ข้อมูลวัฒนธรรม >> ศิลปะการแสดง
ลำตัด

วันที่ 15 ก.ค. 2562

   สำตัดปทุมธานี
               ประวัติของลำตัดเริ่มมาจากการตีกลองรำมะนาไปพร้อมกับสวดบทสรรเสริญพระเจ้าทางศาสนาอิสลาม เดิม
เล่นกันในปัตตานี และในเขตวัฒนธรรมมาลายูเรียกว่าลิเกฮูลู ผู้เล่นหรือนักสวดทั้งหมดเป็นชายล้วน ยังไม่มีหญิงเข้าไปปะปน ผู้ที่ทำให้ลิเกลำตัดเกิดขึ้นนั้นเป็นชาวอิสลามที่มาอยู่กรุงเทพฯ เนื่องมาจากการศึกสงครามที่สำคัญ ครั้งกรมพระราชวังบวร สมัยรัชกาลที่ ๒ ลงไปปราบพม่าตอนใต้และปราบเจ้าเมือราชธานีที่แข็งเมือง เมื่อเสร็จศึกชนะแล้วก็ได้ทรงกวาดต้อนผู้คนทางนั้นขึ้นมาด้วย ได้โปรดให้ชาวอิสลามแยกย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ตามที่ต่าง ๆ เช่น สี่แยกบ้านแขก เจริญพาสน์ คลองต้นสน บางกะปิ มีนบุรี คลองตัน หนองจอก เป็นต้น 
              พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ในหนังสือตำนาน ว่า พ.ศ.๒๔๒๓ นักสวดเพลงแขกเข้าจังหวะรำมะนาเฉพาะในพิธีทางศาสนาเท่านั้น ต่อมามีผู้นิยมนำไปสวดในงานมงคลต่าง ๆ จนกระทั่งเข้าสวดในราชสำนัก ต่อมาพวกจำอวดไทยก็เล่นดิเกร์บ้าง(จำอวด คือ การแสดงเป็นหมู่ โยใช้ถ้อยคำให้ตลกขบขัน ) โดยขับร้องเพลงแขกเข้ากับจังหวะรำมะนาพอดีเป็นกิริยาบ้างตอนต้น พอถึงลูกหมด เป็นเพลงต่างภาษา ( ลูกหมด คือ เพลงสั้น ๆ จังหวะเร็ว ๆ บรรเลงตอนท้ายเพลงใหญ่ หรือเป็นการบอกว่าการแสดงจบหรือหมดเป็นชุด) เมื่อร้องเพลงภาษาใดก็จะต้องแต่งตัวจำอวดเป็นคนชาตินั้น ภาษานั้นออกมาเล่นเป็นชุด ๆ เล่นดิเกร์กันมาระยะหนึ่ง ต่อมามีผู้คิดเล่นดิเกร์เป็นทำนองอย่างละคร ตั้งประจำที่ เล่นเดือนละ ๒ สัปดาห์ แรกดิเกร์ร้องเองไม่มีลูกคู่ (ปัจจุบันมี) จุดประสงค์จะให้คนดูชอบ จึงเล่นแต่ทางตลกคะนองให้คนขบขัน และเล่นให้ทันใจคนดู กับการแต่งตัวให้หรูหราบาดตาผู้ชม ลดท่ารำและเพลงขับรำวงละคร คงขับรำแต่พอเป็นกิริยา เล่นเจรจาในทางตลกเป็นพื้น ผู้เล่นในขั้นต้น (เริ่มต้น) นั่งตีรำมะนาล้อมกันเป็นวงหลาย ๆ คน ปากก็ร้องเพลงภาษาแขก และมือก็ตีรำมะนา ซึ่งเรียกว่า "การร้องบันตน” คำว่า บันตน นี้มาจากมาจากคำว่า "บันตุน”ของชาวมาลายู เมื่อร้องบันตนและตีรำมะนาไปสิ้นสุดกระบวนความแล้ว ก็เริ่มแยกการแสดงออกเป็น ๒ สาขา คือสาขาแรกเรียกว่า "ฮันดาเลาะห์” แสดงเป็นชุดต่าง ๆ เช่น ชุดต่างภาษาบ้าง เรื่องเบ็ดเตล็ดบ้าง อันเป็นต้นทางให้เกิดลิเก (หรือนาฏดนตรี) สาขาที่สอง เรียกว่า "ละกูเยา” เป็นการแสดงว่ากลอนด้นแก้กัน อันเป็นต้นทางของดิเกร์ลำตัด หรือลำตัด ต่อมามีการคิดแปลงแต่งเนื้อร้องให้เหมาะสมเป็นอัตลักษณ์ของตนเองโดดยใช้กลอนสิบหัวเดียว คือกลอนสิบที่ลงท้ายด้วยสระเดียวกันทั้งบท เช่น ลงท้ายด้วยสระอี เรียกว่า กลอนลี ลงท้ายด้วยสระ อา เรียกว่า กลอนลา ลงท้ายด้วยสระไอ เรียกว่า กลอนไล เป็นต้น มีการรับลูกคู่ และได้มีการรวมเพลงพื้นบ้านดั้งเดิมอื่น ๆ เข้ามารวมด้วย เช่น เพลงเกี่ยวข้าว เพลงฉ่อย เพลงเรือ เพลงอีแซว เพลงโคราช เพลงพาดควาย เพลงเทพทอง เพลงปรบไก่ เพลงขอทาน เป็นต้นซึ่งบางเพลงเป็นเพลงโบราณเก่าแก่ก็ได้สูญหายไปแล้วอย่างน่าเสียดาย ลำตัดคณะ "หวังเต๊ะ” ศิลปินแห่งชาติประจำปี ๒๕๓๑ สาขาการแสดงพื้นบ้านลำตัด ได้มีการเผยแพร่ตามสถานศึกษา โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ชุมชน และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ โดยเฉพาะลำตัดหวังเต๊ะซึ่งเป็นอัตลักษณ์พิเศษของชุมชนตำบลหน้าไม้
                   นายหวังดี นิมา (หวังเต๊ะ) ถือกำเนิดที่บ้านหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ ท่านเป็นบุตรของนายเต๊ะ นิมา กับแม่ลำไย นิมา ท่านได้จบการศึกษาเบื้องต้นจากโรงเรียนวัดหน้าไม้ในสมัยนั้น ด้วยการที่คุณพ่อเต๊ะเป็นนักลำตัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น และคุณแม่ลำใย ซึ่งเคยเป็นนางละครชาตรีมาก่อน ท่านได้เล่นลำตัดตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี ท่านจึงเป็นผู้ที่มีความสามารถในการเล่นลำตัด อย่างยอดเยี่ยมหาใครเปรียบมิได้ ด้วยประสบการณ์การเล่นลำตัดมากว่า ๗๐ ปี

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« ธันวาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี
33/3 ถนนคลองวัดโส ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000
โทร. 0-2593-4270, 0-2581-1237, 0-2593-4406 โทรสาร. 0-2593-4406
 
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม