สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง



แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว >> สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
วังเจ้าเมืองพัทลุง

วันที่ 22 ก.ย. 2564

วังเจ้าเมืองพัทลุง

๑. ชื่อแหล่งท่องเที่ยว วังเจ้าเมืองพัทลุง

๒. ที่ตั้งแหล่งท่องเที่ยว ๗๖๘ ถนน อภัยบริรักษ์ ลำปำ, เมือง, พัทลุง ๙๓๐๐๐
พิกัด ละติจูด ๗.๖๒๓๑๔๓ ลองติจูด ๑๐๐.๑๔๒๙๙๗
 
๓. ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
จังหวัดพัทลุงหรือเมืองลุงเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สภาพเมืองเก่า-บ้านเก่า จึงค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา มาถึงวันนี้ยังพอมีสถานที่ให้ย้อนรำลึกถึงอดีตคือที่ วังเก่า-วังใหม่ ด้านหนึ่งติดถนนอภัยอภิรักษ์ อีกด้านติดคลองลำปำที่เรียกกันว่าวังเก่าและวังใหม่ ก็เพราะทั้ง ๒ ส่วนนี้ ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน ก่อนที่จะกล่าวถึงวังเก่า-วังใหม่จะกล่าวถึงประวัติศาสตร์เมืองพัทลุงสักเล็กน้อยก่อน เมืองพัทลุงปรากฏชื่อในกฎหมายพระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ. ๑๙๙๘ (๕๐๐ ปีมาแล้ว) ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑-๒๐๓๑) แห่งกรุงศรีอยุธยาขณะนั้นเมืองพัทลุงถือเป็นหัวเมืองชั้นตรี เป็นหัวเมืองหนึ่งของอาณาจักรทางใต้ มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีบริเวณวัดเขียนบางแก้ว ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และบริเวณโคกเมืองบางแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากวัดเขียนบางแก้วไปทางเหนือประมาณ ๕๐๐ เมตร สิ่งที่ค้นพบ เช่น พระพุทธรูปหินทรายแดง ศิวลึงค์ ฐานโยนี เครื่องถ้วยจีน จามสังคโลกสุโขทัย เมื่อบ้านเมืองถูกทำลายจากโจรสลัดมาเลย์เมืองพัทลุงจำต้องย้ายไปตั้งที่เมืองเก่าบ้านควนแร่ ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ริมควนสูง ในตำบลควนมะพร้าวการสูญเสียเอกราชของไทยครั้่งที่ ๒ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บ้านเมืองเกิดความระส่ำระสายขึ้นทั่วไป มีการประกาศชุมนุมอิสระขึ้นมากมายหลายที ในส่วนของอาณาจักรทางตอนใต้ เจ้าผู้รักษาเมืองนครศรีธรรมราช ชื่อพระปลัด (หนู) ได้รวบรวมหัวเมืองทางใต้ไว้รวมถึงเมืองพัทลุงด้วยโดยได้ส่งหลานชายที่รู้จักกันในนามพระยาท่าเสม็ด ให้มาครองเมืองพัทลุง และได้ย้ายเมืองไปอยู่ทางเหนือคือที่บ้านท่าเสม็ด (อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช) เมื่อพระยาท่าเสม็ดถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. ๒๓๑๑ เจ้านครได้แต่งตั้งให้สามีท้าวเทพกษัตรีคือพระยาพิมลขันธ์มาเป็นเจ้าเมือง และได้ย้ายเมืองจากท่าเสม็ดไปอยู่ที่เมืองพระรถ หรือที่เรียกกันว่าบ้านคูเมืองหรือบ้านควนมะพร้าว ตำบลควนมะพร้าวและต่อมาก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านม่วง ตำบลพระยาขันธ์ (ปัจจุบันคือบ้านพระยาขันธ์) หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ปราบปรามและรวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ให้เป็นปึกแผ่นแล้ว ได้แต่งตั้งนายจันทร์ผู้เป็นมหาดเล็กไปเป็นเจ้าพัทลุง และได้ย้ายเมืองไปอยู่บริเวณคลองลำปำ ริมทะเลหลวง ในปี พ.ศ. ๒๓๑๕ นายจันทร์ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ได้แต่งตั้งนายขุนซึ่งมีเชื้อสายของพระยาราชบังสัน (ตะตา) (ต้นตระกูล ณ พัทลุง ) มาเป็นเจ้าเมืองพัทลุงรู้จักกันในนามขุนคางเหล็กหรือพระยาคางเหล็ก (ท่านนับถือศาสนาอิสลามเมื่อมาเป็นเจ้าเมืองพัทลุงได้เปลี่ยนใจมานับศาสนาพุทธ) และได้ย้ายเมืองอีกครั้งมาอยู่ที่บ้านโคกสูง (บ้านโคกสูง พ.ศ ๒๓๒๕-๒๓๓๒ คาบเกี่ยวระหว่างสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) ตำบลลำปำ ซึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำย่อยหัววัง จากการปกครองของขุนคางเหล็กในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้ปรับขึ้นเป็นหัวเมืองชั้นโท นอกจากความสามารถในด้านการปกครองแล้ว ท่านยังมีความสามารถในด้านการรบในสมัยสงคราม ๙ ทัพ (พ.ศ. ๒๓๒๘-๒๓๒๙) พม่าได้ยกทัพใหญ่มา ๙ ทัพเพื่อตีเอาเมืองต่าง ๆ ของไทยคืนรวมทั้งทางใต้ด้วย โดยเฉพาะที่เมืองพัทลุงพม่าได้ยกทัพเข้าตีวิกฤตนั้นทำให้เกิดผู้นำขึ้นอีกท่านคือพระมหาช่วย ท่านเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดป่าเลไลยก์ ได้รวบรวมชาวบ้านได้ประมาณ ๑,๐๐๐ คนเข้าต่อสู่กับทัพพม่า พระมหาช่วยและบรรดาชาวบ้านได้หยุดยั้งทัพของพม่าไว้ได้ จนกระทั่งทัพหน้าของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทหรือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ยกทัพหลวงมาถึงได้ตีทัพของพม่าแตก หลังจากท่านลาสิกขาออกมา สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑ ) ได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นพระยาทุกขราษฎร์ ช่วยราชการเมืองพัทลุง หลังจากสงคราม ๙ ทัพสิ้นสุดลง ๓ ปี ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๓๒ พระยาคางเหล็กถึงแก่กรรม รัชกาลที่ ๑ ได้แต่งตั้งพระยาศรีไกรลาศ มาเป็นเจ้าเมืองพัทลุง ท่านได้ย้ายจวนเจ้าเมืองไปอยู่ทางทิศตะวันออก ข้ามไปทางฝั่งขวาของลำน้ำย่อยหัววังหรือที่เรียกว่าศาลาโต๊ะวัก ต่อมาในสมัยเจ้าเมืองชื่อพระยาวิชิตเสนา หรือทองขาว ได้ย้ายจวนเจ้าเมืองข้ามไปอยู่บ้านสวนดอกไม้อยู่หลายปี และได้ย้ายกลับไปอยู่ตั้งวังเก่า (ที่ตั้งปัจจุบัน) อีก จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๐๙ จึงได้ย้ายจวนเจ้าเมืองกลับไปอยู่ที่วังใหม่ (วังชายคลอง) หลังจากนั้นเมืองพัทลุงก็เริ่มสูญเสียอำนาจในการปกครองให้กับเมืองสงขลา อีกทั้งทางกรุงเทพหรือส่วนกลางให้การสนับสนุนเมืองสงขลามากกว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๓๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสหัวเมืองภาคใต้ ได้เสด็จมาเมืองพัทลุง เช่น ที่เขาอกทะลุ, วัดคูหาสวรรค์ (ปัจจุบันยังปรากฏพระปรมาภิไธย จปร.), วัดวัง (วัดคู่บ้านคู่เมืองพัทลุง), เกาะ ๔ เกาะ ๕ และเกาะหมาก เป็นต้น ต่อมาได้มีการปฏิรูปการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาลในปี พ.ศ. ๒๔๓๗ และจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ซึ่งประกอบด้วยหัวเมืองนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ในขณะนั้นเจ้าเมืองพัทลุงในระบบการปกครองแบบเก่าคนสุดท้ายคือพระยาอภัยบริรักษ์ (จุ้ย จันทโรจวงศ์) ซึ่งต่อมาการปกครองได้เปลี่ยนเป็นแบบผู้ว่าราชการจังหวัดในปี พ.ศ. ๒๔๖๗ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้โปรดเกล้าฯ
 
๔. โบราณสถาน/โบราณวัตถุ/จุดเด่น วังเก่าผู้สร้างคือพระยาอภัยบริรักษ์ (น้อย จันทโรจวงศ์) เจ้าเมืองพัทลุงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๑๒-๒๔๓๑ เดิมเป็นเจ้าเมืองปะเหลียน หัวเมืองจัตวาขึ้นกับเมืองพัทลุงในปีพ.ศ.๒๔๑๐ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) มีพระราชประสงค์ให้พระวรนารถสัมพันธ์พงษ์ (น้อย จันทโรจวงศ์) เจ้าเมืองปะเหลียนมาเป็นเจ้าเมืองพัทลุง แต่ยังไม่ทันโปรดเกล้าฯ พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระยาวรนารถสัมพันธ์พงษ์ จึงรั้งเมืองพัทลุง จนถึง พ.ศ. ๒๔๑๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นพระยาอภัยบริรักษ์จักรวิชิตภักดีพิริยพาหะ เจ้าเมืองพัทลุงพระยาอภัยบริรักษ์ (น้อย จันทโรจวงศ์) ได้สร้างที่พำนักซึ่งใช้เป็นที่ว่าราชการเมืองด้วยแต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในปีใด ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองพัทลุงอยู่ ๑๙ ปี จนถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ จึงได้กราบบังคมทูลลาออกจากราชการ ด้วยชราภาพและทุพพลภาพจักษุมืดมัวแลไม่เห็นทั้งสองข้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้จางวางกำกับราชการ และพระราชทานราชทินนาม ให้เป็นพระยาวรวุฒิไวยวัฒลุงควิสัยอิศรศักดิ์พิทักษ์ราชกิจนริศราชภักดีอภัยพิริยพาหะ และโปรดเกล้าฯ ให้หลวงจักรานุชิต (เนตร จันทโรจวงศ์) บุตรชายคนโตซึ่งเป็นผู้ช่วยราชการเมืองพัทลุงอยู่นั้นเป็นพระยาอภัยบริรักษ์ฯ เจ้าเมืองพัทลุงคนต่อมาคือพระยาวรวุฒิไวยฯ (น้อย จันทโรจวงศ์) ได้พำนักอยู่ที่วังเก่าจนถึงอนิจกรรมเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๖ วังเก่าจึงตกเป็นมรดกแก่บุตรชายของท่านคือหลวงศรีวรวัตร (พิณ จันทโรจวงศ์) หลังจากนั้นก็ตกทอดเป็นมรดกของคุณประไพ มุตตามระ บุตรีของหลวงศรีวรวัตร ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของพระยาวรวุฒิไวยฯ ก่อนจะมอบวังเก่าให้แก่กรมศิลปากร ปัจจุบันทางตระกูลจันทโรจวงศ์ ยกวังให้อยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร

๕. กิจกรรมและบริการด้านแหล่งท่องเที่ยว (โปรแกรมการท่องเที่ยว/บริการท่องเที่ยวในชุมชน)
สำหรับการเข้าเยี่ยมชมวังได้เฉพาะวันพุธ-อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม คนไทย ๕ บาท ชาวต่างชาติ ๓๐ บาท
 
๖. การเดินทาง
การเดินทางไปยังวังเจ้าเมืองพัทลุง สามารถไปโดยรถส่วนตัว หรือรถสาธารณะ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๔๐๔๗ ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง
 
๗. เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. (๒๕๔๔). วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดพัทลุง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา.
กรมศิลปากร. สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช .( ). วังเจ้าเมืองพัทลุง. นครศรีธรรมราช : สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช.
วังเก่า-วังใหม่ในเมืองลุง. (๒๕๕๙). สืบวันที่ ๑๐ กุมภาพันฑ์ ๒๕๖๑ , จาก http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/๒๒๘๐๙๑๐
วิวัฒน์ สุทธิวิภากร, บรรณาธิการ. (๒๕๕๒). เลสาบเรา ๓ . สงขลา : มหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

รวบรวมโดย นางพวงน้อย ทิพย์ดนตรี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« พฤศจิกายน 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และงานประสานขอพระราชทานเพลิง ตั้งอยู่ : ศาลากลางจังหวัดพัทลุง (หลังเก่า) ชั้น ๒
ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๙
 
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตั้งอยู่ : วัดภูผาภิมุข ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๕๓๔๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๐๙๐๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม