องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ศิลปะการแสดง
ศิลปะการแสดง การละเล่นแมงตับเต่า อ.หล่มสัก

วันที่ 17 ก.พ. 2564
 

                   ธรรมชาติของมนุษย์จะรักความสนุกสนาน  หลังจากเสร็จภารกิจการงานแล้วก็ร่วมร้องเล่นกัน เป็นการผ่อนคลายความเครียด  มนุษย์จึงได้ค้นคว้าวิธีการต่าง  ๆมาเล่นให้เกิดความสนุกสนาน  สิ่งที่จะระบายความเครียดของมนุษย์ได้อีกอย่างหนึ่งคือ  การระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน  เรื่องที่จะสร้างความขบขัน  เรื่องที่จะสร้างความขบขันให้ได้มากที่สุด  คือ เรื่องราวทางเพศ  เนื่องจากเรื่องเพศเป็นสัญชาตญาณ (Instinct)  ของมนุษย์อีกวิธีหนึ่งที่เป็นหนทางระบายความเครียดได้  คือ การแสดงออกในรูปของการละเล่นพื้นบ้านหรือในเนื้อหาของวรรณกรรมประเภทจักร  ๆ  วงศ์ ๆ ที่นำมาเล่นเพื่อให้เกิดอารมณ์สนุกนาน  ส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่นำมาเล่นจะเสนอเรื่องราวทางเพศปะปนมาด้วย

                   ชาวตำบลบ้านโสกมีการละเล่นพื้นเมืองชนิดหนึ่งเรียกว่า  "แมงตับเต่า”  การละเล่นชนิดนี้เคยเป็นที่นิยมกันมากเมื่อ  ๗๐-๘๐  ปี ล่วงมาแล้ว  ต่อมาเสื่อมความนิยมลงเพราะชาวบ้านหันไป  นิยมหมอลำหมู่  ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นเมืองของภาคอีสาน  ดังนั้น ชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านโสก  ซึ่งมีนายพิสิษฐ์  สร้อยมี  เป็นหัวหน้าคณะมี  นางเตือนใจ  สิงห์นนท์   เป็นผู้เรียบเรียงบทและฝีกสอนในปีพุทธศักราช  ๒๕๔๗  เพื่อสืบทอด  อนุรักษ์และเผยแพร่ให้การละเล่นแมงตับเต่าคงอยู่คู่กับชาวบ้านโสก  เพราะถือว่าเป็นมรดกอันสำคัญขอท้องถิ่น  ตำบลบ้านโกให้เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ต่อไป

การละเล่นแมงตับเต่า เป็นการละเล่นพื้นเมืองชนิดหนึ่งของชาวอำเภอหล่มสักและอำเภอหล่มเก่า

 ซึ่งนิยมกันมากเมื่อกว่า    ๘๐   ปีมาแล้ว  ต่อมาเสื่อมความนิยมลงเพราะประชาชนหันไปนิยมหมอลำหมู่แล้วพัฒนาเป็นหมอลำซึ่ง ซึ่งเป็นการละเล่นของภาคอีสานที่กระจายเข้าสู่  จังหวัดเพชรบูรณ์อย่างรวดเร็ว การละเล่นแมงตับเต่ามีความผูกพันอย่างแนบแน่นกับชีวิตของชาวบ้านในอดีต มีรูปแบบสะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะของ จิตใจและวิธีการดำรงชีวิตของชาวบ้านเป็นวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนมาตั้งแต่สมัยโบราณ 

วิธีการเล่น

                   วิธีการเล่นโดยทั่วไป   คล้ายกับการละเล่นลิเก  ละครของภาคกลาง  การละเล่นจ้อย  ซอ  ของภาคเหนือ  การละเล่นหมอลำหมู่หรือหมอลำเพลินของภาคอีสาน  การละเล่นโนห์ราของภาคใต้เพราะแต่ละภาคจะมีศิลปะการแสดงประจำภาค  หรือประจำถิ่นของตนเอง

ผู้แสดง

                   การละเล่นแมงตับเต่า  มีผู้แสดงเป็นตัวนาง  ตัวประกอบอื่น  ๆ แสดงเป็นเรื่องเป็นราวเรื่องที่นำมาแสดงจะเกี่ยวกับ  นิทานพื้นบ้าน  พงศาวดารและวรรณคดีไทย   ในอดีตจะใช้ผู้ชายแสดงทั้งหมด  แม้แต่บทบาทขอผู้หญิงก็จะใช้ผู้ชายแสดงแทน  แต่ปัจจุบันนี้ให้ผู้หญิงมาร่วมแสดงด้วยเป็นลักษณะชายจริงหญิงแท้

เครื่องดนตรี

                   คณะแมงตับเต่าในอดีต  ใช้เครื่องปีพาทย์ประกอบด้วย  กลอง  ระนาด  แคน  ซอ  ฆ้องวง  ฉาบ  ขลุ่ย  ปี่   ซึง

บทบาทการแสดง

                   การฟ้อนรำแบบชาวบ้านเป็นศิลปะที่เกิดจากการเลียนท่าทำงานในชีวิตประจำวัน และการเลียนท่าสัตว์  เช่น  ตั๊กแตนตำข้าว  นำบิน  นกยูงฟ้อนหาท่วงท่าในการฟ้อนรำจะเป็นท่าที่เรียบง่าย  ไม่ค่อยอ่อนช้อย  แต่มีความกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวา

                   ทำนองการร้องจะช้ำเนียงพื้นบ้านเป็นทำนองลาวหล่มภาษาพูดใช้ภาษาถิ่น  เช่น  อ้าย  หมายถึง  พี่ชาย,  เอื้อย  เหมายถึง  พี่สาว    คิดฮอด  หมายถึง   คิดถึง  ,   เบิ่ง  หมายถึง  ดู   ฟ้าว  หมายถึง  รีบ ฯลฯ (บทร้องได้มาจากหนังสือนิทานชาวบ้าน  นิทานดีสาน  หนังสือวรรณคดี  หนังสือใบลาน)

การละเล่นแมงตับเต่าของชาวบ้านในอดีต

                   เมื่อครั้งที่มีการละเล่นแมงตับอย่างแพร่หลาย และเป็นที่นิยมกันมากนั้น  ชาวบ้านโสกมีคณะแมงตับเต่า  จำนวน  ๗  คณะ  ได้แก่

                   คณะที่  ๑   มีนายชัย     ดีพา   เป็นหัวหน้าคณะ  ปัจจุบัน  เสียชีวิตแล้ว

                   คณะที่  ๒   มีนายฮอง     หีตกวย  เป็นหัวหน้าคณะ  ปัจจุบัน  เสียชีวิตแล้ว

                   คณะที่  ๓   มีนายเป     กวยลี        เป็นหัวหน้าคณะ  ปัจจุบัน  เสียชีวิตแล้ว

                   คณะที่  ๔  มีนายนา     กวยลี          เป็นหัวหน้าคณะ  ปัจจุบัน  เสียชีวิตแล้ว

                   คณะที่  ๕   มีนายลา      บุตรพรหม   เป็นหัวหน้าคณะ  ปัจจุบัน  เสียชีวิตแล้ว

                   คณะที่  ๖   มีนายคำดี     พันอะ        เป็นหัวหน้าคณะ  ปัจจุบัน  เสียชีวิตแล้ว

                   คณะที่  ๗   มีนายสมภาร   ราชอาจ            เป็นหัวหน้าคณะ  ปัจจุบัน  เสียชีวิตแล้ว

                   คณะที่ ๑ –๖   ผู้แสดงเป็นผู้ชายล้วน  บทบาทของตัวแสดงฝ่ายหญิง  ก็ให้ผู้ชายแสดง

                   คณะที่ ๗  คือ  คณะนานสมภาร  ราชอาจ  มีผู้หญิงร่วมแสดงด้วย  เป็นลักษณะชายจริงหญิงแท้

เครื่องยกครูและการยกครู

                   ก่อนการแสดงแต่ละครั้งผู้แสดงจะต้องเซ่นสรวงบูชาครู  (ไหว้ครู) ก่อน โดยมีเครื่องเซ่นไหว้  ดังนี้

เหล้า   ๔๐  ดีกรี  ๑  ขวด  แป้งหอม   ๑  กระป๋อง น้ำหอม  ๑  ขวด  ไข่ไก่ต้มสุก  ๑  ฟอง  ด้ายขาว  ๑  ใจ  เทียนขี้ผึ้งน้ำหนักหนึ่งบาท  ๑  คู่  ธูปหอม  ๓  ดอก  ขันธ์  ๕   (เทียน  ๕ ดอกไม้  ๕  คู่)  ผ้าขาวใหม่  ๑  วา  เงิน  ๑๒ บาท

                   เมื่อเตรียมเครื่องเซ่นพร้อม   หัวหน้าคณะจะจุดธูปเทียนบูชาครูขอพรจากครู  อาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลบันดาลให้ผู้แสดงได้ดีสมกับบทบาท   ทั้งบทบาทการฟ้อน  การร้องและการเจรจาเพื่อให้คนดูเกิดความประทับใจ  เมื่ออธิษฐานจบแล้ว  หัวหน้าคณะจะเอาแป้งหอม   น้ำหอม  แจกจ่ายให้ทุกคนประพรมหน้า  และให้ดื่มหรือจิบเหล้าทุกคน  โดยมีความเชื่อว่าของที่ยกครูแล้วเป็นของที่มีเสน่ห์แล้วเก็บเครื่องยกครูไว้ในที่เหมาะสม

                   การไหว้ครู ครูของการแสดงแมงตับเต่าคือผู้สอน ผู้บอกบท ผู้สอนท่ารำ สอนการเล่นดนตรี ที่ประกอบกันขึ้นเป็นคณะ จนศิษย์สามารถแสดงออกได้ ในการแสดงแมงตับเต่าให้ความสำคัญที่บทร้อง ครูจึงสอนบอกบทด้วยปากต่อปาก ให้ลูกวงร้องตามฝึกร้องตามบทที่บอก ฉะนั้นเมื่อแสดงทั้งเรื่องจึงมีบทร้องมาก ทำให้ผู้แสดงจำได้ไม่หมด ครูจะต้องเป็นคนบอกบทอยู่หลังฉากเพื่อช่วยขึ้นต้นบทร้องให้กับผู้แสดง การไหว้ครูจึงมีผลต่อจิตใจของนักแสดง นักแสดงแมงตับเต่ามีความเชื่อว่าครูจะมาช่วยอวยชัย ดลใจให้ร้อง ให้รำและให้การแสดงราบรื่นตัวอย่างคำไหว้ครู เป็นภาษาถิ่นดังนี้"สาธุ ขอให่เทวด๋าฟ้าดินทั้งหลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง จงดลบันดาลให่การแสดงแมงตับเต่าของเฮา ให่เป็นที่ซื่นซมให้เป็นที่รู้จัก ให่ทุกๆ คนได้ยินได้รู้เพราะว่าทางคณะแมงตับเต่าของเฮานีซ่อยกันสืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้านของเฮา ข อให่บูรพาจารย์ผู้ให่ความรู้ ให่คำแนะนำ ให่คำปรึกษาทุกผู้ทุกคนพวกข้าพะเจ้าทั้งหลายขอน้อมเอาก้าน ไม้ เงิน ขอให่การแสดงของเฮา อย่าให่ผิดให่พลาดขอให่ทุกผู้ทุกคนอยู่ร่วมกันซ่อยกันพัฒนาคณะซ่อยกันรักษาวัฒนธรรมพื้นเมืองของเฮา ให่อยู่ต่อๆไปขอให่ทุกคนมีความพร้อมเพรียงมีความสามัคคีในหมู่คณะบ่ให่ผิดให่พลาดบ่ให่ขาดให่พร่องให่อยู่ร่วมกันสมานสามัคคีทุกผู้ทุกคนที่อยู่ที่นี้เทอญ”เมื่อเสร็จสิ้นการแสดงจะมีการทำพิธีลาครู  โดยให้ผู้แสดงนั่งล้อมหัวหน้าคณะที่นับถือเครื่องยกครูไว้ทุกคนยำมือไหว้พร้อมกันแล้วกล่าวคำว่า  สวัสดี

 

  

  

  

 


แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« ตุลาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
ดูปฏิทินทั้งหมด


999 หมู่ที่ 5 อาคารศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 ชั้น 4 ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000
โทรศัพท์ 056729780 แฟกซ์ 056729779
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม