ข้อมูลวัฒนธรรม >> ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณีบวชควายหลวง (บวชควายจ่า)

วันที่ 26 ก.พ. 2564

ประเพณีบวชควายหลวง หรือ "ควายญาพ่อหลวง" ของชุมชนบ้านแมด ตำบลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็นประเพณีที่ชุมชนยึดถือและปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนหกของทุกปี และพร้อมกับประเพณีบุญบั้งไฟ จากการสอบถามชาวบ้านในชุมชนและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงทำให้ทราบว่า การจัดงานบวชควายหลวง หรือบวชควายจ่า บวชควายฮ้า บวชควายผิว ฯลฯ นั้น มีมาตั้งแต่โบราณ โดยการสืบทอดต่อๆ กันมาจากบรรพบุรุษ ดังที่ ชาตรี ศรีจันทร์ กล่าวไว้ในบทความวิจัย "วิธีการสืบสานประเพณีบวชควายฮ้า ชุมชนบ้านแมด ตำบลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด" ว่า "การบวชควายฮ้า" เป็นประเพณีที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวบ้านอำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด และถือสืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยจะจัดควบคู่กับประเพณีบุญบั้งไฟเดือนหก โดยมีความเชื่อ ความศรัทธาในการขอฟ้าขอฝนจากพญาแถน การแสดงความกตัญญูต่อปู่เผ้าเจ้าโฮงแดง ที่คุ้มครองชาวบ้านให้มีความอยู่ดีกินดีตลอดทั้งปี และการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษผีควายที่ได้รับใช้คนในการทำนา (ชาตรี ศรีจันทร์, ๒๕๕๘ )

กฤษณา กุลทรัพย์ศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับควายฮ้านั้นชาวบ้านแมดนิยมเรียกว่า "ควายญาพ่อหลวง" ญาพ่อหลวง อันหมายถึงเจ้าพ่อโฮงแดง (ปู่เผ้าเจ้าโฮงแดง) ที่เคยเป็นผู้สร้างเมืองขึ้นที่บ้านแมดมาก่อน ควายฮ้าบ้านแมดจึงไม่ใช่ควายธรรมดา เป็นควายผีเจ้าเมือง เมื่อเข้าพิธีกรรมการบวชเป็นควายฮ้าแล้ว ผู้คนจึงยกมือไหว้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ใครจะลบหลู่ดูหมิ่นไม่ได้ ต้องพบกับภัยพิบัติทันที (กฤษณา กุลทรัพย์ศักดิ์, ๒๕๔๐)

จากการลงพื้นที่ศึกษาภายใต้โครงการ "การผลิตสื่อสร้างสรรค์เพื่อเผยแพร่ประเพณีการละเล่นในพิธีกรรมท้องถิ่น กรณีบวชควายจ่าในงานประเพณีบั้งไฟในเขตพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ดโครงการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมแบบมุ่งเป้า มมส๒๕๕๙ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทำให้ทราบว่า ประเพณีบวชควยของชุมชนในเขตอำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประเพณีดีงามที่มีแบบแผนการปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อันเป็นภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกันของสังคมในลักษณะของจารีตประเพณี ที่มีการยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณี "ฮีตสิบสองคองสิบสี่" เป็นที่น่าสังเกตว่า ภายใต้ประเพณีดังกล่าวยังมีการฝังแฝง ความศรัทธาความเชื่อ ภายใต้ "การกิน เล่น เซ่นสรวง (บวงสรวง) เสี่ยงทาย" อันหมายรวมถึงการจัดระเบียบสังคมหนึ่ง การเคารพต่อบรรพบุรุษหนึ่ง การขอขมาต่อผีฟ้า-ผีดินหนึ่ง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่ยึดโยงอยู่กับความสงบสุขของชุมชน การกินดีอยู่ดีของลูกหลาน ซึ่งจะเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาสู่อ้อมกอดรากเหง้าบรรพชน ภายใต้สัญญะและสัญลักษณ์ต่างๆ ของการประกอบพิธีกรรม อาทิ กลองเลง ซึ่งผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าคล้ายกับกลองผืนดิน (Earth Drum) ของชนเผ่าอินเดียแดง ที่ตีเพื่อขอขมาต่อสรรพสิ่งที่ตนได้ลบหลู่หรือกระทำผิด ผสมผสาน กะโหล่ง ผสมผสานคล้ายท่วงทำนองระบำควายของอินเดียแดง (Hopi buffalo dance) จากการศึกษาประเพณีบวชควายหลวงของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเพณีดังกล่าวถือเป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความครึมขลังในพิธีกรรม ขณะเดียวกันกลับมีความสนุกสนานความเอื้ออารีแห่งชุมชน อันเสมือนเป็นหัวใจหลักของประเพณีดังกล่าว "เสียงกลองเลง สลับเสียงฉาบ เสียงพังฮาด ฆ้องดังระรัว ก่อนจะมีเสียงกะโหล่ง ดังเป็นระยะ จนมือที่จับกล้องแทบจะยกฟ้อนโดยไม่รู้ตัว"คล้ายมีเสียงควายสำรองตัวหนึ่งดังแว่วมา "หากญาพ่อหลวงเรียก อยู่ที่ไหนก็ต้องมา ไม่มาไม่ได้"

pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« พฤษภาคม 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด  ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด (หลังเก่า ชั้น ๒ )
ถนนเทวาภิบาล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
 
โทร  ๐๔๓  ๕๑๒๖๐๖   โทรสาร  ๐๔๓  ๕๑๒๖๐๕
 
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม