สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง



หน้าหลัก >> ศิลปะการแสดง
วันที่เริ่ม : วันที่สิ้นสุด :
ค้นหา :
เฉพาะหมวดศิลปะการแสดง ข่าว/บทความทั้งหมด
ศิลปะการแสดง
ลูกไม้มวยไทย (29 มี.ค. 2564)
มโนราห์ (31 มี.ค. 2563)
ลิเกป่า (26 มี.ค. 2563)
โนราโรงครู (26 มี.ค. 2563)
โนรา (9 ก.ย. 2561)
โนรา เป็นการร่ายรำตามแบบฉบับของชาวปักษ์ใต้ มีการขับร้องประกอบดนตรี อันได้แก่ กลอง ทับ โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และแตระ ซึ่งเป็นต้นฉบับในการเล่นละครชาตรีมาแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีผู้รู้บางคนกล่าวว่าการรำโนราน่าจะเป็นวัฒนธรรมของอินเดียมาแต่เดิม แล้วแพร่หลายเข้าสู่ชวา มลายู ในช่วงที่อาณาจักรศรีวิชัยกำลังรุ่งเรือง ถ้าพิจารณาดูท่ารำแม่บทของโนราชาตรี จะเห็นได้ว่าหลายท่าคล้ายกับ "ท่ากรณะ" ในคัมภีร์ภรตนาฏยศาสตร์และคล้ายกันมากกับท่ารำในแผ่นศิลาจำหลักที่ บุโรพุธโธ ในเกาะชวาภาคกลาง นอกจากนั้นวิธีการเล่นของหุ่นละครชาตรี ยังคล้ายคลึงกับละครประเภทหนึ่งของอินเดีย ซึ่งเล่นอยู่ตามแคว้นเบงกอลในสมัยโบราณที่เรียกว่า "ยาตรา" ก็ได้ จากหลักฐานนี้พอจะยืนยันได้ว่า โนรา เป็นอารยธรรมของอินเดียภาคใต้ที่เข้ามาทางแหลมมลายูและภาคใต้ของไทย
หนังตะลุง (9 ก.ย. 2561)
หนังตะลุง เป็นละครชาวบ้าน น่าจะมีขึ้นไม่น้อยกว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยการประสมประสานระหว่างการละเล่นหนังใหญ่กับหนังแบบชวา ประกอบกับวิถีพื้นบ้านภาคใต้ ทำให้เกิดรูปแบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและพัฒนาขึ้นบริเวณภาคใต้ตอนกลาง คือ ละแวกเมืองพัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา (อุดม หนูทอง.๒๕๓๙:๓ )
ลิเกป่า (9 ก.ย. 2561)
ลิเกป่า อาจเรียกได้หลายชื่อ เช่น "ลิเกรำมะนา” หรือ "ลิเกบก” หรือ "แขกแดง” คำว่า "แขกแดง” ชาวภาคใต้หมายถึงแขกอาหรับ ถ้าใช้คำว่า "เทศ” จะหมายถึงคนอินเดีย เช่น เทศบังกาหลี(จากเบงกอล) เทศคุรา เทศขี้หนู (อินเดียใต้) ถ้าใช้คำว่า "แขก” หมายถึง แขกมลายและแขกชวา มีผู้กล่าวว่า ลิเกป่าได้แบบอย่างมาจากการร้องเพลงสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าของแขกเจ้าเซ็นที่เรียกว่า "ดิเกร์” ซึ่งเป็นภาษาเปอร์เซีย เพราะพวกเจ้าเซ็นมีเสียงไพเราะ เป็นที่นิยมฟังกันทั่วไป ต่อมา มีคนไทยหัดร้องเพลงดิเกร์ขึ้น ตอนแรกมีทำนองการใช้ถ้อยคำเหมือนกับเพลงสวด ต่อมาก็กลายเป็นแบบไทยและคำว่าดิเกร์ก็เปลี่ยนมาเป็นลิเกหรือยี่เก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากเครื่องดนตรี รำมะนาที่ลิเกป่าใช้น่าจะได้แบบมาจากมลายู เพราะมลายูมีกลองชนิดหนึ่งเรียกว่า "ระบานา” ซึ่งมีสำเนียงคล้ายกับรำมะนาของไทย ดังกล่าวแล้ว ลิเกป่าคณะหนึ่งๆ จะมีประมาณ ๒๐-๒๕ คน รวมทั้งลูกคู่ด้วย ตัวละครสำคัญๆ ก็มี แขกแดง ยาหยี เสนาและเจ้าเมือง ส่วนที่เหลือเป็นตัวประกอบ
เพลงบอก (8 เม.ย. 2561)
เพลงบอก ชื่อของเพลงบอกจะมาจากอะไรไม่มีหลักฐานแน่นอน แต่เชื่อว่าเพราะเป็นเพลงที่ใช้ร้องบอกกล่าวให้ชาวบ้านทราบข่าวสารต่างๆ มักเล่นในวันสงกรานต์ งานประจำปี งานบวชนาค งานขึ้นบ้านใหม่ งานศพ และงานทำบุญต่างๆ บางครั้งมีการจัดประชันเพลงบอกด้วย คณะเพลงบอก ประกอบด้วยแม่เพลง ๑ คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ผู้ช่วยร้องรับร้องเสริมเรียกว่าลูกคู่ ๓ – ๔ คน เครื่องดนตรีมีฉิ่ง เพียงอย่างเดียว ตัวอย่าง เช่น แม่เพลง... มาถึงปากประตูแล้วหยุดอยู่พร้อม ลูกคู่... เอ้-วา-เห หยุดอยู่พร้อม แม่เพลง... ถึงปากประตูแล้วหยุดอยู่พร้อม ลูกคู่... ว่าทอยจ้า ช้า เหอ อยู่พร้อม แม่เพลง... นอบน้อมหัตถังตั้งขึ้นเหนือเศียร ลูกคู่... ตั้งขึ้นเหนือเศียร นอบน้อมหัตถังตั้งขึ้นเหนือเศียร ฯลฯ ที่มา : วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดพัทลุง
ทำเนียบศิลปินพื้นบ้านจังหวัดพัทลุง (20 ก.ย. 2559)
1

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« ตุลาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง และงานประสานขอพระราชทานเพลิง ตั้งอยู่ : ศาลากลางจังหวัดพัทลุง (หลังเก่า) ชั้น ๒
ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๗๙๕๙
 
กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตั้งอยู่ : วัดภูผาภิมุข ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ๙๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐๗๔ ๖๑๕๓๔๘ โทรสาร ๐๗๔ ๖๑๐๙๐๙
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม