สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง



องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> มรดกทางวัฒนธรรม
เรือนไทยภาคใต้

วันที่ 23 ก.ย. 2564

เรือนไทยภาคใต้

เรือนไทยภาคใต้หรือบ้านทรงไทย เป็นสถาปัตยกรรมแบบเปิดรูปแบบหนึ่งซึ่งสะท้อนให้เห็นลักษณะ เด่นพิเศษ ( เอกลักษณ์) อันเกิดจากความรู้สึกนึก เห็นและคตินิยมด้านศิลปะ การปลูกสร้างแบบไทย ใช้เป็น ที่อยู่อาศัย โดยทั่วไปเรือนไทยในภาค เหนือ ภาคกลาง ภาคฐานะทางเศรษฐกิจและความจำเป็นของพื้นที่ ใช้สอย... เรือน... (เรือนหลัก) พื้นที่ตัวเรือนจะ เป็น 2 หรือ 3 ส่วน (2 หรือ 3 ช่วงเสา) มีส่วนใช้สอยหลักคือ ห้องนอน ห้องครัว และส่วนที่ใช้พักผ่อนอาศัย ห้องครัวนิยมต่อระเบียงทางด้านทิศ เหนือ หรืออาจต่อ ด้านหลังคาปีกนกทางทิศตะวันตก (หลังบ้าน) ถ้าเป็นเรือนขนาดใหญ่ เรือนครัวจะปลูกสร้างเป็นเรือนห่วง แบบหลังคาจั่ว "ขวางหวัน" โดยมีชาน เชื่อมต่อกับ เรือนประธาน พื้นชานและครัวนิยมลดระดับ
เรือนเครื่องสับในภาคใต้ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ตลอดลงมาประมาณ 80-90 ปี มีรูปร่างและลักษณะ ซึ่งอธิบายได้ดังนี้ เรือนเครื่องสับในภาคใต้ปลูกยกพื้น ใต้ถุนสูงพอสมควร การปลูก เรือนในภาคใต้ทั่วไป จะไม่ฝังโคนเสาลงในดิน การที่คนทางภาคใต้ปลูกเรือนโดยไม่ฝังโคนเสาลงในดินก็มีเหตุผลสมควรคือ กันปลวกกัด ตีนเสาและกันตีนเสาผุ เพราะพื้นดินทางภาคใต้มีความชื้นมาก เนื่องด้วยฝนตกชุกเรือนทางภาคใต้จึงเป็นเรือน เสาลอยเหนือพื้นดิน
ยุคที่นิยมปลูกบ้านแบบ " เรือนเครื่องผูก" ไม้ที่นิยมทำเสาและเครื่องบน ได้แก่ ไม้กิ่งเนื้อกลางหรือ เนื้อแข็ง บางท้องถิ่นใช้ไม้เหลาชะโอน ซื้อหาได้ง่ายและไม่ต้องปรับแต่งมาก เครื่องมุงนิยมใช้หญ้าคา แฝก ใบตาล ใบลาน ใบจาก ใบสาคู ( เรือนที่มุงจากนิยมใช้จากที่เย็บด้วยใบสาคูมากที่สุด เพราะทนทานกว่าที่เย็บด้วยใบปาล์มชนิดอื่น ๆ) ส่วนฝานิยมกั้นด้วยไม้ไผ่ขัดแตะหรือกั้นด้วยจากหรือกระแซง พื้นปูด้วยฟากไม้ไผ่หรือฟากไม้หมากหรือไม้เหลาชะโอน (ฟากไม้ เหลาซะโอน ถ้าอยู่ในที่ร่มจะทนนานกว่า 100 ปี) วัสดุที่นำมาใช้ผูกได้แก่ หวาย ลำเท็ง (พันธุ์ไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง) ลิเพา (ขนาดใหญ่) ทางตาล ทางลานหรือลำไม้ไฟอ่อนโดยทุบ พอแตกแล้วปิดพันเป็นเกลียว
ครั้นถึงยุค " เรือนเครื่องสับ" นิยมทำเสาด้วยไม้แก่น เนื้อแข็ง ซึ่งเป็นไม้ที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้ตำเสา ไม้เคี่ยม ไม้หลุมพอ ( ไม่นิยมใช้ไม้ตะเคียนทำเสาเรือนเพราะ เชื่อกันว่ามักมีผีตะเคียน) นำมาถาก เป็นเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หกเลี่ยม แปดเหลี่ยมให้ส่วนปลายเสา เล็กกว่าโคนเสาเล็กน้อย ส่วนเครื่องบนนิยมใช้ ไม้เนื้อกลางหรือเนื้อแข็ง เช่น สยา เคี่ยม หลุมพอ ตำเสา ตะเคียน ยาง บางท้องถิ่นใช้ไม้ตาลที่แก่จัดมาผ่าทำรอด ตง ขื่อ แป กลอน ระแนง ไม้ที่นิยมทำกระดานสำหรับกั้น คือ ไม้ยาง ไม้ทัง ไม้สยา ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีลักษณะรูปแบบและโครงสร้างไม่แตกต่างกันเลย นอกจากส่วนประกอบปลีกย่อยและส่วนที่เป็นการประดิษฐ์ตกแต่งเท่านั้น ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวัสดุพื้นบ้านที่นำมาใช้ในแต่ละภูมิภาค ต่างชนิดกัน และความรู้สึกนึกเห็นและคตินิยมเชิงช่างตลอดจน เทคนิควิธีการปลูกสร้างแตกต่างกัน
สำหรับเรือนไทยภาคใต้ เนื่องจากวัสดุที่ใช้ปลูกสร้างบ้าน เรือนแบบโบราณมีอายุความคงทนจำกัด ประกอบกับค่านิยมพื้นฐานของสังคมในภาคใต้เปลี่ยนแปลงไปมาก บ้านแบบภาคใต้สมัยโบราณจึงหลง เหลืออยู่น้อยและที่เหลือยู่บ้างก็มักจะมีอยู่ตามวัด เพราะการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพื่อสนองอัตถประ โยชน์ของวัดมีน้อยกว่าของชาวบ้านและ เนื่องจากของวัดเป็นของสงฆ์ การอนุรักษ์จึงทำได้ดีกว่าของเอกชน ในปัจจุบัน เรือน เครื่องสับที่เป็นแบบอย่างเฉพาะของภาคใต้มีเหลืออยู่ไม่สู้มาก เพราะที่ยังคงมีอยู่บ้างก็อยู่ ในสภาพที่เก่าแก่ทรุดโทรมมาก เป็นน่าห่วงว่าเรือน เครื่องสับของภาคใต้กำลังจะสูญไปในที่สุด เพราะคนรุ่นใหม่ไม่นิยมยินดีที่จะปลูกเรือนตามแบบเดิมขึ้นเป็นที่อยู่อาศัย

ลักษณะทั่วไปของเรือนไทยภาคใต้
เรือนไทยภาคใต้ จำแนกได้ 2 ประเภท เช่นเดียวกับเรือนไทยทั่วๆ ไป คือ เรือนเครื่องผูก และ เรือนเครื่องผูก และเรือนเครื่องสับ เรือนเครื่องผูก คือ เรือนที่ใช้วิธีประกอบโครงสร้างทั้งหมดด้วยเชือก เถาวัลย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่หาได้ภายในท้องถิ่นวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่ไม่แปรรูป แต่จะใช้กรรมวิธีผูกยึด สอด สาน เรียง ร้อยเข้าด้วยกัน นำมาประกอบเป็นเรือนเครื่องผูก...ส่วนเรือนเครื่องสับ เป็นเรือนที่ปรับปรุงพัฒนามาจากเรือนเครื่องผูก มีวิธีประกอบและปลูกสร้างโดยเฉพาะส่วนโครงสร้างหรือเครื่องเรือนด้วยการบาก เจาะ เข้าเดือย ใส่สลัก วัสดุที่ใช้จะถูกนำมาแปรรูปเพื่อให้ได้ขนาด สัดส่วนเหมาะสมตามต้องการ เรือนเครื่องสับเป็นเรือนที่คงทนถาวร ให้ความปลอดภัยและส่วนใหญ่มีขนาดใหญ่กว่าเรือนเครื่องผูก
เรือนไทยเครื่องผูกเป็นเรือนที่มีมาก่อนเรือนเครื่องสับ เรือนเครื่องผูกในภาคใต้ จึงเป็นแบบที่น่าศึกษาและโดยเฉพาะมีขนาดต่างๆ กัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิก
พื้น นิยมปูพื้นด้วยฟากหรือกระดาน หลังคามุงกระเบื้องเพิงนิยมกันแพร่หลายในรัชกาลที่ 5 สมัยรัตนโกสินทร์
เรือนไทยภาคใต้สมัยก่อนนิยมปลูกบ้านเรือนโดดเดี่ยว ไม่นิยมทำระเบียงออกมาทางด้านข้างหรือด้านสะกัด เพราะลมมรสุมมักจะพัดพาน้ำฝนสาดเข้าระเบียงทำให้เรือนผุเร็ว ที่ถ่ายทอดแบบเรือนมาจากถิ่นอื่นมาทำเป็นระเบียงหรือมีชานแล่นระหว่างเรือน 2 หลัง หรือระเบียงข้างหลังเพียงหลังเดี่ยวก็ต้องทำฝากั้นจนมิดชิดเพื่อป้องกันฝนสาด

เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม
มโน พิสุทธิรัตนานนท์ "เรือนไทยภาคใต้” หนังสือรายงานการศึกษาวิจัย สถาบันทักษิณคดีศึกษา
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา 2535

รวบรวมโดย นางสาวทินารักษ์ คำคง นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« พฤศจิกายน 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และงานประสานขอพระราชทานเพลิง ตั้งอยู่ : ศาลากลางจังหวัดพัทลุง (หลังเก่า) ชั้น ๒
ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๙
 
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตั้งอยู่ : วัดภูผาภิมุข ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๕๓๔๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๐๙๐๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม