สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง



องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> มรดกทางวัฒนธรรม
พระอุดมปิฎก (สอน พุทฺธสโร)

วันที่ 22 ก.ย. 2564

พระอุดมปิฎก (สอน พุทฺธสโร)

ภูมิกำเนิด
พระอุดมปิฎก (สอน พุทฺธสโร) มีนามเดิมว่า "สอน" หรือ "สร" เป็นบุตรของ นายศรีแก้ว นางปาน ถือกำเนิดที่ บ้านสุนทรา ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 (ก่อนวันวิสาขบูชา 1 วัน) ปีระกา เอกศก จ.ศ. 1151 สมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เริ่มเรียนหนังสือ
พระอุดมปิฎก หรือเด็กชายสอน พอเจริญวัยควรแก่การศึกษาบิดามารดา (นายศรีแก้ว-นางปาน) ได้นำไปฝากเรียนกับพระอาจารย์ศรีแก้ว ผู้มีชื่อเหมือนกับโยมบิดา ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุนทราวาส (สุนทรา) ในสมัยนั้น เพราะวัดนี้เป็นวัดที่อยู่ใกล้บ้าน ได้เริ่มเรียน นโม ก ข ก กา อักษรไทย อักษรขอม และเรียนเลขไปด้วย มีเรื่องเล่าว่า เด็กชายสอนสนใจใฝ่รู้ไฝ่เรียนชอบอ่านหนังสือเป็นอันมาก จนมีคำกล่าวว่า ท่านเป็นคนเอาหนังสือใส่พาย ขี่ควายอ่านหนังสือทุกวัน จนมีความรู้ ความชำนาญในเรื่องอักษรสมัย จนวัยของท่านได้ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ก็ได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ตามหน้าที่และประเพณีของกุลบุตรที่เป็นชาวพุทธทั้งหลาย
บวช-เรียน
พระอุดมปิฎก หรือพระภิกษุสอน ได้บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาอุโบสถวัดวัง ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง เมื่อวันพุธขึ้น 13 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2352 มีเจ้าคณะ เมืองพัทลุงเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ศรีแก้ว เจ้าอาวาสวัดสุนทราวาส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ได้รับนามฉายาว่า "พุทฺธสโรภิกขุ" หรือ "พุทธสรภิกขุ" เมื่อบวชแล้วท่านก็กลับไปอยู่ที่วัดสุนทราวาส วัดใกล้บ้านของโยมพ่อโยมแม่ ตั้งหน้าท่องบ่นภาวนา สาธยายหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นพระที่มีความทรงจำดี มีความขยัน รักการเรียน รักการศึกษา จึงสามารถท่องจำบทสวดมนต์ต่าง ๆ ได้มาก ในขณะที่พระอุดมปิฎกหรือพระภิกษุสอน พุทฺธสโร ท่านเป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เอาใจใส่ในการศึกษาอย่างจริงจัง เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของพระยาพัทลุงทองขาว เจ้าเมืองพัทลุง และคุณหญิงปล้อง หรือ ท่านปล้องผู้เป็นภริยา สำหรับท่านปล้องนั้น เป็นราชนิกูลรัชกาลที่ 3 ชั้นที่ 2 เป็นน้องนางของพระชนนีเพ็ง ธิดาของพระยาราชวังสัน (หวัง) และคุณหญิงชู ทั้งสองท่านให้การสนับสนุน ส่งเสริมด้วยดีเสมอมา

จากพัทลุงสู่กรุงเทพฯ
ลุถึงปี พ.ศ. 2360 พระยาพัทลุงทองขาว เจ้าเมืองพัทลุง ได้ถึงอนิจกรรม คุณหญิงปล้อง ภริยาของท่าน เดิมเป็นชาวจังหวัดนนทบุรี กลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ กับลูก ๆ ได้นิมนต์ พระสอน พุทธุสโร เข้าไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย เพราะเห็นว่าท่านเป็นพระหนุ่มที่ฉลาด ใคร่เรียน ใคร่รู้ ควรสนับสนุนให้ท่านได้มีโอกาสเล่าเรียนให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไปเมื่อกลับเข้ากรุงเทพฯ แล้ว ท่านปล้อง ได้ไปปรึกษากับพระชนนีเพ็ง พี่สาวของท่าน ซึ่งเป็นภริยาของพระยานนทบุรี และเป็นพระชนนี ของเจ้าจอมมารดาเรียม ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ว่าจะนิมนต์พระสอนให้อยู่จำพรรษา ณ วัดไหน พอดีกับ ในระยะนั้น เจ้าจอมมารดาเรียม ได้สร้างวัดประจำตัวท่าน ขึ้นวัดหนึ่ง ชื่อว่า วัดหนัง เสร็จใหม่ ๆ ด้วยทรัพย์ส่วนตัวของท่าน (จากพระราชประวัติ รัชกาลที่ 3) พระชนนีเพ็ง เจ้าจอมมารดาเรียม และท่านปล้องนิมนต์ให้พระสอนอยู่จำพรรษา ณ วัดหนัง ฝั่งธนบุรี

สอบเปรียญธรรม 9 ประโยค ได้ในวันเดียวคราวเดียว
พระสอน พุทฺธสโร พระบ้านนอกคอกนา ชาวพัทลุง เป็นผู้มีบุญญาธิการ อันเป็นส่วนปุพเพกตปุญญตา ที่ได้สั่งสมมาก่อน ประกอบกับความเพียรพยายามอย่างจริงจังในปัจจุบัน ได้รับการอุปถัมภ์เกื้อหนุนจากบุคคลชั้นสูงอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เป็นแรงจูงใจให้ท่านมุพยายามเล่าเรียนอย่างหนัก จนมีความรู้แจ้งเห็นจริงในด้าน ปริยัติธรรมโดยเฉพาะด้านภาษาบาลี ท่านมีความรู้อย่างแตกฉาน ปรากฏว่า เมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าสอบความรู้หน้าพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ท่านสามารถสอบผ่านทีเดียววันเดียวได้ 9 ประโยค โดยวิธีสอบปากเปล่า อันเป็นวิธีสอบสมัยนั้น วิธีสอบแปลภาษาบาลีด้วยปากเปล่า ที่ปฏิบัติกันในอดีตนั้น โดยกำหนดหลักสูตรเป็นประโยค ๆ ไปตั้งแต่ประโยค 1-2 ประโยค 3 ประโยค 4 ประโยค 5 ถึง ประโยค 9 ตามลำดับ การสอบกำหนดให้แปลภาษามคธหรือภาษาบาลี ครั้งละ 1 ลานบ้าง 1 ลานครึ่งบ้าง 2 ลาน 3 ลานบ้าง (1 ลาน เท่ากับ 2 หน้าคัมภีร์ใบลาน) ตามความเหมาะสมของแต่ละหลักสูตรแต่ละประโยค พระรูปใด แปลประโยคหลักสูตรประโยค 1 - 2 ได้แล้วก็ให้แปลประโยคต่อไป สอบผ่านประโยค 3 ได้ ก็เลื่อนขึ้นเปรียญประโยคสูง ๆ ขึ้นไปตามลำดับ จนถึงประโยค 9 แต่ถ้าแปลประโยค 1 - 2 ไม่ได้ ก็ถือว่าสอบตก ก็ต้องเรียนใหม่สอบใหม่ประโยคอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ถึงไม่ค่อยมีพระรูปใดสอบผ่านไปได้ง่าย สำหรับผู้ที่สอบประโยค 1 - 2 ได้ ถือว่าเป็นเปรียญเหมือนกัน แต่ได้ชื่อว่าเป็นเปรียญวังหน้า คือเป็นเปรียญยังไม่สมบูรณ์นั่นเอง ต้องสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยคก่อนจึงเป็นพระหรือสามเณรเปรียญโดยสมบูรณ์ปัจจุบันต้องได้ประโยค 3 ก่อน จึงเรียก พระมหานำหน้า)
พระสอน พุทฺธสโร สอบภาษามคธ หรือภาษาบาลีแบบปากเปล่าได้ถึงเปรียญ 9 ประโยค สอบครั้งเดียว วันเดียวได้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดมหัศจรรย์ ก็เป็นที่นำมาซึ่งความศรัทธาเลื่อมใสในตัวท่านโดยเฉพาะชนชั้นสูงที่ให้ความอุปถัมภ์ดังกล่าวเบื้องต้น ก็เพิ่มความศรัทธามากขึ้น และเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วไปในสมัยนั้น โดยเฉพาะกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3) ทรงเลื่อมใสมาก ได้เสด็จไปสนทนาธรรมกับท่านบ่อย ๆ

เป็นเจ้าอาวาส
ลุถึงปี พ.ศ. 2364 จ.ศ. 1167 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เสด็จสวรรคต กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระราชโอรสองค์ใหญ่ ได้เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระสอน พุทฺธสโร เปรียญธรรม 9 ประโยค เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระอุดมปิฎก" แล้วโปรดฯ ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ซึ่งได้ว่างเจ้าอาวาสลงในขณะนั้น

กลับมาตุภูมิพัทลุง
เมื่อกลับเข้าไปกรุงเทพฯ ด้วยความรักถิ่นฐานบ้านเกิด และเป็นห่วงวัดสุนทรา จังหวัดพัทลุง ที่ชำรุดทรุดโทรมลง พระอุดมปิฎก จึงไปถวายพระพรลาออกมาจำพรรษา ณ วัดสุนทรา เพื่อจะมาปฏิสังขรณ์เครื่องทัพสัมภาระ สำหรับก่อสร้างบรรทุกเรือสำเภาไป กับโปรดฯ ให้มีใบบอกไปยังพระยาพัทลุงจุ้ย (พระอภัยบริรักษ์จักรานุชิตพิพิธราชภักดีพิริยะพาหะ จุ้ย จันทโรจน์วงศ์) เป็นเจ้าเมืองระหว่าง พ.ศ. 2383 จ.ศ. 1202 ถึง พ.ศ. 2391 จ.ศ. 1210) ให้เกณฑ์คนขุดคลองแยกจากคลองประดู่เรียง (ปากคลอง) ไปจนถึงวัดสุนทรา เพื่อให้เรือบรรทุกเครื่องทัพสัมภาระเข้าไปจนถึงวัด ปัจจุบันยังปรากฎร่องรอยให้เห็นอยู่บ้าง
การที่ท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก ออกจากกรุงเทพฯ วัดหงส์รัตนารามมาอยู่ที่วัดสุนทรา จังหวัดพัทลุง หลังจากที่กรมหมื่นรักษ์รณเรศ ถูกสำเร็จโทษแล้ว เป็นผลให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกังวลมาก เพราะขาดพระมหาเถระที่จะทรงสนทนาธรรมที่พระองค์เลื่อมใสมาตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์อย่างท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก และทรงทราบดีว่า เหตุอันหนึ่งที่ท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎกออกไปอยู่ที่เมืองพัทลุงนั้น เพราะท่านเสียใจมากที่กรมหมื่นรักษ์รณเรศ ซึ่งท่านรักมากเหมือนญาติสนิท เพราะใกล้ชิดกันมานานเพื่อจะทรงปฏิสันถารกับท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก เรื่องเกี่ยวกับกรมหมื่นรักษ์รณเรศ เป็นส่วนพระองค์ประการหนึ่ง เพื่อแสดงว่าพระองค์ทรงเป็นห่วงท่านเจ้าคุณมาก ประการหนึ่ง ฉะนั้นเมื่อถึงคราวพระราชพิธีเฉลิมชนมพรรษาของพระองค์คราวหนึ่ง จึงโปรดฯ ให้มีใบบอกไปยัง พระยาพัทลุง (จุ้ย จันทโรจน์วงศ์) ให้อาราธนาท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก เข้าไปร่วมในพระราชพิธีด้วย ท่านเจ้าคุณก็เข้าไป ตามที่โปรดฯ อาราธนา เมื่อเสร็จพระราชพิธี พระสงฆ์ทั้งนั้นรับพระราชทานฉันถวายอนุโมทนาเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสันถารกับท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก
ว่า "พระคุณเจ้าเดินทางมาแต่ไกลนาน ๆ ถึงได้พบกัน ขอจงให้พรโยมให้ชื่นใจทีเถิด" ท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก จับพัดขึ้นถวายพระพรเป็นภาษาบาลี ซึ่งเรียกว่า การถวายอติเรก ว่า
อติเรกวสฺสฺสตํ ชีว (1)
อติเรกวสฺสสตํ ชีว
อติเรกวสฺสสตํ ชีว
ทีฆายุโก โหตุ อโรโค โหตุ
ทีฆายุโก โหตุ อโรโค โหตุ
สุชิโต โหตุ มหาราชา
สิทฺธิกิจ สิทฺธิกมฺมํ สิทฺธิลาโภ ชโยนิจฺจํ
มหาราชวรสฺส ภวตุ สพฺพทา
ขอถวายพระพร

เมื่อท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก ถวายพระพรแบบปฏิภาณจบลงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดมาก รับสั่งว่า "ช่างไพเราะเหลือเกิน ได้ใจความดีเหลือเกิน" แล้วทรงโปรดฯ ให้คณะสงฆ์ถือเป็น ธรรมเนียมปฏิบัติ ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงปัจจุบัน
ในปี พ.ศ.2542 ในวโรกาสมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เจริญพระชนมายุ 72 พรรษา คณะสงฆ์โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พระธรรมรัตนากร เจ้าคณะภาค 18 พระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยพุทธสนิกชน ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ท่านเจ้าคุณพระอุดมปิฎก (สอน พุทฺธสโร) เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และรำลึกถึงคุณงามความดี ความเป็นเลิศคุณูปการของท่านเจ้าคุณไว้ ณ วัดสุนทราวาส ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นมาตุภูมิของท่าน

ที่มาของข้อมูล
- ประวัติและผลงานพระอุดมปิฎก (สอน พุทฺธสโร).(2559) .พัทลุง : โรงพิมพ์ฉลาดรุ่งโรจน์
- วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดพัทลุง (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา
ลาดพร้าว , 2544) พระอุดมปิฎก หน้า 312 - 315
- สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้ เล่มที่ 11 พระพุทธนิมิตร – ไฟที่ไหม้ลาม : เรื่องสั้น และ เล่มที่ 16
สงวน ไชยเดช - สุนัต จัดพิมพ์เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5
ธันวาคม 2542 / พระอุดมปิฎก หน้า 5238 / สอน พุทธสโรภิกขุ หน้า 7871

ผู้จัดทำข้อมูล นายชาญวิทย์ วังช่วย นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« พฤศจิกายน 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และงานประสานขอพระราชทานเพลิง ตั้งอยู่ : ศาลากลางจังหวัดพัทลุง (หลังเก่า) ชั้น ๒
ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๙
 
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตั้งอยู่ : วัดภูผาภิมุข ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๕๓๔๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๐๙๐๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม