตดาสาวรุ่นเป็นเมีย เพื่อชดใช้
แทนเงินที่บิดามารดาเป็นหนี้ชูชก นางอมิตตดาวิวาทกับนางพรามณีในหมู่
บ้านนั้น เพราะถูกเยาะเย้ยว่านางมีสามีแก่ นางจึงคิดลบล้างความอับอาย
ของตนโดยรบเร้าให้ชูชกไปขอสองกุมารมาเป็นทาส
๖. กัณฑ์จุลพน
ชูชกเดินทางไปขอสองกุมาร ผ่านด่านที่เจตบุตรเฝ้าอยู่ ชูชกหลอก
ลวงจนพราหมณ์เจตบุตรหลงเชื่อว่าชูชกเป็นทูต จึงชี้ทางผ่านป่าต้นทางที่
จะไปยังอาศรมของพระเวสสันดรให้ชูชก
๗. กัณฑ์มหาพน
ชูชกเดินทางต่อมาได้พบพระอัจจุตฤาษี ก็หลอกลวงให้ฤาษีหลงเชื่อ
และพระฤาษีพรรณนาป่าใหญ่บริเวณเขาวงกตใกล้พระอาศรมของพระ
เวสสันดรให้ชูชกฟัง เป็นการชี้ทางให้ชูชกเดินทางต่อไป
๘. กัณฑ์กุมาร
พระนางมัทรีฝันร้าย ให้พระเวสสันดรทำนายฝันให้ แล้วนางก็ออก
ไปหาผลไม้ ชูชกเฝ้าพระเวสสสันดรขอสองกุมาร ชูชกเมื่อได้รับพระราช
ทานสองกุมารแล้ว ก็ขู่เข็ญสองกุมาร โดยการเฆี่ยนตีแล้วลากตัวไป
๙. กัณฑ์มัทรี
พระนางมัทรีมัทรีกลับมาไม่พบสองกุมาร ก็คร่ำครวญสลบไป พระ
เวสสันดรแก้ฟื้น แล้วบอกความจริงว่าได้ให้สองกุมารแก่ชูชกไปแล้ว
๑๐. กัณฑ์สักบรรพ
พระอินทร์แปลงกายมาขอพระนางมัทรี เมื่อพระเวสสันดรพระราช
ทานให้แล้ว ก็ถวายพระมัทรีคืนไว้ให้ปฏิบัติพระเวสสันดร พระเวสสันดรทูล
ขอพร ๘ ประการจากพระอินทร์
๑๒. กัณฑ์ฉกษัตริย์
พระเจ้ากรุงสญชัยไปพบพระเวสสันดร ต่างองค์ต่างเกิดความปิติและ
โศกสลดจนสลบไปทั้งหกพระองค์ พระอินทร์จึงบันดาลให้เกิดฝน
โบกขรพรรษตกลง ณ บริเวณอาศรม ประพรมกษัตริย์ทั้งหกกลับพื้นขึ้น
๑๓. กัณฑ์นครกัณฑ์
พระเวสสันดรกลับคืนพระนคร ทรงบำเพ็ญทานอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง
หนึ่ง เสวยราชย์อยู่จนพระชนมายุได้ ๑๓ พรรษาก็สิ้นพระชนม์ ไปอุบัติใน
สวรรค์ชั้นดุสิตแล้วกล่าวถึงการมาอุบัติใหม่ คือ กลับพระชาติมาเกิดเป็น
พระสิทธัตถกุมาร บุคคลอื่น ๆ ก็กลับชาติมาเกิดเช่นเดียวกันชูชกกลับชาติ
มาเกิดเป็นพระเทวทัต นางอมิตตดากลับชาติมาเกิดเป็นนางจิญจมาณวิภา
เป็นต้น
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 
  30/06/2564 ถนนสายวัฒนธรรมนครจำปาศรี
     



ปฏิทินกิจกรรม
« พฤศจิกายน 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


อาคารศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม ชั้น ๓ ห้อง ๓๐๒, ถนนเลี่ยงเมืองมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด, ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง
จังหวัดมหาสารคาม, ๔๔๐๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๔๓๗๗ ๗๕๖๑ โทรสาร ๐ ๔๓๗๗ ๗๕๔๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม