ข้อมูลวัฒนธรรม >> ศิลปะการแสดง
สรภัญญ์

วันที่ 30 พ.ย. 2560

ความเป็นมา (ภูมิหลัง/ความเชื่อ)
           การขับร้องสรภัญญะเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๑ โดยมีคุณพ่อข่าม ซึ่งท่านบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ท่านมาจำพรรษาที่วัดบ้านเจี่ย โดยมีพระอธิการทองสุขเป็นเจ้าอาวาส คุณพ่อข่ามได้จัดหาเนื้อร้องทำนองพร้อมกับคนขับร้องโดยส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิงสาวแรกรุ่นประมาณ ๔-๕ คน ต่อหนึ่งคณะปัจจุบันใช้ผู้ขับร้องประมาณ ๙-๑๐ คน การขับร้องเป็นกลุ่มนิยมขับร้องในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ประกอบการจัดงานทำบุญสังฆทาน การขับร้องนิยมขับร้องเป็นบทกลอนต่างๆเช่น กลอนบูชาดอกไม้วัตถุประสงค์เพื่อสักการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การแสดงการขับร้องนิยมนั่งกับพื้นเนื่องจากเป็นพื้นที่ศาลาวัด นอกจากจะมีการประกวดขับร้องจึงใช้เวทีเป็นการแสดงขับร้อง กลอนบูชาครูมีความหมายว่าบูชาครูบาอาจารย์ กลอนไหว้ครูเพื่อเป็นการแสดงความเคารพที่มีต่อครูบาอาจารย์ กอลนทั่วไป กลอนลาออกพรรษา กลอนการทำบุญ กลอนลา จะมีบทกลอนต่างๆซึ่งมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป
อัตลักษณ์ (ที่โดดเด่น)
           สรภัญญ์เป็นการสวดมนต์ในทำนองสังโยค คือ การสวดเป็นจังหวะหยุดตามรูปประโยคฉันทลักษณ์ บทสวดจะมีลักษณะเป็นฉันท์หรือกาพย์ก็ได้ แต่ที่นิยมกันมากคือกาพย์ยานีสำหรับเนื้อหาจะเกี่ยวข้องกับศาสนา บาปบุญคุณโทษ นิทานชาดก นอกจากนั้น ก็ยังมีการแต่งกลอนเน้นไปทางศิลปวัฒนธรรม เช่น กลอนถามข่าว โอภาปราศัย ชักชวนให้ไปเยี่ยม การลา หรือไม่ก็อาจจะเป็นวรรณกรรมท้องถิ่นของอีสาน อาทิ เรื่องกล่องข้าวน้อย ฆ่าแม่ เป็นต้น บทสวดสรภัญญ์มักไม่เน้นในเรื่องความรักหรือการเกี้ยวพาราสีของคนทั่วไป เพราะการสวดสรภัญญ์นั้นเกี่ยวข้องกับทางศาสนาและผู้ฝึกสอนเป็นพระภิกษุ จึงไม่ให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักแต่อาจจะมีบางเรื่องเช่น ตอนนางยโสธราพิมพาอาลัยอาวรณ์เจ้าชายสิทธัตถะที่หนีออกบวชที่แสดงความรักสำหรับการสวดสรภัญญ์ในเมืองไทยนั้นมีการสวดมานานแล้ว ตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ ๔ แต่การสวดในยุคนั้นนิยมสวดเป็นภาษาบาลีและมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาโดยตรงไม่มีเรื่องแต่งใหม่เป็นคำไทยผู้ที่สวดจึงมักเป็นพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาที่อ่านภาษาบาลีได้คล่องแคล่วเมื่อการสวดสรภัญญ์ได้รับความนิยมมากขึ้นปราชญ์ทางพุทธศาสนาจึงได้แต่งคำสวดเป็นภาษาไทยให้อุบาสกอุบาสิกาและแม่ชีใช้สวดในวัด เช่น สวดทำวัตรเนื้อหาก็จะได้จากกระทู้ธรรมในพุทธศาสนสุภาษิตและธรรมบท
ความสำคัญและคุณค่าทางสังคมและทางจิตใจที่มีในวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน นั้นๆ
          การสวดสรภัญญ์ นอกจากจะทำให้ผู้ที่สวดได้เข้ามาใกล้ชิดพระศาสนาตั้งแต่วัยเยาว์แล้วในบทสวดยังเป็นบทกลอนที่เป็นประโยชน์ เช่น กลอนบูชาครู กลอนบูชาดอกไม้ กลอนศีล กลอนพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ กลอนบูชาคุณบิดร มารดา ซึ่งล้วนแต่บ่งบอกถึงการรู้คุณกตัญญูรู้จักการขออภัยให้อภัยรู้จักความดีความชั่วซึ่งเป็นยอดแห่งมนุษยจริยธรรมทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีการนำเอาวรรณคดีท้องถิ่นของภาคอีสานมาแต่งเป็นกลอน จึงทำให้ผู้ฟังได้รู้เรื่องนิทานพื้นบ้านต่างๆ ซึ่งเป็นนิทานที่มีคติสอนใจ จึงเป็นการสืบสานไม่ให้นิทานพื้นบ้านต้องสูญหายไปกับกาลเวลาในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งที่ชาวอีสานได้ร่วมใจกันสืบสานการสวดสรภัญญ์ให้คงอยู่ ด้วยการสวดในกิจกรรมวันธรรมสวนะและงานบุญต่างๆ รวมไปถึงได้จัดให้มีการประกวดสวดสรภัญญ์กันอยู่เสมอ มีการแข่งขันตั้งแต่ระดับตำบลจนถึงระดับภาค นอกจากนั้นแล้ว ยังได้ถ่ายทอดให้กับเยาวชนโดยการบรรจุอยู่ในเรียนการสอนวิชาวรรณกรรมท้องถิ่นในโรงเรียนต่างๆ ของภาคอีสานอี
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« มิถุนายน 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ (อาคารศาลาประชาคม) ถนนเทพา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๐๐๐ โทร.๐-๔๕๖๑-๗๘๑๑-๑๒

สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม