องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ประเพณีท้องถิ่น
งานประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ ณ วัดช้างเผือก และวัดทุ่งสะเดียง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

วันที่ 21 ม.ค. 2564

งานประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ
ณ วัดช้างเผือก และวัดทุ่งสะเดียง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์
     ประวัติความเป็นมา เมืองเพชรบูรณ์หรือนคร "เพชบุระ” เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมของตนเองที่บ่งบอกถึงความเจริญติดต่อกันมาช้านาน ซึ่งประเพณีที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ทำให้คนเพชรบูรณ์อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สงบร่มเย็นได้ ล้วนแต่ผูกพันด้วยวิถีแห่พระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ ประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่ชาวเพชรบูรณ์ ยังร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานไว้จวบจนปัจจุบัน ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายกลบธาตุเป็นงานประเพณีของชาวตำบลในเมือง ตำบลสะเดียง และตำบลต่าง ๆ ในเขตอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษไทย ตรงกับวันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ของทุกปี เป็นประเพณีเก่าแก่ที่เกือบจะสูญหายไปกับกาลเวลาแล้ว แต่ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔ เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ได้เห็นความสำคัญของประเพณีดังกล่าว จึงได้สนับสนุนและฟื้นฟูให้ประเพณีอันทรงคุณค่านี้ ให้คงอยู่คู่กับจังหวัดเพชรบูรณ์ตลอดไป ซึ่งในปัจจุบันได้มีการฟื้นฟูการจัดประเพณีนี้ที่วัดทุ่งสะเดียงและวัดช้างเผือก ในเมืองเพชรบูรณ์นั่นเอง การประกอบพิธีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุของเมืองเพชรบูรณ์นั้น จะแตกต่างไปจากการก่อพระเจดีย์ทรายธรรมดาของที่อื่น ๆ ทั่วไปที่มีรากฐานความเป็นมาจากการเป็นพิธีเพียงแค่ขนทรายเข้าวัดเพื่อชดเชยดินทรายในวัดที่ผู้คนได้นำติดเท้าออกมาจากวัด แต่ประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุนั้นเป็นพิธีกรรมที่เพิ่มเติมการผูกโยงกับญาติพี่น้อง บรรพบุรุษที่ได้ล่วงลับไปด้วย พิธีจะเริ่มต้นโดยก่อนถึงวันงาน ๑ วัน จะมีการตีฆ้องร้องป่าวไปตามบ้านเรือนเพื่อประกาศให้ชาวบ้านเข้ามาร่วมงานประเพณีก่อเจดีย์กลบธาตุ ครั้นเมื่อถึงกำหนดงาน ชาวบ้านจะนำธาตุหรืออัฐิของญาติพี่น้องที่เสียชีวิตมาทำพิธีกลบธาตุเป็นเวลา ๓ ปีติดต่อกัน โดยบรรดาญาติพี่น้องจะนำธาตุหรืออัฐิดังกล่าวไปล้างทำความสะอาดและใช้น้ำอบ น้ำหอม มาประพรมให้สะอาดก่อน จากนั้นวันรุ่งขึ้น จะนำธาตุพร้อมกับทรายไปก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ โดยแต่เดิมนั้น อัฐิจะถูกนำไปใส่ในหม้อใบเล็ก แล้วนำทรายมาก่อกลบหม้ออัฐิจนมิดหมดแล้วตกแต่งเป็นรูปเจดีย์ แต่ในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนเป็นนำอัฐิเก็บใส่โกศและวางไว้ข้างเจดีย์ทรายแทน หลังจากถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์แล้วในช่วงบ่าย ชาวบ้านจะนำโกศบรรจุธาตุวางไว้ข้างเจดีย์ เปิดฝาพร้อมจุดธูปหนึ่งดอก ปักลงไปในโกศบรรจุธาตุ เพื่อให้ดวงวิญญาณได้รับทราบและอนุโมทนาบุญกุศลที่บรรดาญาติได้ทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลให้ไว้ในช่วงเทศกาลวันตรุษ หลังจากที่ได้ก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุเสร็จสิ้น พระภิกษุสงฆ์ ทำพิธีสวดบังสุกุลและเจริญพระพุทธมนตร์เย็น เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านจะมาร่วมทำบุญตักบาตรที่วัด ซึ่งในอดีต งานประเพณีดังกล่าว ถือเป็นช่วงหยุดการทำงานของชาวบ้าน เนื่องจากเป็นช่วงเสร็จสิ้นการทำนา ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ชาวบ้านจะอยู่กรรม ๓ วัน คือ ทุกคนจะหยุดทำงานทุกอย่างทั้งนอกบ้านและในบ้าน พร้อมกับรวมตัวเล่นการละเล่นต่าง ๆ ในวัด เช่น การร้องเพลงฉ่อยพื้นบ้าน การเล่นดึงหนัง การเล่นนางด้ง การฟ้อนแม่ศรี การเล่นลิงลม เป็นต้น ธาตุหรืออัฐิที่เก็บไว้เกิน ๓ ปีแล้ว จะไม่นำมาก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุอีก แต่ญาติจะนำไปลอยอังคารหรือนำไปบูชาที่บ้านหรือบรรจุไว้ที่เจดีย์ในวัดต่อไป ประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ เป็นประเพณีที่ทรงคุณค่าทั้งทางด้านคติความเชื่อและภูมิปัญญาของคนเพชรบูรณ์ โดยชาวบ้านมีความเชื่อว่า มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ด้วยธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อมนุษย์หมดลมแล้ว ร่างกายจะถูกนำไปเผาด้วยไฟ คงเหลือแต่อัฐิเท่านั้น ฉะนั้น ในช่วงแรกของการเสียชีวิตไป จึงต้องสร้างสมดุลโดยการนำอัฐิมาสัมผัสกับธาตุทั้ง ๔ เป็นระยะเวลา ๓ปี ติดต่อกันเสียก่อน กล่าวคือ ธาตุลมคือ การเปิดให้สัมผัสกับอากาศ ธาตุน้ำคือ การประพรมน้ำอบ น้ำหอม ธาตุไฟคือ ธูปเทียนที่นำมากราบไหว้ และธาตุดินคือ กองทรายที่นำมากลบนั่นเอง ประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการรำลึกถึงคุณงามความดี ความผูกพันต่อบรรพบุรุษและความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีผู้ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนั้น การที่แต่ละคนได้มาสัมผัสกับกระดูกหรือธาตุของญาติพี่น้องที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาก่อน ยังเป็นการสื่อคติสอนใจถึงความไม่เที่ยงของสังขาร เพื่อให้ผู้มีชีวิตอยู่ได้ตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิต และควรดำรงตนอยู่ด้วยการมีสติและไม่ประมาทอีกด้วย ภูมิปัญญาที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่แฝงอยู่ในประเพณีนี้คือ การรวมตัวกันของญาติพี่น้องของผู้ตายไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด ก็จะต้องกลับมารวมตัวกันทั้งหมดเพื่อประกอบพิธีกลบธาตุร่วมกันอย่างอบอุ่น อีกทั้งยังมีการแบ่งงานกันทำในครอบครัวตามความถนัดของแต่ละคน เช่น ผู้ชายจะไปขุดหาและขนทรายเพื่อนำมาไว้ก่อเจดีย์ ส่วนผู้หญิงก็จะทำหน้าที่ตระเตรียมดอกไม้ ธงทิว และเครื่องตกแต่งต่าง ๆ ในระหว่างการก่อกองทรายก็จะได้มีการปรึกษาหารือในทุกขั้นตอนตั้งแต่การกำหนดรูปแบบจนถึงการประดับประดาให้สวยงาม แล้วก็ได้ทำบุญร่วมกัน อันเป็นประเพณีที่สร้างปฏิสัมพันธ์ในครอบครัวก่อให้เกิดความร่วมมือ ความรักความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในครอบครัว ทรายแต่ละเม็ดที่ก่อรวมกันเป็นเจดีย์ในประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูกตเวทีและผูกพันโยงใยในครอบครัวและเครือญาติอันเป็นอัตลักษณ์ประการหนึ่งของคนเพชรบูรณ์ โดยปรากฏออกมาเป็นรูปธรรม คือ เจดีย์ทราย นั่นเอง
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« พฤศจิกายน 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


999 หมู่ที่ 5 อาคารศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 ชั้น 4 ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000
โทรศัพท์ 056729780 แฟกซ์ 056729779
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม