สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง



องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณีรับเทียมดา

วันที่ 23 ก.ย. 2564


ประเพณีรับเทียมดา

ความเป็นมา
ประเพณีรับเทียมดา เป็นประเพณีที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน ๑๐๐ ปีมาแล้ว ซึ่งสืบทอดรุ่นสู่รุ่น ประเพณีรับเทียมดา หรือรับเทวดาหรือบางท้องถิ่นเรียกรับเจ้าเข้าเมืองเป็นประเพณีที่ท่ากันในช่วงสงกรานต์ เนื่องจากวันสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยโบราณ ชาวใต้เชื่อกันว่า ในช่วงวันสงกรานต์เป็นวันเถลิงศก ใหม่มีเทวดาผลัดเปลี่ยนกันลงมาคุ้มครองโลกและดูแลทุกข์สุขของบ้านเมืองก่อนวันสงกรานต์หนึ่งวัน เทวดาองค์เก่าจะลาโลกไป ในวันสงกรานต์จึงว่างเทวดา หลังวันสงกรานต์หนึ่งวัน เทวดาองค์ใหม่ก็จะมาแทน จึงจัดให้มีพิธีกรรมรับเทียมดาพร้อมธงเทียวประกอบพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ชีวิตในรอบปีและต้อนรับเทวดาองค์ใหม่
ชาวบ้านมีความเชื่อว่า ในหมู่บ้านจะมีเทวดามาคุ้มครองรักษาชาวบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ทำมาหากินได้คล่อง โดยเชื่อว่าเทวดาที่มาอยู่คุ้มครองจะกลับไปในวันขึ้นปีใหม่ไทย (๑๓ เมษายน) และเทวดาองค์ใหม่ก็จะมาอยู่คุ้มครองรักษาต่อจากเทวดาองค์เก่า ชาวบ้านจึงได้จัดพิธีรับ-ส่งเทวดา ขึ้นในวันดังกล่าว ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป เรียกว่า "ประเพณีรับเทวดา” เพื่อแสดงความความกตัญญูกตเวทีต่อเทวดาที่ได้มาคุ้มครอง และความเป็นสิริมงคลในหมู่บ้าน โดยมีความเชื่อว่า บ้านใด ครอบครัวใด ได้มาร่วมพิธีรับเทียมดา ก็จะท่าให้บุคคลในครอบครัวนั้นอยู่เย็นเป็นสุข

ความสำคัญ
ประเพณีรับเทียมดา เป็นการส่งเสริมความกตัญญูกตเวทีและสร้างความสามัคคี การประสานความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน ได้ร่วมอนุรักษ์ศิลปะการแสดง และการละเล่นพื้นบ้าน การให้ความบันเทิง การให้ความสุขสนุกสนาน การให้ความรู้ การพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น การทบทวนชีวิต การสร้างจิตสำนึกร่วมใจของคนในชุมชน การช่วยรักษาแนวปฏิบัติของท้องถิ่น การส่งเสริมศาสนา และรักษาบรรทัดฐานทางสังคม การส่งเสริมให้คนกระทำความดี และการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของคนในชุมชน เกิดคุณค่าทางด้านจิตใจและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของคนในชุมชน ถือได้ว่าเป็นพิธีกรรม ที่สำคัญของคนในชุมชน ต้องมีการปฏิบัติกันเป็นประจำทุกปี สามารถบ่งชี้ถึงสัมพันธภาพระหว่างคนในชุมชนกับธรรมชาติที่มีมาหลายร้อยปี มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับวิถีชีวิตในยุคเกษตรกรรม

พิธีกรรม
ประเพณีรับเทียมดา หรือรับเทวดา เป็นประเพณีอย่างหนึ่ง ที่ทำกันในเดือน ๖ หลังวันสงกรานต์ ไปแล้ว ถ้าเป็นข้างขึ้นจะต้องเป็นวันคี่ เช่น ขึ้น ๕ ค่ำ ขึ้น ๙ ค่ำ และถ้าเป็นข้างแรมจะต้องเป็นวันคู่ เช่น แรม ๖ ค่ำ แรม ๑๒ ค่ำ เป็นต้น ที่เป็นเช่นนี้ เพราะชาวบ้านมีความเชื่อว่าในวันแรมคู่หรือวันขึ้นคี่ จะมีแต่เทวดาเท่านั้นที่มารับของบวงสรวงผีชั้นต่ำอื่นๆ ไม่สามารถรับของบวงสรวงได้ เมื่อถึงวันเวลาที่กำหนดนัด ชาวบ้านจะจัดทำศาลหรือร้านเทียมดาแห่ไปวาง ณ ลานกว้างๆ ในหมู่บ้าน หรือบริเวณทุ่งนา หรือ ลานวัด ตามที่กำหนดกันไว้ในแต่ละชุมชน ผู้นำหมู่บ้านหรือตัวแทนของชาวบ้านจะไปนิมนต์พระก่อนที่จะถึงวันพิธี ครั้นถึงวันทำพิธีชาวบ้านทั้งหมดจะจัดเตรียมอาหารที่จะถวายพระและสิ่งของจะใช้ประกอบพิธีไปยังสถานที่ประกอบพิธี เมื่อถึงสถานที่ก็จะถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จ ผู้มาร่วมพิธีจะพากันไปที่ลำน้ำ หรือลำคลองที่จะลอยแพเพื่อทำพิธีต่อ เมื่อไปถึงริมลำน้ำก็จะนำแพที่จัดเตรียมไว้ก่อนแล้วนำลงลอยน้ำพร้อมกับนำสิ่งของที่จัดเตรียมมาประกอบพิธีใส่ลงในแพด้วย แล้วนำแพที่ใส่ของสำหรับลอยนั้นกลับมาวางหน้าพระเพื่อ "สวดสมโภช” เมื่อสมโภชเสร็จจะมีการตักบาตรพระฉันอาหารเพลเสร็จก็จะสวดชยันโต ช่วงนี้ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีจะกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้บรรพชนผู้ล่วงลับ ส่วนธงเทียวชาวบ้านจะนำกลับไปปักไว้บนหลังคาบ้านหรือหน้าบ้านของตน เป็นสัญลักษณ์ว่าบ้านนี้ได้ต้อนรับเทวดาหรือเทียมดาองค์ใหม่แล้ว
ก่อนจะถึงการประกอบพิธีกรรม หนุ่มสาวและเด็กๆ ก็จะสนุกสนานด้วยการตั้งขบวนเดินไปตาม แต่ละบ้าน และส่งเสียงร้อง รับเทียมดากันเหย... เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้ชาวบ้านเตรียมตัวไปพร้อมกันในสถานที่ประกอบพิธี และนำธงที่ ๑ ที่เป็นธงรับเทียมดา ไปปักไว้ที่หลังคาบ้าน และมีความเชื่อว่าเทวดาได้มาคุ้มครองปกปักษ์รักษาแล้ว ครอบครัวก็จะอยู่เย็นเป็นสุข

อุปกรณ์ในการประกอบพิธี ประกอบด้วย
๑. แพ ทำโดยนำหยวกกล้วยมาตัดเป็นท่อนๆความยาวประมาณ ๒ – ๓ ศอก แล้วเอาไม้แหลมเสียบเชื่อมหยวกแต่ละท่อน
๒. ร้าน สำหรับจัดวางเครื่องบวงสรวงเทวดา ทำด้วยไม่ไผ่สูงประมาณ ๑ เมตร ปูด้วยใบตอง ใช้กาบกล้วยตัดเป็นชิ้นๆ มุงเป็นหลังคาคล้ายศาลพระภูมิ
๓. เครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย ข้าวสุกที่ยังไม่มีใครตักกิน เรียกว่า ข้าวปากหม้อ ปลาย่างทั้งตัว เรียกว่า ปลามีหัวมีหาง น้ำดื่ม เหล้า ดอกไม้ ธูปเทียน สำคัญที่สุดที่จะขาดไม่ได้เป็นอันขาดคือ ผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหลายจะต้องเตรียมตัดเล็บ ผม และเศษผ้าที่ใช้แล้วของตัวเอง ห่อรวมกันไว้เพื่อใช้ลอยไปกับแพ เล็บ ผม และเศษผ้า เมื่อตัดเสร็จแล้วต้องนำมาเวียนรอบๆ ศีรษะ ๓ รอบ ขณะเวียนให้กล่าวว่า "เคราะห์ดีเอาไว้เคราะห์ร้ายพาไป” เป็นการวาดเคราะห์ นอกจากจะใส่สิ่งของดังกล่าวแล้ว ยังมีการใส่เงิน ตามแต่ศรัทธา ส่วนใหญ่มักนิยมใส่เหรียญ โดยจะนำสิ่งเหล่านี้ใส่ภาชนะ (แพ) ที่นำไปวางบนร้านที่ทำพิธี
๔. ธง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการรับ-ส่งเทวดา เป็นธงรูปสามเหลี่ยมทำด้วยกระดาษสีขาว จำนวน ๒ ธง จะมีรวงข้าว ๓ รวง หมากพลู ๑ คำ ผูกติดไว้ที่ปลายธง ธงที่ ๑ จะเขียนว่า ข้าพเจ้า นาย...นาง....ได้มารับเทียมดาองค์ใหม่แล้ว ส่วนธงที่ ๒ จะเขียนว่า ข้าพเจ้า นาย...นาง... ได้มาส่งเทียมดาองค์เก่าแล้ว

ความเชื่อที่เกี่ยวข้อง
ประเพณีรับเทียมดา เป็นความเชื่อของชาวบ้านที่สืบต่อกันมาช้านาน เป็นขวัญและกำลังใจให้คน ได้เริ่มต้นดำเนินชีวิตใหม่ในแต่ละปี เพราะประเพณีรับเทียมดาจะทำในช่วงวันสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยในอดีต ถือเอาวันแรม ๑๒ ค่ำเดือนห้า เป็นวันรับเทวดา ตามความเชื่อที่ว่าวันดังกล่าวเป็นวันว่าง เนื่องจากเทวดาองค์เก่ากลับแล้วเทวดาองค์ใหม่มาประจำทำหน้าที่ดูแลรักษาให้ทุกคนอยู่เย็นสุขแทน ในวันดังกล่าวผู้ใหญ่จะไม่ให้ลูกหลานออกจากบ้านไปไหน เพราะเป็นวันว่างเทวดาไม่มีผู้ดูแลรักษา จะทำให้เกิดเหตุร้ายต่าง ๆ ได้ ให้ทุกคนอยู่บ้านและร่วมทำพิธีรับเทวดาองค์ใหม่ เหมือนรายงานตัวให้เทวดาองค์ใหม่เห็นว่าคนนี้นะอยู่รอรับเทวดาองค์ใหม่ ให้ช่วยดูแลปกปักรักษาให้พ้นภัยอันตรายต่าง ๆ ให้อยู่เย็นเป็นสุข แต่ถ้ามองอีกนัยหนึ่ง เป็นกุศโลบายให้ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตามเป็นวันของครอบครัวอย่างแท้จริง คนในชุมชนถือปฏิบัติตามประเพณีที่มีการผูกโยงเข้ากับอำนาจเหนือธรรมชาติ เมื่อปฏิบัติแล้ว เห็นเป็นผลซึ่งการรับรู้เกิดขึ้นทั้งจากตนเอง หรือรับรู้จากผลที่เกิดขึ้นกับคนอื่นในชุมชน จนเกิดเป็นความเชื่อ ความศรัทธาต่อพิธีกรรมนี้

กิจกรรมตามประเพณี
ประเพณีรับเทียมดา โดยเฉพาะของบ้านป่าบอนต่ำ ตำบลป่าบอน อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ได้มีการรื้อฟื้นให้มีการสืบสานต่ออย่างเป็นรูปธรรมโดย นายเติม ฉ้วนกลิ่น กรรมการสภาวัฒนธรรมตำบลป่าบอน หลังจากที่ว่างเว้นการไปนาน ในปี พ.ศ.๒๕๕๑ โดยให้ชุมชนแต่ละชุมชนจัดทำหลาเทียมดา มีเทวดาประจำบ้าน มีลูกบ้านจัดเป็นขบวนแห่มารวมตัวกันที่สนามโรงเรียนวัดป่าบอนต่ำ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป ชาวบ้านจะนำเอาอาหารคาวหวานใส่ภาชนะ ข้าวตอกดอกไม้ ซึ่งเป็นเครื่องบวงสรวงเทวดา และปักธงสามเหลี่ยมขนาดเล็ก จุดธูปเทียนมาปักบนอาหาร มายังสถานที่ประกอบพิธี ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้ที่ได้รับการนับหน้าถือตาในชุมชน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ในการทำพิธีกรรม เชิญเทวดา ผู้ทำพิธีกรรมแต่งชุดนุ่งขาวห่มขาว จะนำกล่าวนะโมฯ สามจบ แล้วต่อด้วยบทสวดชุมนุมเทวดา ประธานในพิธีวางของที่นำมาบวงสรวงเทวดา วางบนร้านที่ทำไว้ก่อน เมื่อทำพิธีกรรมเสร็จแล้วก็จะให้ลูกหลานเอากระทงใส่ของทำพิธีกรรม ๑ อย่าง พร้อมธง ๑ อัน กลับไปไว้ที่บ้าน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว และเป็นสัญลักษณ์ให้เทวดา องค์ใหม่รับรู้ว่าบ้านนี้รับเทวดาแล้ว เสร็จจากพิธีกรรมแล้วก็มีงานรื่นเริงให้ชาวบ้านได้สนุกกันและประเพณีรับเทียมดาของบ้านป่าบอนต่ำ ต่างจากที่อื่น ๆ ในแถบนี้ คือการนำเอาขนมไทยมาจัดแสดงในงานให้เยาวชนและคนเที่ยวงานได้ชมชิมและลองทำได้ตามความสนใจ

เอกสารอ้างอิง
วัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง,สำนักงาน. รายงานผลโครงการประเพณีรับเทียมดาอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒. เอกสารหมายเลข๑๙/๒๕๖๒.
ประเพณีรับเทียมดา. แหล่งที่มา : https://www.sator4u.com/paper/๑๑๒๙. ๙ มิถุนายน ๒๕๖๔
(นายพันธ์ แก้วหนูนวล, ผู้ให้สัมภาษณ์, ๒๐ เมษายน ๒๕๖๔)

รวบรวมโดย นางจำเป็น เรืองหิรัญ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« พฤศจิกายน 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และงานประสานขอพระราชทานเพลิง ตั้งอยู่ : ศาลากลางจังหวัดพัทลุง (หลังเก่า) ชั้น ๒
ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๙
 
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตั้งอยู่ : วัดภูผาภิมุข ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๕๓๔๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๐๙๐๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม