องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ศิลปะการแสดง
ศิลปะการแสดง ระบำม้ง อ.เขาค้อ

วันที่ 17 ก.พ. 2564
 

          ระบำม้ง เป็นศิลปะการแสดงดั้งเดิม ซึ่งมีรากเหง้าดั่งเดิม เริ่มมีมาพร้อม ๆกับชนชาติม้ง พัฒนาการต่าง ๆ กันไปตามยุคสมัย  จนกลายเป็น"ระบำม้ง"ในปัจจุบัน นับเนื่องเหตุการณ์จากการที่มีการหยุดพักผ่อนเพื่อพิธีการกินข้าวใหม่ และต่อเนื่องยาวนานกับเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่  หรือ เทศกาล "น่อเป๊ะเจา"ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ของทุกปี

          ชาวม้งอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย นับจากปีพ.ศ 2387-2417 หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆที่เขียนขึ้น เช่น จากผลงานการค้นคว้า ของ Frank M.Lebar  และคณะ  หรือของบาทหลวง ยัง  มอสแตง  บาทดหลวงซึ่งเคยทำงานเผยแพร่ศาสนาในชุมชนชาวม้งที่ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ หรือเอกสารหลักฐานของ สำนักงานสารนิเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด  ต่างก็กล่าวอ้างถึงชาวม้ง ว่าเป็นกลุ่มชนเผ่าที่มีชอบร้องรำทำเพลง   และมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมในงานรื่นเริงเทศกาลปีใหม่นั้น   มีการเต้นระบำ  ในการต้อนรับแขกเมือง ประกอบเพลงเป็นที่รื่นรมย์มาก  

          รากเหง้าของระบำม้ง มาจากการที่มีแคนม้งเป็นเครื่องดนตรีเป่าทำนองขึ้นมาใช้ประกอบในพิธีกรรม และมีการร้องเพลงกลอนสด หรือเพลงโต้ตอบ กันระหว่างชายหญิง เปรียบเหมือนกับการร้องลำตัด แต่การร้องเพลงสดหรือกลอนสดโต้ตอบของม้ง เป็นไปแบบไม่มีดนตรีประกอบ และร้องด้วยการนั่งร้องตอบโต้กันเป็นเรื่องราว จีบกัน หรือหยอกล้อกัน  เหมือนหนุ่มสาวคุยกัน แต่เป็นการคุยกันด้วยท่วงทำนองที่เป็นเพลง  มีเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่ที่ภาษาม้งที่ให้สำเนียงแปลกประหลาดต่อหูผู้อื่น แม้มิเข้าใจความหมาย

          อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ ระบำม้งสมัยก่อน เป็นการแสดงท่ารำของชายม้งซึ่งเป่าแคนม้ง  และแสดงท่ารำประกอบ  ต่อมาเมื่อมีเพลงม้งซึ่งมีทำนองและขับร้องด้วยภาษาม้ง ทำดนตรีขึ้นมาเอง ระบำม้งโดยหญิงสาวชาวม้งก็อุบัติขึ้นโดยเน้นลีลาการเต้น ก้าวกระโดด แสดงออกซึ่งความสนุกสนาน ร่าเริง ถอดแบบจากวิถีชีวิตของชาวม้ง มาประยุกต์เป็นท่ารำ เช่น ท่าทางการเก็บใบชา การเกี่ยวข้าวไร่ การทำไร่ ขุดดิน ฟันหญ้า เป็นต้น  โดยลีลาท่าระบำย่อมขึ้นอยู่กับท่วงทำนองของบทเพลงม้งที่เลือกมาประกอบระบำ

           ส่วนมากแล้วเป็นการรำโดยกลุ่มเยาวชน ชาวม้งเองได้ชื่อว่ามีกลุ่มมวลชนที่เข้มแข็ง รวมตัวกันได้อย่างแข็งแรงแข็งขันมากกว่า ชนชาวอื่น ๆ ไม่ว่าจะรวมมวลชนทำกิจกรรมใด ๆ ชาวม้งมักรวมพลกันได้โดยมีกลุ่มเยาวชนที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้นำตระกูลแซ่ เพื่อการฝึกเด็กรุ่นใหม่ลูกหลานให้ทำหน้าที่เป็นผู้นำ ทางด้านต่าง ๆ จึงมีการส่งเสริมสนับสนุนเยาวชนในการทำกิจกรรม

 

รูปแบบวิธีการแสดง

           ระบำม้งมีหลายรูปแบบ แต่มีลักษณะเด่นประการเดียวและเป็นแบบอย่างเพียงแบบอย่างเดียวที่เหมือนกันคือ   เรื่องของการแต่งกาย ระบำม้ง จะเน้นการแต่งกายด้วยชุดม้งเต็มยศไม่ว่าหญิงหรือชาย มีการใส่หรือคาดกระเป๋าเหรียญเงินรูปีอินเดีย ซึ่งตามปกติเป็นเครื่องแสดงฐานะอย่างหนึ่ง ของชนเผ่า ว่ากันว่า ถ้าไม่ได้ยินเสียงเหรียญเงินนี้  ไม่ใช่บรรยากาศของระบำม้งแบบของแท้และดั่งเดิม 

 

การแต่งกายเพื่อแสดง

          จะแต่งชุดม้งเต็มยศ  ครบเครื่อง  และมีการใช้อุปกรณ์ อื่นประกอบด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการแสดงหรือแล้วแต่จะกำหนด แต่วัสดุ-อุปกรณ์ที่เลือกใช้ จะเป็นข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันทั้งหมด   เช่น

1.เป้  หรือลุเก๋อ  เรียกว่ารำลุเก๋อ  พัฒนาการขั้นแรกจากการที่ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาได้มีส่วนช่วยส่งเสริมและพัฒนาท่ารำ จากการที่เยาวชนต้องจัดการแสดงเตรียมตัวต้อนรับแขกผู้ใหญ่จากเมืองหลายครั้ง จนเป็นกิจประจำจำเป็นในการจัดการแสดง จึงมีการส่งเสริมให้เยาวชนคิดท่ารำที่นำเอาวิถีชีวิตเข้ามาปรับเปลี่ยนให้เกิดมุมมองทางด้านความบันเทิงนำเสนอต่อแขกบ้านแขกเมือง และได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ต่างได้รับรู้รับทราบและรู้จักระบำม้ง ว่าเป็นการแสดงออกทางศิลปะและวัฒนธรรมหนึ่งของชาวเขาเผ่าม้งนี้

2.ร่ม  เมื่อมาใช้ประกอบท่ารำ  ระบำนี้มีชื่อว่า"ระบำชาวดอย" ซึ่งตามหลักฐานและการจัดการแสดงโชว์ต่าง ๆ ท่ารำ  ครูผู้สอน หรือนักเรียนกลุ่มเยาวชนผู้รำ  จะเป็นของโรงเรียนบ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อย "ระบำชาวดอย"นี้ได้รับความนิยมอย่างสูงมาก เนื่องจากใช้อุปกรณ์ที่สวยงามโดดเด่น และบทเพลงก็เป็นเพลงเดียว

 

การปรับประยุกต์               

        สถาบันการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาภายในท้องถิ่น  ได้นำระบำม้งมาประยุกต์ ดัดแปลง ท่วงท่าลีลา แตกต่างกันไป  เป็นที่ชื่นชมแก่ผู้ได้พบเห็น และสนใจถามไถ่ถึงรากเหง้าความเป็นมาของวัฒนธรรมการแสดง ระบำม้งนี้เป็นอย่างมาก

โรงเรียนบ้านเข็กน้อย นำมาประยุกต์พัฒนาท่ารำ แต่ยังคงบทเพลงเดิมเอาไว้ และได้นำไป

แสดงในงานกาชาดมะขามหวานจังหวัดเพชรบูรณ์ ภาพได้รับการเผยแพร่ยังสื่อมวลชนต่าง ๆ สร้างความสนใจต่อบุคคลอื่นเป็นอย่างมาก  นับจากนั้น  ในภาพรวม "ระบำม้ง"ถูกเรียกหาเรียกใช้ ในฐานะเป็นตัวแทนของ  ศิลปวัฒนธรรมชาวม้ง  กลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมโดดเด่นที่สุดกลุ่มหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์

ปัจจุบันได้นำเอาศิลปวัฒนธรรม "ระบำม้ง"นี้มาประยุกต์และนำแสดงในงานต่าง ๆ

ศิลปวัฒนธรรมดังกล่าว จนกลายเป็นธุรกิจ สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชน หรือท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีโดยการ"ระบำม้ง"ไม่จำกัดการนำเอาข้าวของเครื่องใช้มาประกอบ คือจะพยายามนำเอาข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาใช้ประกอบ มีการพัฒนาท่ารำให้เหมาะกับอุปกรณ์ ที่นำเสนอและเป็นที่ชื่นชม เช่น ระบำเกี่ยวข้าวไร่,ระบำเก็บใบชา, ระบำลูกช่วง,  ระบำพัดข้าวไร่ , ระบำเป้ลุเก๋อ ,ระบำมาลัยดอกงิ้ว,ระบำน้ำเต้า,ระบำหน้าไม้,ระบำปล้องสูบ, ระบำร่มสีสันแข่งกันกับสีเสื้อผ้า  และระบำอื่น ๆอีกมากมาย โดยการเลือกเพลงประกอบที่แตกต่างกันออกไป  แต่เป็นเพลงภาษาม้งทั้งหมด

             ความโดดเด่นประการหนึ่งของระบำม้ง คือจำนวนคนแสดง  ด้วยชุดที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือนแล้ว  จำนวนคนแสดงยังเน้นแสดงด้วยคนจำนวนมาก  10 คนถือว่าน้อยเกินไป15คนขึ้นไป หรือจำนวน นับร้อยๆ คนอย่างที่จัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ในงานระดับจังหวัดเพชรบูรณ์ เช่นงานกีฬาเยาวชนแห่งชาติ เป็นต้น


แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« ตุลาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
ดูปฏิทินทั้งหมด


999 หมู่ที่ 5 อาคารศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อาคาร 2 ชั้น 4 ตำบลสะเดียง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000
โทรศัพท์ 056729780 แฟกซ์ 056729779
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม