องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ประเพณีท้องถิ่น
ประเพณี สู่ขวัญควาย

วันที่ 3 ส.ค. 2559

 

ชื่อประเพณี

ชื่อหลัก : ประเพณีสู่ขวัญควาย
แหล่ง : - อำเภอ เมือง จังหวัดสระแก้ว

ประเพณีเกี่ยวกับ

วิถีชีวิต  -

ความเป็นมา (ภูมิหลัง/ความเชื่อ) /อัตลักษณ์ (ที่โดดเด่น) /ความสำคัญและคุณค่าทางสังคมและทางจิตใจที่มีในวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน นั้นๆ

  • ความเป็นมา (ภูมิหลัง/ความเชื่อ)

     

    ประเพณีสู่ขวัญควาย ประเพณีที่กำลังจะสูญหาย คนกับควายวิถีชีวิตชาวชนบท ผูกพันลึกซึ้ง มีความรักและเอื้ออาทรต่อกัน ไม่ว่าคนหรือสัตว์ มิตรภาพที่จะดำรงอยู่ได้เนิ่นนาน สายใยผูกรัดไม่ให้ขาด คือ น้ำใจ ควาย เป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่คู่ชาวไร่ชาวนามาช้านานตั้งแต่อดีตกาล เป็นสัตว์ให้คุณเป็นกำลังหลักของชาวนาในการปลูกข้าวเลี้ยงผู้คนมาโดยตลอด ปัจจุบันควายถูกใช้งานน้อยลงเพราะวิถีชีวิตเกษตรกร เปลี่ยนไปจากใช้แรงงานควายหันไปใช้แรงงานจากเครื่องจักรแทน ในสมัยก่อนการทำนากว่าจะแล้วเสร็จต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน ไม่เร่งรีบเหมือนปัจจุบัน ในการใช้ควายไถนา ถ้าพื้นที่ประมาณ 1 งาน จะใช้เวลา 1-2 วัน ชาวนาจะใช้เวลาทำงานในตอนเช้าและเย็น เท่านั้น เพราะตอนกลางวันอากาศร้อน ทั้งคนและควายจะได้พักผ่อนเอาแรงก่อน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ขึ้นในจังหวัดสระแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นโรงเรียนสำหรับฝึกกระบือให้สามารถไถนา และทำงานด้านการเกษตรกรรมและสอนผู้ที่ต้องการใช้กระบือทำการเกษตรให้สามารถทำงานร่วมกับกระบือได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถดูแลกระบือให้มีสุขภาพแข็งแรง กระบือหรือควายเป็นสัตว์ที่อยู่คู่กับชาวไร่ ชาวนามาช้านานตั้งแต่อดีตกาล เป็นสัตว์ให้คุณ เป็นกำลังหลักของชาวนาในการปลูกข้าว เลี้ยงผู้คนมาโดยตลอด ปัจจุบันควายถูกใช้งานน้อยลง เพราะวิถีชีวิตเกษตรกรเปลี่ยนไปจากใช้แรงงานควาย หันไปใช้แรงงานจากเครื่องจักรกลแทน ในช่วงที่หมักนาทิ้งไว้นี้จะมีพวกปลาชนิดต่าง ๆ มาอาศัยและเจริญเติบโต ดังนั้นตอนคราดนา เด็ก ๆ จะชอบเดินตาม หลังผู้ใหญ่เพื่อจับปลาที่กระโดดหนีเนื่องจากเมาขี้โคลน เด็กจะเอาข้องมัด ตรงเอว ปลาที่จับได้ส่วนมากจะเป็นปลาช่อน ปลาปก ปลาสะเด็ด จะนิยมนำมาทำแหนมปลา คือเอาปลา คลุกเคล้าเครื่องเทศ ได้แก่ ขมิ้น ตะไคร้ เกลือ พริกขี้หนูซอย ห่อใบตองปิ้งบนไฟ ตอนไถหรือคราดนา จะมีการเทียมแอก เพื่อยึดคอควายกับไถ มีทั้งแอกคู่และแอกเดี่ยว แอกคู่ จะใช้ควาย 2 ตัว เทียมแอก การใช้เทียมคู่จะทำให้ควายเหนื่อยน้อยลง ส่วนแอกเดี่ยวจะใช้ควายเพียง ตัวเดียว การใช้ควายไถและคราดนาจะมีคำสั่งเฉพาะ ได้แก่ หย่อ (หยุด) หน (ถอย) ฮุ่ย (เดินหน้า อ่อย (ค่อย ๆ หยุด) ซ้าย ขวา บางครั้งเมื่อควายไม่ทำตามคำสั่งจึงถูกลงโทษ โดยการดุด่า หรือเฆี่ยนตี ควายหงาน ควายที่แข็งแรงได้แรงงานเยอะ เป็นควายหนุ่มฉกรรจ์ กล้ามเนื้อเป็นมัด มีหนอกใหญ่ ใช้เป็นพ่อพันธุ์ ควายหงาน เมื่ออยู่กันเป็นกลุ่มจะแย่งชิงความเป็นผู้นำจ่าฝูง โดยจะต่อสู้หรือชนกันเพื่อ แย่งชิงตัวเมีย เมื่อชนะก็ได้ผสมพันธุ์กับตัวเมีย ควายจะอยู่กับคนถูกเลี้ยงจนเชื่องและมีความเป็นมิตรกับคน คนจะเลี้ยงควายด้วยความรัก เมื่อเลี้ยงสิ่งใดก็รักและผูกพันสิ่งนั้น การสู่ขวัญควาย เป็นการเตือนสติ เตือนจิตเตือนใจ ให้คนมีความกตัญญูกตเวทีรำลึกถึงบุญคุณ ของผู้ที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ตน ว่าเมื่อได้รับผลประโยชน์จากผู้อื่นแล้ว ก็มากระทำการ หรือแสด การ ตอบแทนบุญคุณที่ผู้อื่นได้ทำแก่ตน อย่างเช่น "ควาย" คนได้ใช้แรงงานในการไถคราด พลิกแผ่นดิน อันเป็นของหนักให้ เพื่อหว่าน เพาะปลูกข้าว ปลูกพืชผักในพื้นแผ่นดิน จนคนได้รับผลประโยชน์จาก แรงงานของควาย คือได้ข้าวมาสำหรับบริโภค เลี้ยงชีวิตตนและครอบครัว ในขณะที่คนได้ไถคราดนั้น บางทีได้ดุด่า เฆี่ยนตีควายซึ่งทำไม่ได้ดั่งใจ ทั้งที่กำลังมีแอกต่างคออยู่หนักแสนหนักเหนื่อยแสนเหนื่อย เมื่อคนระลึกนึกถึงบุญคุณของควาย ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณไม่มีส่วนที่ได้รับผลประโยชน์อันใด ชาวนาจึงมีการหาวิธีที่จะ ตอบแทนบุญคุณของควายขึ้น โดยวิธี "สู่ขวัญควาย" ขออโหสิกรรมต่อควาย

     

  • อัตลักษณ์ (ที่โดดเด่น)

     

    ประเพณีการสู่ขวัญควาย เป็นการเตือนสติ เตือนจิต เตือนใจ ให้คนมีความกตัญญูกตเวที รำลึกถึงบุญคุณของผู้ที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ตนว่าได้รับผลประโยชน์อื่นก็มากระทำการ หรือแสดงการตอบแทนบุญคุณ ที่ผู้อื่นได้กระทำแก่ตน อย่างเช่นควายคนได้ใช้แรงงานในการไถคราด พลิกแผ่นดิน อันเป็นของหนัก เพื่อหว่านเพาะปลูกข้าว ปลูกพืชผักในแผ่นดินจนได้รับผลประโยชน์จากแรงงานของควาย คือได้ข้าวสำหรับบริโภคเลี้ยงชีวิต ในขณะที่คนได้ไถคราด บางทีก็ดุด่า เฆี่ยนตีควายซึ่งทำโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่กำลังมีแอกต่างคออยู่ หนักแสนหนัก เหนื่อยแสนเหนื่อยเมื่อคนระลึกบุญคุณของควายซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบุญคุณ ไม่มีส่วนที่ได้รับผลประโยชน์อันใด ชาวนา จึงมีการหาวิธีที่จะตอบแทนคุณของควาย อโหสิกรรมต่อควาย โดยวิธีสู่ขวัญควาย และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสานประเพณีการสู่ขวัญควายให้คงอยู่สืบต่อไปมิให้สูญหาย จังหวัดสระแก้ว โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับโรงเรียนกาสรกสิวิทย์จึงกำหนดจัดทำโครงการฟื้นฟูประเพณีสู่ขวัญควาย จังหวัดสระแก้ว เป็นประจำปีทุกปี

     

  • ความสำคัญและคุณค่าทางสังคมและทางจิตใจที่มีในวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน นั้นๆ

     

    ควายให้คุณแก่ผู้เป็นเจ้าของอย่างมากมาย นอกจากจะช่วยในการไถคราดแล้ว มูลควายยังนำมาใช้ประโยชน์ได้อีก ชาวบ้านจะนำมาทำเสวียน เป็นอุปกรณ์ใส่เก็บข้าวเปลือกชนิดหนึ่งสานด้วยไม้ไผ่รูปทรงกลมเป็นแท่งยาว ขนาดตามความต้องการ หลังสานเสร็จแล้วเอามูลควายผสมดินเหนียว ทาผิวไม้ไผ่ทั้งด้านนอกและด้านในตากให้แห้ง เป็นเสวียนที่แข็งแรงทนทานใช้งาน ได้ตลอดไปจนกว่า ไม้ไผ่จะผุ มูลควายเป็นปุ๋ยบำรุงดินในนาข้าว นอกจากนี้ มูลควายยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมงจู้จี้ เด็ก ๆ จะชอบไปขุดในช่วงหน้าหนาว ในเรือกสวนไร่นาก็ประหยัดไม่ต้องใช้เครื่องตัดหญ้า หรือ ยาฆ่าแมลง แต่จะอาศัยให้ควายกินหญ้าทำให้ไม่รก คนมีความผูกพันกับควายถือว่าควายเปรียบเสมือนเป็นสมาชิกผู้หนึ่งในครอบครัว เช่นเดียวกับ หมาแมวของคนในสมัยนี้ ควายยังเป็นเพื่อนเล่นของลูก เด็ก ๆ ในชนบทจะชอบขี่หลังควาย ช่วยหา เห็บหาเหาให้ควาย อาบน้ำให้ควาย ควายก็ให้ความเป็นมิตร สัตว์ทุกชนิดถ้าเราใส่ใจให้ความรักมันก็ทอนคนความรักให้เราเช่นเดียวกัน ในชนบท เวลา 3 - 4 โมงเย็น ก่อนเอาควายเข้าแหล่ง (คอก) เจ้าของโดยเฉพาะเด็ก ๆ จะอาบน้ำให้ควาย โดยขี่หลังควายลงในแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ หนองบึงต่าง ๆ ควายก็จะชอบดำผุดดำว่าย เด็กจะใช้แปรงจากกาบมะพร้าว ลูกบวบแห้ง ฟางข้าว หรือหญ้าแห้งถูทำความสะอาดหลังควาย จนเป็นสีดำมันเงา สบายตัวสบายใจทั้งคนและควาย ในฤดูทำนาหน้าฝน เป็นช่วงใช้แรงงานควาย ชาวนาจะเลี้ยงควายไว้ใต้ถุนบ้าน พอย่ำค่ำใช้ฟืน สุมไฟให้ควายกันยุง ได้ทั้งควายใต้ถุนและคนบนบ้าน เช้ามืดชาวนาจะจูงควายและแบกไถออกไปนา จะไถนาโดยเวียนซ้ายวนเข็มนาฬิกาเพื่อให้ขี้ไถ ออกจากไถเพราะเวลาไถนา ขี้ไถจะออกทางด้านขวา ชาวนาจึงต้องเดินเวียนซ้ายและ ขี้ไถจะช่วยกลบ หญ้าให้เป็นปุ๋ยในนาได้อีก ชาวนาจะไถนาและหมักไว้ 1 เดือน เรียกว่า ดองนา รอจนกระทั่งดินร่วนซุย หญ้าเน่า หลังการไถดองจะมีไส้เดือนขึ้นอยู่ตามขี้ไถ เป็นไส้เดือนสีแดง เด็ก ๆ จะใช้ไส้เดือน เป็น เหยื่อล่อปลา ชาวนาจะสังเกตถ้ามีไส้เดือนปริมาณมากแสดงว่าดินเน่าได้ที่ เหมาะสำหรับการปลูกข้าว แล้วจึงเริ่มคราดนา สมัยก่อนไม่ต้องใช้ปุ๋ย ไส้เดือน กาลเวลา และหญ้า จะช่วยปรับปรุงดินเองตาม ธรรมชาติ

  • การจัดงานเป็นประจำทุกปี

  • วันตามจันทรคติหรือสุริยคติ ในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม ของทุกปี ระยะเวลาการจัด 1 - 2
  • งบประมาณที่ใช้

  • 30,000
  • ได้รับงบประมาณจาก
  • หน่วยงาน/องค์กร (หลัก)

    กระทรวงวัฒนธรรม/จังหวัดสระแก้ว

  • จำนวนเงิน

    30,000

  • -
  • จำนวนเงิน

    -

  • จำนวนคนที่ร่วมงานประเพณี(ในปีที่ผ่านมา)

  • 1,000
  • ผู้จัด

  • หน่วยงานรับผิดชอบหลัก

    1. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว 2. หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

  • ชื่อ – สกุล (เลขานุการคณะกรรมการจัดงาน)

    นางสาวสุภาพร วัชรคุปต์

  • ที่อยู่

    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว

  • โทรศัพท์

    037-425-0329-30

  • โทรสาร

    037-425-030

  • หน่วยงาน/องค์กร/สถาบัน ที่ร่วมจัด

    สนง.วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว,หน่วยงานในก.เกษตรฯ,อบต.ศาลาลำดวน,สนง.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นครนายก

  • การสร้างงานและรายได้

  • มีความสามารถในการผลิตเชิงปริมาณ พร้อมแสดง สาธิตและจำหน่ายในโอกาสต่างๆ

     

  • การสร้างงานและรายได้ (ต่อครอบครัว/ชุมชน)

     


  • pic
     
    วัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว
    วิสัยทัศน์
    "เป็นองค์การที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการงานศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมในพื้นที่
    ภายใต้หลักธรรมาภิบาล”
    แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



    ปฏิทินกิจกรรม
    « มิถุนายน 2564 »
    อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
       1 2 3 4 5
    6 7 8 9 10 11 12
    13 14 15 16 17 18 19
    20 21 22 23 24 25 26
    27 28 29 30
    ดูปฏิทินทั้งหมด


    ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ชั้น ๒ ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าเกษมอำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว

    สายด่วนวัฒนธรรม
    Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม