องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> มรดกทางวัฒนธรรม
กลองยาว วาปีปทุม ของดี มหาสารคาม

วันที่ 20 ธ.ค. 2562

กลองยาว วาปีปทุม ของดี มหาสารคาม

พื้นที่จัดทำกลองยาว

๑. บ้านตลาด  ตำบลบ้านหวาย  อำเภอวาปีปทุม  จังหวัดมหาสารคาม

๒. บ้านกุดอ้อ  ตำบลหัวเรือ  อำเภอวาปีปทุม  จังหวัดมหาสารคาม

๓. สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอวาปีปทุม

สาระสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

กลองเป็นเครื่องมือตีทำด้วยไม้เป็นต้น มีลักษณะกลมกลวงขึงด้วยหนัง มีหลายชนิด ถ้าทำด้วยหนัง หน้าเดียว มีรูปยาวมากใช้สะพายในเวลาตี เรียกว่ากลองยาวหรือเถิดเทิง ถ้าขึงด้วยหนังหน้าเดียว มีรูปกลมแบนและตื้น เรียกว่า กลองรำมะนา ถ้าขึงหนัง  ๒ หน้า ร้อยโยงด้วยสายหนัง เรียกว่ากลองมาลายู ถ้าร้อยโยงด้วยหวาย เรียกว่า กลองแขก กลองชนะ กลองยาวของอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เป็นกลองหน้าเดียว รูปร่างทรงยาว ด้านล่าง กลึงเป็นรูปคล้ายปากแตร ส่วนบนป่องเล็กน้อยปิดด้วยหนังวัว ขึงด้วยเชือกให้ตึง กลองยาวมีหลาย ขนาดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้เล่น ตกแต่งด้วยผ้าสีสวยงาม มีสายสะพายคล้องบ่าเพื่อสะดวกใน การเดินตี  ผู้เล่นกลองยาวจะใช้มือตีทั้งสองมือบางครั้งตีแบบโลดโผนเพื่อความสนุกสนาน ใช้กำปั้น               ศอก เข่า ศีรษะ หรือต่อตัวในการตีกลอง ซึ่งต้องใช้ทักษะและความชำนาญในการตี

ประวัติความเป็นมา

กลองยาวได้แบบอย่างมาจากพม่า ในสมัยกรุงธนบุรี หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยที่ไทยกับพม่า กำลังทำสงครามกัน เวลาพักรบ ทหารพม่าก็เล่น "กลองยาว" กันสนุกสนาน ชาวไทยได้เห็นก็จำ แบบอย่าง มาเล่นบ้าง แต่บางประวัติกล่าวว่า กลองยาวของพม่าแบบนี้ มีชาวพม่าพวกหนึ่งนำเข้ามาเล่นในงาน ที่มีกระบวนแห่ เช่น บวชนาค ทอดกฐิน เป็นต้น และนิยมเล่นกันเป็นที่รื่นเริง สนุกสนานในเทศกาล สงกรานต์ และเล่นกันแพร่หลายไปแทบทุกหัวบ้านหัวเมือง วงหนึ่งๆ จะใช้กลองยาวหลายลูกก็ได้ เครื่อง

ดนตรีที่ใช้บรรเลงร่วม ได้แก่  ฉิ่ง  ฉาบเล็ก  กรับ  โหม่ง  เรียกการเล่นชนิดนี้ว่า  "เถิดเทิง"  หรือ "เทิงกลองยาว” ที่เรียกเช่นนี้เข้าใจว่าเรียกตามเสียงกลองที่ตีและตามรูปลักษณะกลองยาว กลองยาว มีการตั้งชื่อตามลักษณะของกลอง คือเป็นกลองหน้าเดียวที่มีรูปร่างกลมยาว ตัวกลอง ตอนหน้าใหญ่ใช้ขึงหนัง  ตอนกลางเล็กเรียว และตอนปลายหรือฐานกลองบานคล้ายดอกลำโพง มีสายสะพายสำหรับสะพายบ่า กลองจัดเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งที่มนุษย์คิดค้นได้ในยุคต้น ๆ และพัฒนารูปแบบที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากมายเชื่อกันว่า กลองยาว ได้แบบอย่างมาจากพม่าในสมัยกรุงธนบุรีช่วงที่ไทยทำสงครามกับพม่า เวลาพักรบพวกทหารพม่าก็เล่นกลองยาวกันสนุกสนาน คนไทยจึง ได้นำแบบอย่างมาเล่นบ้างจนเป็นที่นิยมแพร่หลายไปตามหมู่บ้าน และมีการประยุกต์ใช้ลีลา ท่าตี ท่ารำเพื่อเพิ่มความสนุกสนานมากขึ้น

ประวัติกลองยาวชาววาปี  ของดีพื้นบ้าน

ความเป็นมา  เมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๓๕  มีการจัดงานผ้าไหม  นายอำเภอวาปีปทุม  คือ ว่าที่ร้อยตรี อนิวัธ  พะโยนเยี่ยม  เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดงานมาจนถึงปีปัจจุบัน  ปี พ.ศ. ๒๕๓๙  การจัดงานออนซอนกลองยาว ชาววาปี  ของดีพื้นบ้าน  (นายสุนทร  ยะปะเตา  เป็นผู้เสนอชื่อ)  ครั้งที่  ๑  สมัยที่นายสุรศักดิ์ ชาญยุทธ  ดำรงตำแหน่งนายอำเภอวาปีปทุม ได้รูปแบบมาจากการจัดงานปราสาทหินพิมายอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา  โดยได้เชิญการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาร่วมจัดงานด้วย  กำหนดการจัดงาน ต้นเดือนพฤษภาคม  แต่เป็นช่วงฤดูฝนเป็นอุปสรรคการจัดงาน จึงเปลี่ยนมาเป็นกลางเดือนมีนาคม เจอ สภาพอากาศร้อน จึงมีการเปลี่ยนมาเป็นวันศุกร์ที่สามของเดือนธันวาคมของทุกปี และปรับตามความเหมาะสมจนถึงปัจจุบัน  ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ จัดงานวันศุกร์ที่ ๒๑ – ๒๓  ธันวาคม  ๒๕๖๑ นับเป็นครั้งที่ 23 วัตถุประสงค์  เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของอำเภอวาปีปทุม  ส่งเสริมภูมิปัญญา  ส่งเสริมอาชีพ  และนำคนดีของแต่ละหมู่บ้าน  แต่ละตำบลมาแสดงในงาน  และสำคัญที่สุด  คือ อำเภอวาปีปทุม เป็นแหล่งผลิตกลองยาวที่บ้านตลาด  ตำบลบ้านหวาย  อำเภอวาปีปทุม  โดยนายเที่ยง  พิณทปะกัง เป็นผู้เริ่มการผลิตกลองยาวมีกลองยาวแสดงในงานบุญต่าง ๆ หลายหมู่บ้าน  จึงได้กำหนดให้เป็นกิจกรรมสำคัญของการจัดงาน  คือ การประกวดกลองยาว  จังหวัดมหาสารคาม  ได้กำหนดให้กลองยาวของอำเภอวาปีปทุม เป็นดนตรีประจำจังหวัด  ปัจจุบัน  อำเภอวาปีปทุมมีคณะกลองยาวหลายคณะ ล้วนแล้วแต่ผ่านการประกวดในงานกลองยาวชาววาปี และได้รับว่าจ้างให้ไปแสดงในงานมากมายมีรายได้ค่อนข้างดี

ลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

การทำกลองยาว  เป็นความรู้ ความคิดจากชาวบ้าน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง มีการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน  การทำกลองยาวจึงนับได้ว่าเป็นการอนุรักษ์ รักษางานช่างฝีมือพื้นบ้าน ที่บ่งบอกถึงความประณีต  สวยงาม  อันทรงคุณค่าด้วยฝีมือคนไทยในท้องถิ่น การทำกลองยาว ของช่างบ้านตลาด  ตำบลบ้านหวาย  อำเภอวาปีปทุม  จังหวัดมหาสารคาม เป็นงานช่างฝีมือ ใช้วัตถุดิบ คือ ต้นขนุน ซึ่งไม่ใช่ไม้ป่า หรือไม้หวงห้าม การทำกลองยาวงานช่างฝีมือกลุ่มนี้ ได้สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ  คือ นายเที่ยง  พิณทปะกัง  ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ถ่ายทอดการทำกลองยาว และการตีเพื่อให้เป็นจังหวะ กลุ่มงานช่างฝีมือส่วนใหญ่  คือ สมาชิกคนในชุมชนท้องถิ่น เพื่อปลูกฝังให้           ชุมชนมีความสามัคคี และสืบทอดอนุรักษ์รักษาการทำกลองยาวต่อไป  ผู้รับการถ่ายทอด คือ นายสุวิทย์   นามวิเศษ  และได้จัดตั้งกลุ่มผลิตกลองยาว พ.ศ. ๒๕๓๕  มีวัตถุประสงค์  คือ  เพื่ออนุรักษ์รักษาการทำกลองยาวไม่ให้สูญหาย และเพื่อให้กลุ่มชุมชนในท้องถิ่นมีความรู้ในการทำกลองยาว รวมถึงทำให้มีรายได้จากผลงานชิ้นนี้ ไม้ทำกลองยาว ใช้ไม้ขนุนทอง ซึ่งไม้ขนุนชนิดนี้มีลักษณะของเนื้อไม้ที่ทนทาน และเหมาะสำหรับการนำมาขุด เจาะ เป็นกลองยาว

ขั้นตอนการทำกลองยาว

๑. ตัดไม้ให้ได้ขนาดพอเหมาะ โดยวัดให้เกินขนาดกลองจริงที่เราต้องการออกไปด้านละ ๓ นิ้ว  เช่น กลองขนาดใหญ่จะเลือกเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  ๓o – ๓๕  เซนติเมตร และตัดให้ได้ความยาวประมาณ ๑  เมตร

 ๒. ใช้ขวานถากเพื่อให้เป็นหุ่นกลองยาวอย่างคร่าว ๆ ซึ่งตัวหุ่นนี้จะหนากว่าขนาดกลองจริงประมาณ ๑.๕ นิ้ว

๓. เจาะรูตรงจุดศูนย์กลางกลองทั้งด้านบนและด้านล่าง  เจาะลึกด้านละ  ๕๐  เซนติเมตร

๔. กลึงกลองให้ได้รูปทรงเล็ก  ใหญ่  สวยงาม  ตามขนาดที่ต้องการ

๕. การเจาะ  นำกลองที่ขึ้นรูปกลองยาวแล้วนั้น มาเจาะแต่งภายในให้กว้างทะลุกันระหว่างหน้ากลอง กับขากลอง  ให้เหลือความหนาของผนังกลองรอบ ๆ  โดยประมาณ  ๑  เซนติเมตร  แล้วขัดแต่งภายในให้ละเอียดสวยงามด้วยกระดาษทราย

๖. เมื่อขัดผิวกลองด้วยกระดาษทรายจนผิวกลองละเอียดแล้วทาสีแล็คเกอร์รองพื้น  ๑  รอบ ทิ้งให้แห้งแล้วทาทับด้วยยูริเทน  ๒  รอบ  ทิ้งไว้ให้แห้งจะได้ผิวกลองเงางาม

๗. การเตรียมหนังหน้ากลอง  นำหนังที่ตากแห้งแล้ว  ตัดให้ได้รูปพอดีกับหน้ากลอง  แล้วนำไปแช่น้ำ๑  คืน  จากนั้นนำหนังมาทุบจนนิ่ม  ใช้เวลาทุบประมาณ  ๓นาที

๘. นำหนังมากะระยะในการเจาะรูเพื่อร้อยเชือกให้ยึดติดกับตัวกลอง  ซึ่งในการเจาะนี้จะกะให้มีระยะห่าง กัน  ๑  นิ้ว  จะได้ประมาณ ๓รู (อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ได้)  แต่ข้อสำคัญคือจะต้องคำนวณให้รูที่เจาะนั้นเป็นจำนวนเลขคู่  เช่น  ๒๘  ๓๓๒  เป็นต้น  หากเป็นจำนวนคี่  จะทำให้เกิดปัญหาการร้อยเชือกและใช้ไม่ได้

๙. การร้อยเชือก  นำเชือกร้อยตามรูที่เจาะไว้ จากนั้นนำไปขึงหน้ากลอง  นำเชือกอีกเส้นร้อยจากหน้าที่เจาะรู  ดึงลงไปผูกกับช่วงกลางหุ่นกลอง  ซึ่งขึงหนังรอบหุ่นกลองไว้แล้วดึงเชือกให้ตึงรอบหุ่นกลอง

o. ใช้ของมีคม  ขูดแต่งหน้ากลอง  ควรทำอย่างระมัดระวัง  การขูดที่ถูกวิธีนั้น  ต้องขูดไปทางทิศเดียวกัน และหลีกเลี่ยงบริเวณที่ติดกับกรอบไม้

๑๑. การทดสอบเสียงกลอง หรือการเทียบเสียงกลอง จะทำหลังจากทำหุ่นกลองเสร็จเรียบร้อยแล้วอุปกรณ์สำคัญในการเทียบเสียงกลองคือ  ข้าวติดหน้ากลอง  ซึ่งข้าวติดหน้ากลองนี้จะมีประโยชน์ช่วยให้เสียงกลองยาวดังกังวาน  ไพเราะน่าฟัง

๑๒. การตกแต่งกลอง ดนตรีเป็นการแสดงออกซึ่งศิลปะอย่างหนึ่ง ฉะนั้นนอกจากจะให้ความไพเราะทางโสตประสาทแล้ว  ยังไม่เป็นการเพียงพอ  ศิลปะการตีและความสวยงามเป็นสิ่งสำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงนิยมนำผ้าพื้นบ้านสีสันสวยงามมาตัดเป็น "เสื้อ” ให้กับกลองยาว  ซึ่งทำให้กลองยาวสวยงามยิ่งขึ้น

วิธีเล่นกลองยาว

ข้าวเหนียวสุก  ใช้ติดตรงกลางหน้ากลอง  โดยบดผสมขี้เถ้าเพื่อถ่วงเสียง  เรียกว่า  ติดจ่า

ผ้าสีหรือใช้หุ้มตกแต่งกลองให้สวยงาม

สายสะพาย ใช้ผูกกลองไว้คล้องสะพายบ่า

ก่อนการเล่นมีการบูชาไหว้ครู  โดยจุดธูปเทียนดอกไม้  สุรา  และเงิน  ๑๒  บาท

๑. การเล่นใช้คนทั้งหมด   ๔๒  คน

คนตีกลอง ๑คน   คนตีฆ้อง, โหม่ง, ฉาบ, รำมะนา ๖  คน                           

ดนตรีประยุกต์ ๒  คน คนรำ  ๒๔  คน                

๒. นั่งล้อมวงติดถ่วง (ติดจ่า) เทียบเสียงกลอง (ถ้วยด้วยข้าวเหนียวสุก  ตำกับขี้เถ้าให้ละเอียดเหนียว)

๓. เริ่มเล่นโหม่งตีจังหวะให้สัญญาณขึ้นเพลง  เพลงที่เล่นจะมีประมาณ  ๕  เพลง

 เพลงม้าย่อง   เพลงหรั่งย่ำเท้า เพลงแขก เพลงเซิ้งกระติ๊บ เพลงเซิ้งสวิง

๔. ในระหว่างขึ้นเพลง  นางรำจะทำการร่ายรำไปตามเพลงแต่ละชนิด

๕. เวลาจบ  หัวหน้าที่อยู่ในหมู่กลอง  เร่งเตือนว่าจะลงกลองเพื่อจบหรือหยุดเล่น

สถานภาพปัจจุบันของการถ่ายทอดความรู้และปัจจัยคุกคาม

การถ่ายทอดความรู้ ด้านช่างฝีมือดั้งเดิม  มีการถ่ายทอดในระดับชุมชนชาวบ้านที่มีการผลิตอยู่แล้ว ถึงจะมีช่างที่มีความชำนาญไม่กี่คน ก็สามารถถ่ายทอดได้ไปเรื่อยๆ ในช่วงที่มีชีวิตอยู่  มีคนสืบทอดต่อได้ส่วนในด้านศิลปะการแสดง  เยาวชนที่มีความสามารถด้านการตีกลอง ดนตรีและนางรำ หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมแล้วได้ไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาก็ได้เป็นผู้นำในด้านนี้  ช่วยอาจารย์ ผู้สอนฝึกเพื่อนๆ ให้มีทักษะในการแสดงกลองยาวของสถาบันที่ตนศึกษาอยู่ ส่วนปัจจัยคุกคามของการแห่ด้วยกลองยาวนั้น ในปัจจุบันมีคณะแห่ด้วยดนตรีสด  นักร้องชาย - หญิง  เครื่องเสียงขนาดใหญ่เคลื่อนที่ด้วนรถหกล้อ บรรเลงเพลงจากช้า ๆ ไปจนเร็วสุดเหวี่ยง ทำให้มีการเต้นของหนุ่มสาวในขบวนแห่ ลีลาการเต้นมีธรรมดาไปจนถึงยั่วยุอารมณ์ทางเพศ ซึ่งผู้สูงวัยจะไม่ยอมรับในส่วนนี้ แต่ก็เป็นเรื่องของเจ้าภาพงาน  จะห้ามมิได้  นักเต้นหนุ่มสาวต่างถิ่นที่ชอบด้านนี้ ทราบจากสื่อสารทางโทรศัพท์มือถือจากคณะแห่หรือเจ้าภาพ ก็จะออกเดินสายไปออกลีลาการเต้นตามชุมชนนั้น ซึ่งมักจะมีการทะเลาะวิวาทเป็นประจำ เป็นการทำลายการแสดงกลองยาว ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมดั้งเดิมถือว่าเป็นปัจจัยคุกคามพอสมควร


แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 
  30/06/2564 ถนนสายวัฒนธรรมนครจำปาศรี
     



ปฏิทินกิจกรรม
« ธันวาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


อาคารศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม ชั้น ๓ ห้อง ๓๐๒, ถนนเลี่ยงเมืองมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด, ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง
จังหวัดมหาสารคาม, ๔๔๐๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๔๓๗๗ ๗๕๖๑ โทรสาร ๐ ๔๓๗๗ ๗๕๔๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม