สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง



องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ศิลปะการแสดง
โนรา

วันที่ 9 ก.ย. 2561

          โนรา เป็นการร่ายรำตามแบบฉบับของชาวปักษ์ใต้ มีการขับร้องประกอบดนตรี อันได้แก่ กลอง ทับ โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และแตระ ซึ่งเป็นต้นฉบับในการเล่นละครชาตรีมาแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีผู้รู้บางคนกล่าวว่าการรำโนราน่าจะเป็นวัฒนธรรมของอินเดียมาแต่เดิม แล้วแพร่หลายเข้าสู่ชวา มลายู ในช่วงที่อาณาจักรศรีวิชัยกำลังรุ่งเรือง ถ้าพิจารณาดูท่ารำแม่บทของโนราชาตรี จะเห็นได้ว่าหลายท่าคล้ายกับ "ท่ากรณะ" ในคัมภีร์ภรตนาฏยศาสตร์และคล้ายกันมากกับท่ารำในแผ่นศิลาจำหลักที่ บุโรพุธโธ ในเกาะชวาภาคกลาง นอกจากนั้นวิธีการเล่นของหุ่นละครชาตรี ยังคล้ายคลึงกับละครประเภทหนึ่งของอินเดีย ซึ่งเล่นอยู่ตามแคว้นเบงกอลในสมัยโบราณที่เรียกว่า "ยาตรา" ก็ได้ จากหลักฐานนี้พอจะยืนยันได้ว่า โนรา เป็นอารยธรรมของอินเดียภาคใต้ที่เข้ามาทางแหลมมลายูและภาคใต้ของไทย
 
องค์ประกอบในการร่ายรำและการแสดงโนรา
          ๑. โรง หรือเวทีแสดง โรงโนราในสมัยก่อนไม่มีการยกพื้น โดยทั่วไปจะปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดระหว่าง ๘-๙ ศอก เปิดโล่งทั้งสี่ด้าน มีเสากลางอยู่ต้นหนึ่ง เรียกว่า "เสามหาชัย” เชื่อกันว่าเป็นที่ประทับของพระวิสสุกรรมเวลาอัสดงโนราหลังคาเป็นรูปหน้าจั่ว มุงจาก มีพนักทำด้วยไม้ไผ่สำหรับให้โนรานั่งรำหรือแสดง ต่อมาภายหลังโรงโนรา มีการยกพื้นปลูกโรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาแบบเพิงหมาแหงน ภายในจะมีฉากมีม่านกั้น
           ๒. ผู้แสดงและลูกคู่ ผู้แสดงโนราแต่เดิมมีเพียง ๓ คน ปัจจุบันมีประมาณ ๑๕-๒๐ คน เนื่องจากนิยมแสดงจากนิยายสมัยใหม่ ต้องใช้ตัวประกอบมาก ในจำนวนนี้จะมี "นายโรง” หรือ "โนราใหญ่” คนหนึ่ง หมอประจำคณะ ๑ คน ลูกคู่ประมาณ ๕-๖ คน นอกนั้นเป็นตัวผู้แสดง "คนรำ” หรือ "นางรำ” ประจำคณะที่ขาดไม่ได้คือตัวตลกทั้งชายและหญิงผู้มีบทบาทในการสร้างอารมณ์ขันและความพอใจให้แก่ผู้ชม
          ๓. เครื่องแต่งกาย จากตำนานโนราถือว่า เป็นเครื่องทรงที่ขุนศรีศรัทธาได้รับพระราชทานจากพระยาสายฟ้าฟาดจึงน่าจะเป็นเครื่องทรงของกษัตริย์ และมีลักษณะคล้ายกับกินนร หรือกินรี เครื่องแต่งกายประกอบด้วย เทริด หน้าพราน ผ้าห้อยหน้า ผ้าห้อยข้าง (ชายไหว ชายแครง) ผ้านุ่ง หางหงส์ กำไลมือหรือกำไลปลายแขน และเล็บมือซึ่งทำด้วยเงินหรือโลหะ 
          ๔. เครื่องดนตรี เครื่องดนตรีโนรารุ่นเก่า มีอยู่ ๕ ชิ้น คือ กลอง ซึ่งตามตำนานโนราเรียก "กลองสุวรรณเภรีโลก” มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๐-๑๒ นิ้ว สูงประมาณ ๑๘ นิ้ว ทับ คู่หนึ่ง ตามตำนานโนราเรียก "น้ำตาตก” กับ "นกเขาขัน” ทับที่เสียงทุ้มเรียกว่า "ลูกเทิง” เสียงแหลมเรียกว่า "ลูกฉับ” โหม่ง ๑ คู่ มีเสียงทุ้มกับเสียงแหลม ฉิ่ง ๑ คู่ กรับ ๑ อัน ปี่ ๑ เลา เป็นพวกปี่ไฉน ยาวประมาณ ๑๓-๑๕ นิ้ว
 
           ธรรมเนียมนิยมในการแสดงโนรา ก่อนออกจากบ้านก็จะมีการ "ยกเครื่อง”  คือตีเครื่องทุกชนิด แล้วออกเดินทาง เมื่อไปถึงบ้านเจ้าของงานจะตีกลองเป็นสัญญาณ เจ้าของงานจะเอาขันหมาก ซึ่งมีหมาก ๓ คำ พลู ๓ คำ หรือ ๙ คำ มารับ เมื่อคณะโนราขึ้นไปบนโรงแล้ว ก็จะตีเครื่องดนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อบอกผู้ชมใกล้ไกล เรียกว่า "ตั้งเครื่อง” ก่อนการแสดงจะมีการ "เบิกโรง” แล้วจึงลงโรงหรือโหมโรง และเชิญครู หรือกาศครู จากนั้นตัวแสดง แต่ละตัวจะออกมาร่ายรำ ทำบท แล้วจึงแสดงเรื่อง ส่วนเรื่องที่โนราใช้แสดง แต่เดิมนิยมแสดงเรื่อง พระสุธนนางมโนราห์ แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงเป็นนิยายประโลมโลก บางคณะก็จะมีดนตรีลูกทุ่งผสมผสานเข้าไปด้วย
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« ธันวาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และงานประสานขอพระราชทานเพลิง ตั้งอยู่ : ศาลากลางจังหวัดพัทลุง (หลังเก่า) ชั้น ๒
ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๙
 
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตั้งอยู่ : วัดภูผาภิมุข ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๕๓๔๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๐๙๐๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม