องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> มรดกทางวัฒนธรรม
หมอลำกลอน มหาสารคาม

วันที่ 23 ธ.ค. 2562

หอมลำกลอน มหาสารคาม

ประวัติความเป็นมา

คำว่า "หมอลำ” มีผู้รู้ให้นิยามความหมายไว้มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เน้นอธิบายความหมายในฐานะผู้ชำนาญการในการขับร้อง ขับลำ อันเป็นความหมายในมิติศิลปะการแสดง หมอลำมีความหมาย อย่าง อย่างแรก หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญในการขับลำนำหรือการขับร้อง โดยการท่องจำจากกลอนลำหรือบทกลอนที่มีผู้ประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาถิ่นอีสาน อย่างที่สอง หมายถึง ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน หรือมหรสพอย่างหนึ่งของชาวอีสาน หรือการเปล่งเสียงขับร้องก็ได้

หมอลำสำหรับสังคมคนอีสานนั้น หมอลำได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้รอบรู้ และผู้รู้รอบ หมอลำชั้นครูที่มีความสามารถสูงถึงขั้นแตกลำ ได้รับการยกย่องจากสังคมว่า มีความรู้กว่านักปราชญ์ดังผญากล่าวว่า "นักปราชญ์ผู้เพิ่นฮู้ บ่ปานเจ้าผู้แตกลำ” หมอลำที่มีความสามารถมีสติปัญญาดีมีความฉลาดไหวพริบปฏิภาณดี มักจะเรียนรู้ทางธรรมะจากพระหรือศิษย์ผู้เรียนรู้คดีโลก และศิลปะการแสดงจากฆราวาส

หมอลำมีกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อใดไม่มีหลักฐานแน่ชัด เพราะไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่สันนิษฐานได้จากซีกภาคอื่นของไทย เช่น สุนทรภู่ เป็นผู้ชื่นชอบแต่งกลอนเป็นเรื่องเป็นราว แจกหรือขายให้คนทั่วไป จนผู้คนติดอกติดใจตามจินตนาการของท่าน จนในที่สุดเป็นวรรณคดีที่ยิ่งใหญ่

สำหรับสังคมหมอลำอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดมหาสารคาม มีการกล่าวถึงหมอลำอัศจรรย์ ที่เดินตระเวนไปคนเดียวพร้อมกับฆ้องเล็ก เป็นหมอลำผู้ชายลำตามคำทำนายตามตำราต่างๆ โดยเคาะฆ้องไปด้วย เดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ คงจะได้รับเงินแถมด้วย เพราะคนชอบฟังคำทำนาย ก็จะคล้ายๆ สุนทรภู่ในแถบตะวันออก

ต่อจากนั้นน่าจะเป็นกำเนิดหมอพื้น ซึ่งลำคนเดียวและมีหมอแคน ไม่ใช้ฆ้องเลยไพเราะกว่าและลำเป็นนิทาน หมอลำพื้นมักจะเป็นผู้ชาย ลำแสดงบทบาทตามเพศ ตามกิริยาอาการเนื้อหาลำ ไม่มีฮ้าน(เวที) นั่งคุกเข่าหรือขัดสมาธิบนเสื่อโดยมีหมอแคนเป่าแคนประกอบอยู่ข้างๆ คนที่มาฟังหมอลำจะนั่งอยู่ล้อมรอบไม่มีเครื่องขยายเสียง ไม่มีไฟฟ้า อาศัยแสงสว่างจากเดือนหงายบ้าง จากขี้ไต้บ้าง ตามโอกาส

หมอลำกลอน เป็นยุคใกล้เคียงกับหมอลำพื้น ซึ่งน่าจะพัฒนามาจากหมอลำอัศจรรย์ เช่นเดียวกัน แต่รูปแบบการพัฒนาต่างกัน หมอลำกลอนชาย-หญิง เริ่มจากหมอลำประชันชายต่อชายก่อน ลำโจทย์-ถามหวังแพ้ชนะเท่านั้น ต่อมาเป็นหมอลำกลอนชาย-หญิง แต่ก็ยังเน้นโจทย์ถามอยู่ เหมือนพระเทศน์ปุจฉา-วิสัชนา ต่อมาอีกจึงมีการเปลี่ยนรูปแบบให้มีความบันเทิงประกอบ ในช่วงปีพ.ศ. ๒๕๑o - ๒๕๓o ยุคนี้มีการประกอบอาชีพหมอลำกันอย่างจริงจัง มีการเรียนเป็นหมอลำกันอย่างแพร่หลาย คนนิยมจ้างหมอลำไปลำในงานต่างๆ จนถือได้ว่าเป็นมหรสพที่เป็นหลักคนอีสานก็ว่าได้

ปัจจุบันแม้หมอลำกลอนจะมีบทบาทด้านการแสดงน้อยลง เพราะมีหมอลำซิ่งขึ้นมาแทรก ต่อมาเป็นหมอลำประยุกต์ ซึ่งอยู่กลางๆ ระหว่างหมอลำกลอนและหมอลำซิ่ง แต่ทั้งสองนั้นต้องมีพื้นฐานมาจากหมอลำกลอน จึงจะมั่นคง

ก่อนขึ้นเวทีแสดง หมอลำกลอนทุกคนจะมีการไหว้ครู (ไหว้อ้อยอครู) ตามตำรับของอาจารย์ที่หมอลำที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้

ก่อนที่หมอลำชาย-หญิงจะร้องลำ ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนจะขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน จากนั้นหมอแคนจะเป่าแคนโชว์ลายแคน ลายใหญ่ ลายลมพัดพร้าว และจบลงด้วยลายเต้ย

เริ่มต้น หมอลำชายจะเป็นผู้ลำก่อน โดยจะใช้กลอนไหว้ครู

ก่อนขึ้นเวทีแสดง หมอลำกลอนทุกคนจะมีการไหว้ครู (ไหว้อ้อยอครู) ตามตำรับของอาจารย์ที่หมอลำที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้

ก่อนที่หมอลำชาย-หญิงจะร้องลำ ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนจะขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน จากนั้นหมอแคนจะเป่าแคนโชว์ลายแคน ลายใหญ่ ลายลมพัดพร้าว และจบลงด้วยลายเต้ย

เริ่มต้น หมอลำชายจะเป็นผู้ลำก่อน โดยจะใช้กลอนไหว้ครู

การลำในขั้นตอนที่ผ่านมานั้น ทั้งคู่ใช้เวลาประมาณ ๒o นาที ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นยกที่ ๒ เป็นการลำป่าวประกาศการจัดงานของเจ้าภาพในวันนั้น

ขั้นตอนนี้คือขั้นที่ ๓ หมอลำจะพูดว่า ยกที่ ๓ หรือวาระที่ ๓ จะเป็นการแนะนำตนเองถึงบ้านเกิดหรือที่อยู่อาศัยในปัจจุบันพร้อมทั้งครอบครัวว่า โสดหรือไม่และให้คู่ลำรายงานตัวเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็จะปรึกษาการลำด้วยว่า จะลำแบบไหน โจทย์แก้แปลถามหรืองามๆ ไปด้วยกันเหมือนวัวเทียมเกวียน

กำหนดเวลาการแสดง  นับเวลาย้อนหลังไปประมาณพ.ศ. ๒๕๒๕ เวลาการแสดงของหมอลำกลอน ผู้ว่าจ้างกำหนดให้เลิกการแสดงจนเวลาเช้าตรู่ คนอีสานเรียกว่า "แจ้ง” จนกระทั่งดับไฟบนเวทีการแสดง เหตุผลน่าจะเป็นเพราะต้องการให้มีคนอยู่เฝ้ากองบุญ และคนบ้านไกลมาฟังลำเดินทางกลับไม่สะดวกเพราะยังมืดอยู่

นับจากพ.ศ. ๒๕๒๕ – ๒๕๓๕กำหนดเลิกการแสดงเวลา o.oo น. แสงตะวันเสิงสาง พอเดินทางกลับบ้านได้

นับจากพ.ศ.๒๕๓๕ - ๒๕๔o กำหนดเลิกการแสดงเวลา o.oo น. เพราะลูกหลานของคนเฒ่าคนแก่ที่มาฟังลำมีรถยนต์ส่วนตัวรอรับส่งกลับบ้านได้สะดวก

นับจากพ.ศ. ๒๕๔o - ปัจจุบัน กำหนดเลิกการแสดงเวลา o.oo น. เพราะมีความสะดวกในการเดินทาง ถนนหนทางดีขึ้น รถยนต์ไม่ติดหล่มเหมือนแต่ก่อนและหมอลำมีอายุมากขึ้น จึงเหมาะสมกับวัยและเวลา อนึ่ง ในปัจจุบันนี้หมอลำกลอนที่มีชื่อเสียงและงานมากตลอดเทศกาล กำหนดเวลาเลิกงานการแสดง o๒.oo

อุปกรณ์/ดนตรีประกอบการแสดง

หมอแคน เป็นผู้บรรเลงเป่าแคนคู่กับหมอลำ ซึ่งจะขาดไม่ได้และต้องเป็นหมอแคนประจำอีกด้วย จึงจะสอดคล้องไปตลอดในเวลาแสดง ดังนั้น บนเวทีการแสดงของหมอลำจึงมีอยู่ คน คือ หมอลำชาย-หญิง หมอแคนของแต่ละฝ่าย คน ส่วนมากเป็นหมอแคนชายจะมีบ้างในหมอลำซิ่งที่เป็นหมอแคนหญิง

แคน  เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บรรพชนชาวอีสาน สร้างสรรค์เพื่อใช้ในวิถีชีวิต พัฒนาการผลิตและการใช้แคนจากภูมิรู้ และภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมาเป็นเวลานานไม่ต่ำกว่า ,ooo ปี ดังจะเห็นได้จากหลักฐานต่างๆ ที่บันทึกเกี่ยวกับแคนไว้มากมาย แต่จะไม่กล่าวในที่นี้ แคนไม่เคยแปลกแยกหรือมีการพัฒนาที่ขาดช่วง หากแต่ดำรงอยู่อย่างก้าวหน้า ทั้งยังปลุกเร้าให้ชีวิตผู้คนตื่นขึ้นเพื่อที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม และวัฒนธรรมในทุกยุคทุกสมัย

ขนาดและระดับเสียงของแคนที่หมอลำกลอนใช้ หมอลำผู้ชายใช้แคนขนาดสั้นกว่าหมอลำหญิง เรียกว่า แคน - หมอลำหญิงใช้แคนขนาดยาวกว่าหมอลำชาย คือ แคน o - ๑๑ แคนหมอลำชายเสียงจะเล็กกว่าแคนหมอลำหญิงเสียงใหญ่กว่า ดังนั้น หมอแคนคนที่เป่าให้หมอลำหญิงจะใช้ลมเป่ามากกว่า ถ้าแคนเสียงฝืดก็จะเหนื่อยมากกว่าปกติ

ลายแคน หมอลำกลอนจะใช้แคนเป่าเป็นลาย "สุดสะแนน” เป็นส่วนมาก ถ้าเข้ากันไม่ได้ก็จะใช้ "ลายสร้อย” หรือ "ลายโป้ซ้าย” ซึ่งหมอลำและหมอแคนจะเข้าใจกันดี ในการใช้แคน เช่น ตอนลำทางยาวนิยมใช้ "ลายใหญ่” หรือ "ลายน้อย” บอกกันแล้วเปลี่ยนลายได้ทันที

คุณค่าและหมอลำกลอนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ ที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของความเป็นอีสานได้เด่นชัดที่สุดรูปแบบหนึ่ง มีพัฒนาการมายาวนานอีกทั้งหมอลำยังสร้างรายได้เป็นธุรกิจระดับชุมชน และระดับประเทศ จากส่วนแบ่งการตลาดเพลงทั่วประเทศที่สูงเป็นประวัติการณ์ ปัจจุบันสถานการณ์ของหมอลำไม่ค่อยสู้ดีนัก ทั้งด้านอาชีพและด้านภูมิปัญญา หมอลำนับวันจะเสื่อมความนิยม จนไม่สามารถจะยกชูขึ้นสร้างความภาคภูมิใจว่า นี่คือภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของเรา เพราะกระแสเปลี่ยนแปลงทางโลกาภิวัตน์นี้ ได้ดึงดูดให้วัฒนธรรมอันดีของเราถอยห่างจากตัวตนของเราทุกขณะ การที่รัฐและภาคเอกชนบางแห่งได้หันกลับมาสนใจหมอลำจึงเป็นความหวัง และโอกาสของหมอลำอีกครั้งหนึ่ง หนึ่งในกระบวนการที่น่าสนใจ คือ การสร้างพื้นที่เพื่อเป็นที่อยู่ของภูมิปัญญาหมอลำ ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้ก็น่าจะสามารถนำไปสู่การอนุรักษ์ประยุกต์สร้างใหม่ในภูมิปัญญาได้ในอีกทางหนึ่งบทบาทของวิถีชีวิตชุมชนที่มีต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

สถานภาพปัจจุบัน

การถ่ายทอดองค์ความรู้ของหมอลำกลอนได้มีการรับการฝึกสอนอยู่แล้ว กล่าวคือ หมอลำกลอนผู้ที่มีชื่อเสียงจะมีพ่อแม่ของเยาวชนมามอบให้หรือจ้างให้ฝึกสอน เช่น หมอลำสังวาล ดาวเหนือ หมอลำสมพงษ์ มาพร หมอลำเทวี บุตรตั้ว หมอลำกิ่งแก้ว ขันแข็ง หมอลำสุวรรณ บัวนาค หมอลำบุญจันทร์ ข้าวเม่าอ่อน หมอลำสนั่น ลมบน และหมอลำบัวผัน ดาวคะนอง เป็นต้น สำหรับหมอลำอีกหลายคน ลำดีมีชื่อเสียงแต่เนื่องจากไม่มีเวลาว่างพอจึงไม่ได้รับเยาวชนเข้าฝึกสอนเป็นลูกศิษย์

อนึ่ง ในปัจจุบันนี้ เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้สนับสนุนงบประมาณในด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงแบบอีสาน ผ่านสมาคมหมอลำอีสาน มีตัวแทนของแต่ละจังหวัดดำเนินงานทั้ง o จังหวัด ขณะนี้ใช้งบประมาณจังหวัดละ oo,ooo บาท รวม ครั้ง ในปีพ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖o รวมทั้งหมด o จังหวัด ก็จะเป็นเงิน ,ooo,ooo บาท นับว่าเป็นอีกด้านหนึ่งที่ภาครัฐให้การส่งเสริมสนับสนุน กระตุ้นศิลปะการแสดงให้กระเตื้องขึ้น ซึ่งทุกภาคไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ ก็ได้รับการส่งเสริมเช่นเดียวกัน

ปัจจัยคุกคาม

หมอลำกลอน ดังได้กล่าวไว้แล้วว่า หมอลำกลอนได้พัฒนาขึ้นเป็นลำซิ่งและล่าสุดเป็นหมอลำกลอนประยุกต์ มีดนตรีต่างชาติมาแทรกบ้าง แต่การลำกลอนก็ยังเป็นพื้นฐานของการแสดงอยู่เหมือนเดิม ถือว่ามีภัยคุกคามเพียงเล็กน้อย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, ทำเนียบการแสดงพื้นบ้าน. สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. ๒๕๕๙.

จันทร์ฉาย  สำราญเนตร, "คำสอย”. ประสานการพิมพ์. ๒๕๕๓.

จารุวรรณ  ธรรมวัตร, เพลงพื้นเมืองอีสาน. มหาสารคาม : เอกสารทางวิชาการ ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรมอีสานมหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒมหาสารคาม. ๒๕๒o.

เจริญชัย  ชนม์ไพโรจน์, ดนตรีพื้นบ้านอีสาน. มหาสารคาม : ภาควิชาดุริยางคศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒมหาสารคาม. ๒๕๒๖.

ชมรมศิลปินพื้นบ้านมหาสารคาม, ทำเนียบหมอลำจังหวัดมหาสารคาม. เอกสารสำเนา. ๒๕๕๘.

เทพพร  มังธานี (บรรณาธิการ), เปิดผ้าผ่านม่านกั้ง. ขอนแก่น : ขอนแก่นการพิมพ์.

มารศรี  สอทิพย์ และคณะ, กึ่งทศวรรษศิลปินมรดกอีสาน. ขอนแก่น : ขอนแก่นการพิมพ์. ๒๕๔๕.

ราตรี  ศรีวิไล, องค์ประกอบทางสุนทรียภาพในกลอนลำของหมอลำกลอน. เอกสารสำเนา. ๒๕๕๒.

สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, เชิดชูเกียรติศิลปินพื้นบ้านอีสาน

ประจำปี ๒๕๕๕. โรงพิมพ์ประสานการพิมพ์. กาฬสินธุ์.

สนอง  คลังพระศรี, หมอลำซิ่ง : กระบวนการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมดนตรีของหมอลำในภาคอีสาน,

วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาวัฒนธรรมศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหิดล. ๒๕๔๑.

สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น "กึ่งทศวรรษศิลปินมรดกอีสาน”. โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา, ๒๕๕๓.

สุริศา  บัวนิล, พิพิธภัณฑ์หมอลำ : มูลมังในฝันของนครขอนแก่น. ในเทพพร มังธานี (บรรณาธิการ), เปิดผ้าม่านกั้ง (๗๗ – ๘๕). ขอนแก่น : ขอนแก่นการพิมพ์.

สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, โครงการเชิดชูเกียรติบุคคลผู้มีบาทบาทส่งเสริมและบุคคลที่ผลงานดีเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น. ๒๕๕๕.


แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว 
  30/06/2564 ถนนสายวัฒนธรรมนครจำปาศรี
     



ปฏิทินกิจกรรม
« ธันวาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


อาคารศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม ชั้น ๓ ห้อง ๓๐๒, ถนนเลี่ยงเมืองมหาสารคาม-ร้อยเอ็ด, ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง
จังหวัดมหาสารคาม, ๔๔๐๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๔๓๗๗ ๗๕๖๑ โทรสาร ๐ ๔๓๗๗ ๗๕๔๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม