ข้อมูลวัฒนธรรม >> สินค้าทางวัฒนธรรม
ซาลาเปาทับหลี



ซาลาเปาทับหลี
ซาลาเปาทับหลี เป็นของฝากที่มีชื่อเสียงของจังหวัดระนอง เนื่องจากเป็นอาหารที่มีรสชาดอร่อยที่สุดแห่งหนึ่ง จากประวัติศาสตร์พบว่า เป็นสูตรอาหารที่บรรพบุรุษที่ชาวจีนได้นำมา โดยปัจจุบันตั้งอยู่ที่บ้านทับหลี ตำบำมะมุ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง 

เดิมหมู่บ้านทับหลีเป็นพื้นที่ป่ารกร้าง ติดกับแม่น้ำปากจั่นหรือแม่น้ำกระบุรี ที่แบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับพม่า และมีการใช้พื้นที่เป็นป่าช้า จึงมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่มากนัก เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนประชากรได้เพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มมีการเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่หมู่บ้านทับหลีมากขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นจุดที่มีการใช้เส้นทางในการสัญจรด้วยเรือ หากพิจารณาทฤษฎีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ (Ekistic Model) นำเสนอโดย Constantinos A. Doxiadis ในปี 1976 (รูปที่1) ได้กล่าวถึง องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ มีด้วยกัน 5 ปัจจัย ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยแรก คือ ธรรมชาติ (Nature) ถือเป็นรากฐานและขอบเขตของชุมชนที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา มนุษย์จะเป็นผู้ปรับให้เข้ากับธรรมชาติที่มีอยู่ หลังจากที่มนุษย์ได้เลือกสรรแล้ว เนื่องจากหมู่บ้านทับหลี อยู่ติดแม่น้ำ การตั้งถิ่นฐานและการดำเนินชีวิตประจำวันจึงสัมพันธ์อยู่กับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกสร้างบ้านเรือนแบบกระจายตัวเป็นแนวยาวไปตามแม่น้ำ การนำน้ำมาใช้ในการอุปโภคและบริโภค รวมถึงการเดินทางด้วยเรือ ที่มีความสำคัญในการติดต่อและแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่งเมื่อเดินทางจากตัวเมืองจังหวัดระนองมาถึงหมู่บ้านทับหลี ก็จะต้องขึ้นฝั่งที่หมู่บ้านดังกล่าว แล้วเดินทางต่อในทางบก จะเป็นช้างหรือรถยนต์เพื่อไปยังจังหวัดชุมพร หมู่บ้านนี้ชาวบ้านจะประกอบอาชีพค้าขาย,  แจวเรือข้ามฟากในการรับ-ส่งผู้คน ระหว่างฝั่งไทยกับฝั่งพม่าเป็นหลัก และมีการรับ-ส่งผู้คนระหว่างตัวเมืองระนองกับหมู่บ้านทับหลีอีกด้วย ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน เป็นชาวจีนไหหลำ จึงได้มีการทำซาลาเปาขายแก่ผู้คนในพื้นที่ รวมถึงผู้คนที่สัญจรไปมาในแต่ละวัน มีการถ่ายทอดวิธีการทำซาลาเปาจากรุ่นสู่รุ่น และได้มีการถ่ายทอดวิธีการทำซาลาเปาให้แก่ชาวบ้านทับหลีด้วยกันเองในสมัยนั้น เพื่อสร้างรายได้ ฐานะในครัวเรือนให้มั่นคง เกี่ยวเนื่องกับปัจจัยมนุษย์ (Man or Anthropos) ที่แสดงให้เห็นถึง รูปแบบทางสังคมที่มีความเกื้อหนุนกัน สนับสนุนภูมิปัญญาร่วมกัน ก่อให้เกิดแบบแผนการดำรงชีวิตและวัฏจักรของชีวิตครอบครัวที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองจากความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนได้ นำไปสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน จากการประกอบอาชีพในการส่งเสริมรายได้ให้แก่ชุมชนร่วมกัน ถือเป็นปัจจัยด้านสังคม (Society) ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้าน เมื่อมีการตั้งถิ่นฐาน ทั้งนี้ ปัจจัยทั้ง 3 ก่อให้เกิดรูปแบบการจัดองค์ประกอบในการดำเนินชีวิตของชาวบ้านทับหลี กล่าวคือ ในหมู่บ้าน ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย, ตลาด, โครงข่ายการคมนาคมและอื่นๆ เป็นต้น เสมือนเป็นปัจจัยโครงสร้างทางด้านกายภาพ (Physical Structure)  ในการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
Picture
            เนื่องจากหมู่บ้านทับหลีเป็นจุดที่มีท่าเทียบเรือ การติดต่อโดยเฉพาะด้านการค้าจึงมีมากขึ้น ในเวลาต่อมาจึงได้มีการตัดถนนผ่านหมู่บ้าน ที่ชื่อว่า "เพชรเกษม” ถือเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลัก การเข้าถึงจึงง่ายขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ สามารถเดินทางไปจนถึงกรุงเทพมหานครได้ แสดงให้เห็นว่ามีปัจจัยใน เรื่องโครงข่าย (Network) เข้ามาเกี่ยวข้อง ถือเป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลให้ปัจจัยในข้างต้นทั้ง 4 ปัจจัย  สามารถตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ความต้องการในการเดินทางด้วยเรือลดน้อยลง ท่าเทียบเรือที่มีอยู่เดิมจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป แต่หมู่บ้านทับหลีก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนสัญจรไปมามากมาย เพราะชื่อเสียงของซาลาเปายังคงมีอยู่ ทั้งนี้เมื่อมีถนนตัดผ่าน รถยนต์ที่สัญจรไปมา มักจอดแวะซื้อซาลาเปาที่หมู่บ้านทับหลีเป็นประจำ นอกเหนือจากความอร่อย ที่เกิดจากความสามารถของคนในการใช้วัตถุดิบ และภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์แล้ว ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การค้าขาย มีระยะทางจากตัวเมืองจังหวัดระนองไปยังจังหวัดชุมพร ประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับหมู่บ้านทับหลี ตั้งอยู่ครึ่งทางระหว่างระนองและชุมพร กล่าวคือ ถ้าเดินทางจากตัวเมืองจังหวัดระนอง ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร และถ้าเดินทางจากตัวเมืองจังหวัดชุมพร ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จึงเหมาะแก่การเป็นจุดพักรถจากความเมื่อยล้า เมื่อปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้น จากเส้นทางคมนาคมที่ดีขึ้น เดินทางสะดวก ทำให้ผู้คนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวนิยมพักรถบริเวณนี้ พร้อมกับซื้อซาลาเปา เพื่อรับประทานเป็นอาหารรองท้อง ก่อนถึงตัวเมืองของแต่ละจังหวัด ส่งผลให้ซาลาเปาเป็นที่นิยมและรู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทาง ที่ซื้อซาลาเปาเป็นของฝากแก่ครอบครัว ญาติพี่น้อง รวมถึงหมู่เพื่อนที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆกระจายออกไป ด้วยความมีชื่อเสียงของซาลาเปาทับหลี นำไปสู่ความต้องการในการบริโภคของมนุษย์ ที่แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ที่ห่างไกลจากหมู่บ้านทับหลี ไม่ว่าจะห่างไกลเพียงใดก็ตาม ยังคงปรากฏร้านค้าขายซาลาเปาทับหลี เนื่องจากเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ในฐานะผู้บริโภค โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางถึงแหล่งผลิตโดยตรงที่อยู่ห่างไกลออกไป  

            ดังนั้น ทฤษฎีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ (Ekistic Model) ที่นำเสนอโดย Constantinos A. Doxiadis ในปี 1976 แสดงให้เห็นถึงปัจจัยภายนอก ที่มีอิทธิพลต่อการขยายตัวของตลาด ซึ่งในที่นี้หมายถึง ซาลาเปาทับหลี ที่ในปัจจุบันเป็นที่นิยมและมีการขายในพื้นที่ต่างๆมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์นั่นเอง

อ้างอิง: แนวความคิดและทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับการตั้งถิ่นฐาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2555, จากเว็บไซต์คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ http://coursewares.mju.ac.th:81/e-learning50/la471/course_chapt_01-2.html



pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« มกราคม 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
       1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด



สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระนอง 55/11 ม.3 ถ.เพชเกษม ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง 85000
โทร.0-7786-2082 [email protected]


สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม