ข้อมูลวัฒนธรรม >> องค์ความรู้
ปะกำ

วันที่ 7 ก.พ. 2565

ชุมชนอนุรักษ์วัฒนธรรมปะกำ จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อเรียกในท้องถิ่น ผีปะกำ / ศาลปะกำ
พื้นที่ปฏิบัติ
          บ้านหนองอิไทย ตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง / บ้านประอาง ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง / บ้านกะกำ ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธุ์ /บ้านหนองค้า ตำบลหนองค้า อำเภอพยุห์
สาระสำคัญของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
          ผีปะกำอาเจียง หรือ ผีปะกำ ซึ่งเป็นผีบรรพชนและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ในวิถีชีวิตชาวส่วยหรือชาวกูย กลุ่มชาติพันธุ์พื้นถิ่นที่มีอาชีพจับช้างและเลี้ยงช้าง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งคำว่า "ปะกำ" แปลว่าบ่วงบาศ กับ "อาเจียง" แปลว่าช้าง รวมกันจึงแปลว่า "บ่วงบาศคล้องช้าง" ชาวกูยเชื่อว่าผีปะกำจะสิงสถิตอยู่ในหนังปะกำหรือเชือกปะกำที่ใช้คล้องช้าง ซึ่งทำจากหนังวัวหรือหนังควายและเครือไม้ (ภาษากูยเรียกอะวาลแปรง) นำมาฟั่นเป็นเกลียวเชือกมีความยาว 40 เมตรขึ้นไป ปลายเชือกข้างหนึ่งทำปลอกคู่เป็นบ่วงบาศ มีไว้สำหรับคล้องช้าง ชาวกูยหรือชาวส่วยที่มีการสืบทอดความเชื่อเกี่ยวกับผีปะกำจะทำการสร้างศาลผีปะกำให้ผีปะกำประทับอยู่ โดยมากสร้างอยู่ทางทิศตะวันออกของเรือน เป็นศาลมุงหลังคา มีสี่เสา สูงจากพื้นพอประมาณเพื่อป้องกันไม่ให้เชือกปะกำเสียหายจากความชื้นและสัตว์เลี้ยง บางหลังคาเรือนก็นำขึ้นไปเก็บไว้บนบ้านโดยจังห้องหรือสถานที่สำหรับวางเชือกปะกำเพื่อทำพิธีไหว้บูชาอย่างเป็นสัดส่วน นับถือประดุจพระประจำบ้านสิ่งศักดิ์ประจำเรือน ส่วนใหญ่จะพบว่าผู้ที่จะปรนนิบัติหรือเป็นผู้นำประกอบพิธีบวงสรวงผีปะกำจะเป็นผู้หญิงที่ได้รับความเชื่อถือจากลูกหลานและเครือญาติ
          ระบบความเชื่อเรื่องผีปะกำสะท้อนให้เห็นถึงระบบอำนาจของผู้อาวุโสในสายตระกูลได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ ความเชื่อเรื่องผีปะกำเป็นคติความเชื่อในลักษณะการถ่ายโอนอำนาจจากผีบรรพบุรุษไปสู่ผู้อาวุโสในสายตระกูล ทำให้ผู้อาวุโสได้รับความเคารพเชื่อฟังจากสมาชิกในตระกูล เป็นผู้นำในการประกอบพิธีเซ่นสรวงผีปะกำ รวมทั้งเป็นผู้ที่มีอำนาจสั่งการทุกอย่างในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับผีปะกำ คติความเชื่อเรื่องผีปะกำยังมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับโครงสร้างสังคมส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบทางโครงสร้างเศรษฐกิจและการควบคุมการใช้ทรัพยากรของชุมชน บทบาทของเพศชายและเพศหญิง การจัดระเบียบครอบครัว เครือญาติและสายตระกูล ตลอดจนคติความเชื่อของคนในท้องถิ่นพิธีกรรมความเชื่อเรื่องผีปะกำที่ดำรงอยู่ในชุมชนทุกวันนี้ ยังคงทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนใน ระดับ คือ ระดับครอบครัว และระดับปัจเจกบุคคล ในระดับครอบครัว
ประวัติความเป็นมา
          ชาวศรีสะเกษมีบรรพชนนามว่า "ตากะจะ” เป็นหมอช้างผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนอีสานใต้ ในระดับชั้นครูปะกำที่เรียกว่า "ปฏิยายของปฏิยาย” หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญวิชาคชศาสตร์ คชศิลป์ และคชกรรม เคยจับช้างมาแล้วไม่ต่ำกว่า ๕๐ เชือก เป็นผู้ที่มีเวทมนตร์อาคมแก่กล้าสามารถสื่อสารภาษาช้าง ภาษาผี และสามารถสะกดวิญญาณอาถรรพ์แห่งพงไพรได้ อีกทั้งยังเป็นผู้นำประกอบพิธีกรรมเมื่อออกคล้องช้าง ในพงศาวดาร ฉบับ"พงศาวดารหัวเมืองมณฑลอีสาน” ของหม่อมอมรวงษ์วิจิตร (ม.ร.ว.ปฐม คเนจร) ที่กล่าวโดยสรุปได้ว่า ใน พ.ศ. 2302 ในแผ่นดินของสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 หรือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศน์) ช้างเผือกของพระองค์ได้แตกออกจากโรงช้างต้นในกรุงศรีอยุธยาแล้วเดินทางมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำรัสให้ทหารเอกคู่พระทัยสองพี่น้องคือ สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก พระนามเดิมคือ "ทองด้วง” กับ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท พระนามเดิมคือ "บุญมา” ให้คุมไพร่พลและทหารกรมช้างต้นออกติดตาม จนได้มาพบกับ "ตากะจะ” และเหล่าบรรพชนชาวส่วยเขมรป่าดง จึงสามารถจับช้างเผือกได้ ปัจจุบันถึงแม้ว่าจะพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษจะไม่มีภาพของหมู่บ้านของคนเลี้ยงช้างและไม่มีช้างให้เห็นแล้ว แต่ยังมีลูกหลานชาวศรีสะเกษบางส่วนยังคงมีการสืบทอดรักษาผีปะกำอาเจียง หรือ ผีปะกำ ซึ่งเป็นผีบรรพชนและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ในวิถีชีวิตชาวส่วยหรือกูยจับช้าง กลุ่มชาติพันธุ์พื้นถิ่นที่มีอาชีพจับช้างและเลี้ยงช้างที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งคำว่า "ปะกำ" แปลว่าบ่วงบาศ กับ "อาเจียง" แปลว่าช้าง รวมกันจึงแปลว่า "บ่วงบาศคล้องช้าง" ชาวกูยเชื่อว่าผีปะกำจะสิงสถิตอยู่ในหนังปะกำหรือเชือกปะกำที่ใช้คล้องช้าง ซึ่งทำจากหนังวัวหรือหนังควายและเครือไม้ (ภาษากูยเรียกอะวาลแปรง) นำมาฟั่นเป็นเกลียวเชือกมีความยาว 40 เมตรขึ้นไป ปลายเชือกข้างหนึ่งทำปลอกคู่เป็นบ่วงบาศ มีไว้สำหรับคล้องช้าง ชาวกูยหรือชาวส่วยที่มีการสืบทอดความเชื่อเกี่ยวกับผีปะกำจะทำการสร้างศาลผีปะกำให้ผีปะกำประทับอยู่ โดยมากสร้างอยู่ทางทิศตะวันออกของเรือน เป็นศาลมุงหลังคา มีสี่เสา สูงจากพื้นพอประมาณเพื่อป้องกันไม่ให้เชือกปะกำเสียหายจากความชื้นและสัตว์เลี้ยง บางหลังคาเรือนก็นำขึ้นไปเก็บไว้บนบ้านโดยจังห้องหรือสถานที่สำหรับวางเชือกปะกำเพื่อทำพิธีไหว้บูชาอย่างเป็นสัดส่วน นับถือประดุจพระประจำบ้านสิ่งศักดิ์ประจำเรือน ส่วนใหญ่จะพบว่าผู้ที่จะปรนนิบัติหรือเป็นผู้นำประกอบพิธีบวงสรวงผีปะกำจะเป็นผู้หญิงที่ได้รับความเชื่อถือจากลูกหลานและเครือญาติ
          ปัจจุบันยังคงมีชาวกูยหรือชาวส่วย สามหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ที่ยังคงรักษาและสืบทอดความเชื่อเกี่ยวกับผีปะกำและเก็บรักษา เชื่อกปะกำไว้เพื่อทำพิธีบูชาต่อจากบรรพชน ได้แก่ บ้านหนองอิไทย ตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง / บ้านประอาง ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง / บ้านกะกำ ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธุ์ ชาวกูยหรือชาวส่วยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ จะทำพิธีบวงสรวงผีปะกำช่วงบุญเดือนสิบ และทำพิธีรำสะเองในตระกูลลูกหลานคนเลี้ยงช้างช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตร และยังมีความเชื่อว่า มีวิญญาณสองประเภทที่สถิตอยู่ในเชือกปะกำ อย่างแรกคือ "พระครู" เป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เทียบเท่าเทพยดา และอย่างหลังคือ "ผีบรรพชน" ในสายตระกูลที่เคยเป็นหมอช้าง หรือดวงวิญญาณของบรรพชนที่เคยดำรงตำแหน่งปะกำพืด (ครูบาใหญ่) หมอสะดำ หมอสะเดียง (ควาญช้างที่สามารถขี่คอช้างได้) มะ (ผู้นั่งท้ายช้าง) และดวงวิญญาณสูงสุดของหมอช้าง คือ 'ปฏิยาย' พวกเขาเชื่อว่าผีปะกำให้คุณหรือโทษแก่มนุษย์ได้ จึงต้องทำการเซ่นสรวงบูชาอยู่เสมอ ชาวกูยหรือชาวส่วยจะไหว้ผีปะกำก่อนออกไปคล้องช้าง และเมื่อคล้องช้างได้แล้วก็จะทำการเซ่นไหว้อีกครั้ง ในกรณีเมื่อจะนำช้างออกไปนอกหมู่บ้าน หรือมีลูกหลานเจ็บป่วย ก็จะมีการเซ่นสรวงหรือแก้บนกับผีปะกำ โดยการทำพิธีรำแม่สะเอง เพื่อบวงสรวงขมาดวงวิญญาณบรรพชนและเทพยดาครู ผีปะกำ ที่ยังคงมีชุมชนชาวกูยหรือชาวส่วยสืบทอดรักษาความเชื่อและปรนนิบัติต่อความเชื่อด้วยความนอบน้อมและความเคารพ ยำเกรงต่อบารมีความศักดิ์สิทธิ์ของดวงวิญญาณบรรพชน จึงแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมชาวกูยหรือชาวส่วยที่เคยเป็นพื้นที่จับช้างที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนเป็นการเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบรรพชนนานว่า "ตากะจ๊ะ” และเหล่าบรรพชนท่านอื่นๆ ที่เคยจับช้างเผือกส่งให้กับพระยาจักรี (รัชกาลที่ ๑) ได้อย่างสอดคล้องและเชื่อมโยง
คติพราหมณ์ไทย
          ในราชสำนักไทย มีพราหมณ์จำพวกหนึ่งประกอบพิธีคชกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับช้าง เรียกว่าพราหมณ์พฤฒิบาศ ซึ่งมีต้นสายมาจากเมืองเขมร เดิมนักบวชเหล่านี้นับถือศาสนาหนึ่งต่างหาก เรียกว่าศาสนาพระเทพกรรม ดังปรากฏใน จารึกฐานพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร เมื่อ พ.ศ. ๒๐๕๓ พวกเขานับถือพระครูประกรรม, เทพกรรม หรือเทวกรรม (คือผีปะกำ) เป็นใหญ่ ซึ่งเป็นเทพพื้นเมืองก่อนการรับอิทธิพลจากศาสนาพุทธหรือฮินดู แต่ในกาลต่อมา ศาสนาพระเทพกรรมถูกกลืนเข้ากับศาสนาฮินดูในไทย และอาจเป็นไปได้ว่าพราหมณ์พฤฒิบาศนี้อาจเป็นหมอปะกำหรือครูช้างที่เข้ารีตเป็นพราหมณ์ พราหมณ์พฤฒิบาศจึงถูกเกณฑ์ให้ไปนับถือพระนารายณ์ (คือพระวิษณุ) แทน แต่คงพิธีกรรมเซ่นสรวงบูชาพระเทวกรรมไว้โดยแทรกความเป็นฮินดูไปด้วย พระครูประกรรมมีรูปลักษณ์เป็นบุรุษล่ำสัน นุ่งผ้าเกไล เปลือยอก สวมสายธุหร่ำเฉียงทางอังสะซ้าย โคนแขนสวมวลัย นับถือเป็นพระของหมอและควาญช้าง หลังรับอิทธิพลจากศาสนาฮินดูแล้วจึงสร้างบุคลาธิษฐานด้วยการหยิบยืมรูปลักษณ์ของพระคเณศ ซึ่งเป็นเทพเจ้าของฮินดูมาใช้ กลายเป็นพระเทวกรรม เทพเจ้าแห่งช้าง และพระโกญจนาเนศวร์ เทพผู้ให้กำเนิดช้าง
          "ปะกำ” มีลักษณะที่แสดงถึงอัตลักษณ์ขอมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในลักษณะที่เป็นแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมความเชื่อ และประเพณีท้องถิ่น อีกทั้งยังมีความสำคัญกับเรื่องราวประวัติศาสตร์การสร้างบ้านแปลงเมืองของคนศรีสะเกษ ที่มีการเชื่อมโยงกับตำนานบรรพชนที่เคยร่วมจับช้างเผือกกับเจ้าพระยาจักรี (รัชกาลที่ ๑) เมื่อครั้งก่อนที่จะขึ้นครองราชย์ จนเกิดเป็นตำนาน "ปฏิยาย” นามว่า "ตากะจ๊” ผู้เฒ่าส่วยกูยเขมรป่าดงแห่งดินแดนอีสานใต้
คุณค่าและบทบาทของวิถีชุมชนที่มีต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
คุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สำคัญ
          วัฒนธรรมผีปะกำ ที่ยังคงมีชุมชนชาวกูยหรือชาวส่วยสืบทอดรักษาความเชื่อและปรนนิบัติต่อความเชื่อด้วยความนอบน้อมและความเคารพ ยำเกรงต่อบารมีความศักดิ์สิทธิ์ของดวงวิญญาณบรรพชน แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมชาวกูยหรือชาวส่วยที่เคยเป็นพื้นที่จับช้างที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ ตลอดจนเป็นการเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบรรพชนนานว่า "ตากะจ๊ะ” และเหล่าบรรพชนท่านอื่นๆ ที่เคยจับช้างเผือกส่งให้กับพระยาจักรี (รัชกาลที่ ๑) ได้อย่างสอดคล้องและเชื่อมโยง
          ระบบความเชื่อเรื่องผีปะกำสะท้อนให้เห็นถึงระบบอำนาจของผู้อาวุโสในสายตระกูลได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ ความเชื่อเรื่องผีปะกำเป็นคติความเชื่อในลักษณะการถ่ายโอนอำนาจจากผีบรรพบุรุษไปสู่ผู้อาวุโสในสายตระกูล ทำให้ผู้อาวุโสได้รับความเคารพเชื่อฟังจากสมาชิกในตระกูล เป็นผู้นำในการประกอบพิธีเซ่นสรวงผีปะกำ รวมทั้งเป็นผู้ที่มีอำนาจสั่งการทุกอย่างในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับผีปะกำ คติความเชื่อเรื่องผีปะกำยังมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับโครงสร้างสังคมส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดระเบียบทางโครงสร้างเศรษฐกิจและการควบคุมการใช้ทรัพยากรของชุมชน บทบาทของเพศชายและเพศหญิง การจัดระเบียบครอบครัว เครือญาติและสายตระกูล ตลอดจนคติความเชื่อของคนในท้องถิ่นพิธีกรรมความเชื่อเรื่องผีปะกำที่ดำรงอยู่ในชุมชนทุกวันนี้ ยังคงทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนใน ระดับ คือ ระดับครอบครัว และระดับปัจเจกบุคคล ในระดับครอบครัว
บทบาทของชุมชนที่มีต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
          ปัจจุบันการนับถือ การสืบทอดผีปะกำและการดูแลรักษา "เชือกปะกำ” ในชุมชนบ้านบ้านหนองอิไทย ตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง / บ้านประอาง ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง / บ้านกะกำ ตำบลกฤษณา อำเภอขุขันธุ์ /บ้านหนองค้า ตำบลหนองค้า อำเภอพยุห์ ได้รับดูแลรักษาโดยลูกหลานของแต่ละสายตระกูล การรับรู้ถึงความสำคัญของวิถีวัฒนธรรมจึงเป็นเพียงการรับรู้ผ่านสายตระกูลของผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น บทบาทของชุมชนในระดับผู้นำหรือผู้คนที่อาศัยอยู่ร่วมกันถ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในวงศ์ตระกูลก็จะไม่ได้มีความสนใจหรือร่วมกิจกรรมใดๆในพิธีกรรมความเชื่อผีปะกำ
มาตรการในการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
๑. โครงการ กิจกรรมที่มีการดำเนินงานของรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
          - ยังไม่มีการทำวิจัยเกี่ยวกับผีปะกำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ
          - ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษได้มีการสืบค้น รวบรวมทำทะเบียนครอบครัวที่มีการรักษาเชือกปะกำไว้
          - การดำเนินงานส่งเสริมเพื่อประกาศให้ชุมชนที่มีการสืบทอดวิถีวัฒนธรรมปะกำเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมปะกำ
          - มีการสืบค้นเพื่อทำเป็นเอกสารวิชาการเผยแพร่องค์ความรู้และนำองค์ความรู้เชิงวัฒนธรรมและเชิงประวัติศาสตร์มาพัฒนาต่อยอดเป็นบทละครอิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดศรีสะเกษเพื่อใช้แสดงในงานเทศกาลดอกลำดวนบาน
          - มีการเตรียมจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อสร้างการรับรู้และความภาคภูมิใจต่อมรดกภูมิปัญญาของท้องถิ่นเรื่อง ผีปะกำ วัฒนธรรมจับช้างในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ
มาตรการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่คาดว่าจะดำเนินการในอนาคต
๒.สร้างการรับรู้ผ่านการสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมในรูปแบบของสื่อมัลติมิเดียและสื่อออนไลน์
การส่งเสริม สนับสนุนจากหน่ายงานภาครัฐ หรือภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม
          ปัจจุบันสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวัด และมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ได้ให้ความสำคัญในการสืบค้นและส่งเสริมโดยการรวบรวมจัดทำเบียนรายชื่อครอบครัวผู้สืบทอดวัฒนธรรมผีกะปำ และส่งเสริมการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมวัฒนธรรม
สถานภาพปัจจุบัน
สถานการณ์คงอยู่ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
          เสี่ยงต่อการสูญหายต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน
สถานภาพปัจจุบันของการถ่ายทอดความรู้และปัจจัยคุกคาม
          ปัจจุบันการถ่ายทอดองค์ความรู้จะถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ระบบครอบครัวและเครือญาติผู้นับถือเท่านั้น และปัจจุบันลูกหลานรุ่นหลังมีทั้งส่วนที่ให้ความสำคัญและไม่ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมาพบว่ามีการเลิกนับถือและมีการนำเอาเชือกปะกำไปทำประโยชน์อย่างอื่นเช่น ใช้ทำเป็นเชือก หรือนำไปขายให้กับพ่อค้าที่นิยมทำเครื่องรางของขลัง ถ้าหากไม่ส่งเสริมหรือมีมาตรการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือต่อยอดให้วัฒนธรรมนี้คงอยู่ ต่อไปอาจจะลดจำนวนผู้ปฏิบัตินับถือลงและสูญหายไปตามกาลเวลา เหมือนดังเรื่องราวทางประวัติบุคคลสำคัญที่เคยเป็นปะกำช้างหรือเรื่องราวที่บรรพชนเคยสร้างไว้ลูกหลานรุ่นปัจจุบันอายุ 90 ปีขึ้นไปยังถือบอกว่าเป็นรุ่นเหลนแล้วและจำอะไรไม่ได้แล้ว ความรู้ความทรงจำก็มีแค่ที่เท่าวัยเด็กเคยสัมผัสคือ เคยเห็นแต่ช้างที่เลี้ยงและเคยไปร่วมจับช้างในตำแหน่ง "มะ” คนสุดท้ายของจังหวัดศรีสะเกษ
รายชื่อผู้สืบทอดหลัก
          ๑. นายสุย สุทาวัน อายุ 89 ปี คนจับช้างตำแหน่ง "มะ” บ้านประอาง ต.ปราสาทเยอ อ.ไพรบึง
          ๒. นางมะลิ สุคะตะ อายุ 67 ปี บ้านหนองอิไทย ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง
          ๓. นายสมพงษ์ คุณสิม อายุ 56 ปี บ้านหนองอิไทย ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง
          ๔. นางเสงี่ยม บัวจันทร์ อายุ 72 ปี บ้านหนองอิไทย ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง
          ๕. นางเจอะ สุนันท์ อายุ 64 ปี บ้านหนองอิไทย ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง
          ๖. นายนิคม บัวจันทร์ อายุ 60 ปี บ้านหนองอิไทย ต.สุขสวัสดิ์ อ.ไพรบึง
          ๗. นางสอน โยธา อายุ 92 ปี บ้านกะกำ ต.กฤษณา อ.ขุขันธุ์
          ๘. นางทัน พันธ์จันทร์ อายุ 94 ปี บ้านกะกำ ต.กฤษณา อ.ขุขันธุ์
การยินยอมของชุมชนในการจัดทำรายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
          นายสุย สุทาวัน เป็นผู้สืบทอดมรดกทางภูมิปัญญาการจับช้างตำแหน่ง "มะ” และการนับถือครูปะกำของครอบครัว และถือว่าเป็นคนจับช้างคนสุดท้ายของจังหวัดศรีสะเกษ
 
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
ปฏิทินกิจกรรม
« มิถุนายน 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
    1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ (อาคารศาลาประชาคม) ถนนเทพา อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๐๐๐ โทร.๐-๔๕๖๑-๗๘๑๑-๑๒

สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม