องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ศิลปินดีเด่นฯ
นายอิ่ม จิตต์ภักดี

วันที่ 5 ต.ค. 2556
 

 

นายอิ่ม จิตต์ภักดี

ประวัติชีวิตและผลงาน
นายอิ่ม จิตต์ภักดี
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หนังตะลุง) ประจำปี 2540

ประวัติ

หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เกิดเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2464 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ปีระกา ที่บ้านคลองช้าง ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา บิดาชื่อ นายฉิม จิตต์ภักดี เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี มารดาชื่อ นางพลัด จิตต์ภักดี ชาวบ้านคลองช้าง ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา มีพี่น้อง 2 คน เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1. นางสาวฉิม จิตต์ภักดี (ถึงแก่กรรม) 2. นายอิ่ม จิตต์ภักดี

การศึกษา

ชีวิตในวัยเด็กหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากบิดา และมารดา จนอ่านออกเขียนได้ จึงได้เข้าเรียนที่วัดบางทิง ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา และเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบางกล่ำ (ปัจจุบันคือวัดชลธาราวาส) ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เมื่อ พ.ศ. 2476 พออายุได้ 18 ปี ได้บรรพชาที่วัดบางกล่ำ ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา เป็นเวลา 2 พรรษา สอบได้นักธรรมตรี จึงลาสิกขาบท เมื่ออายุ 21 ปี ก็เข้ารับการเกณฑ์ทหารได้เข้าเกณฑ์ทหารประจำการ ที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 ค่ายพระปกเกล้า ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เมื่อ พ.ศ. 2485 อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ชีวิตครอบครัว

จากการสัมภาษณ์ภรรยาของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ได้กล่าวถึงชีวิตครอบครัวของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ได้สมรสกับนางสาวเนี่ยว คงสม เป็นชาวตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนั้นมีอายุได้ 27 ปี มีบุตรธิดาด้วยกัน 8 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 4 คน มีชื่อเรียงตามลำดับดังต่อไปนี้
1. นางถนอม ชูสวัสดิ์ อาชีพธุรกิจส่วนตัว
2. นายคุณากร จิตต์ภักดี อาชีพธุรกิจส่วนตัว
3. นางชะเอม ฉายกลิ่น อาชีพค้าขาย
4. นายวรานุวัฒน์ จิตต์ภักดี อาชีพรับราชการครู
5. นายธนวัฒน์ จิตต์ภักดี อาชีพรับราชการครู
6. นางเจษฏาภรณ์ เชื้อภูพาน อาชีพรับราชการครู
7. นายเพชรน้ำเอก จิตต์ภักดี อาชีพรับราชการ
8. นางฉะอ้อน ศรีสว่าง อาชีพค้าขาย
ชีวิตครอบครัวหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นผู้ที่เห็นคุณค่าของการศึกษาและยึดมั่นในคุณธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ได้หมั่นเอาใจใส่อบรมสั่งสอนบุตรธิดาให้เป็นผู้ที่รับผิดชอบ ชั่วดี มีความประพฤติที่ดีงามและเหมาะสมกับวัย ได้ส่งเสริมบุตรธิดาทุกคนให้ได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี
 
นายอิ่ม  จิตต์ภักดี

อุปนิสัย

หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นคนที่มีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่ใจหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอและตลอดเวลา โดยเฉพาะด้านธรรมและด้านการเมือง เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือหลายประเภท ทั้งกฏหมาย การเมือง การปกครอง วรรณคดี ตลอดจนหนังสืออื่น ๆ ทั่วไป

เริ่มชีวิตหนังตะลุง

หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) มีความสนใจเกี่ยวกับหนังตะลุงมาตั้งแต่เด็ก โดยปกติจะเป็นคนที่ชอบดูหนังตะลุงมาก เมื่ออายุได้ 12 ปี สามารถเล่นหนังตะลุงได้ โดยเริ่มหัดหนังตะลุงจากการไปชมหนังตะลุงมา หลังจากดูหนังตะลุงมาแต่ละครั้งจะกลับมาทบทวนด้วยตัวเองเสมอ แต่ไม่เคยได้ฝึกหัดแบบจริงจัง หลังจากแต่งงานแล้วเกิดชอบหนังตะลุงขึ้นมาอีก จึงได้ปลูกโรงหัดหนังขึ้นในบ้านโดยไม่มีครู อาศัยประสบการณ์ที่เคยดูหนังมามาก ตลอดจนวัยและความนึกคิดที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จึงทำให้หัดหนังตะลุงได้รวดเร็ว จึงได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหนังหม้ง ซึ่งอยู่ที่บ้านชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง และหนังหม้งได้ครอบครู และยื่นรูปให้ตามธรรมเนียมของนายหนังตะลุงหัดใหม่ที่จะแสดงได้จะต้องมีครู จึงจะถือว่าเป็นนายหนังโดยสมบูรณ์ หนังอิ่มเท่งหัดหนังได้ไม่นานก็ออกโรงแสดงครั้งแรกที่บ้านไทรใหญ่ ตำบลรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ในปี พ.ศ. 2490 ได้รับความนิยมจากคนดูพอสมควร

อาชีพและผลงานการแสดงหนังตะลุง

การเล่นหนังตะลุงอาชีพของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ผลปรากฏว่าหนังอิ่มเท่ง ได้ออกตระเวนแสดงหนังตะลุงไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี และยึดอาชีพการแสดงหนังตะลุงมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 ปี เป็นหนังที่มีชื่อเสียง จึงมีคนรับไปเล่นที่ต่าง ๆ ทั่วภาคใต้ ตลอดจนประเทศมาเลเซีย เล่นจนไม่ค่อยมีเวลาพัก เป็นนายหนังตะลุงระดับแนวหน้าคณะหนึ่งของภาคใต้ โดยมีตัวตลกเอก คือ ไอ้เท่ง เป็นตัวตลกเอก โดยเน้นให้เป็นตัววิพากษ์วิจารณ์สังคมไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา ทำให้ไอ้เท่ง เป็นตัวชูโรงจนเป็นสัญลักษณ์ของหนังคณะนี้มาจนถึงปัจจุบัน

การแสดงหนังตะลุงครั้งสำคัญ

อิ่ม จิตต์ภักดี ได้แสดงหนังตะลุงมาหลายครั้งจนมีชื่อเสียง แต่การแสดงครั้งสำคัญของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) มีอยู่ 3 ครั้ง ด้วยกัน คือ
1. การแสดงที่วัดวาแฉ้ บ้านหนองไทร จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นการแสดงหนังตะลุงแข่งกับ โนราเติม วิน -วาด เป็นครั้งแรก ถือเป็นการแสดงหนังครั้งสำคัญ
2. การแสดงที่งานวัดปากคลอง จังหวัดตรัง ชาวบ้านใกล้เคียงจากบ้านโพรงจรเข้ และบ้านในควน ตลอดจนบ้านสำนักต้นแบก มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก เป็นงานฉลองศาลาการเปรียญ ในงานมีเทศน์มหาชาติทรงเครื่อง ลิเกคณะแก้วราหู จากจังหวัดพัทลุง นับว่าเป็นสนามเปิดตัวอีกครั้ง เป็นการแสดงที่สำคัญถือว่าเป็นงานใหญ่
3. ได้รับเกียรติให้ไปแสดงในงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ ที่สถาบันราชภัฏสงขลา ปี พ.ศ. 2540 ซึ่งมีผู้ชมจากทั่วทุกภาค นอกจากนี้ ยังมีชาวต่างชาติและตัวแทนคณะกรรมการศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา ได้ไปนั่งชมด้วย หลังจากจบการแสดง ได้มีตัวแทนจากคณะกรรมการศูนย์วัฒนธรรม จังหวัดสงขลา มานั่งสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และชื่นชมในผลงานหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง จึงเสนอชื่อและผลงานของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ต่อคณะกรรมการศูนย์วัฒธรรมจังหวัดสงขลา ให้ได้รับรางวัลศิลปินดีเด่น จากสมาพันธ์หนังตะลุง จังหวัดสงขลา
 
นายอิ่ม  จิตต์ภักดี

ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จ

1. ปัจจัยด้านบุคลากร ทำหน้าที่บริหารหนังตะลุงทั้งคณะ เป็นผู้ที่วางตัวได้เหมาะสม นอกเวลาการแสดงจะวางตัวเป็นกันเองกับลูกน้องทุก ๆ คน จึงทำให้เป็นที่เคารพนับถือของลูกน้องเสมอมา
2. ปัจจัยทางด้านดนตรี เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุง ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ใช้ประกอบการแสดงมีเพียง 5 ชิ้น คือ ปี่ เลา ทับ 2 ลูก โหม่ง 1 คู่ และกลองตุ๊ก 1 ลูก จึงทำให้ยังคงรักษาเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
3. ปัจจัยด้านวรรณกรรมหนังตะลุง หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นศิลปินพื้นบ้านประเภทการแสดงหนังตะลุง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังชั้นครู และประพฤติตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ในส่วนของการเป็นนายหนังตะลุงนั้นเป็นบุคคลที่ชอบแสวงหาความรู้แล้วนำความรู้และประสบการณ์มาถ่ายทอดให้ผู้ชมและลูกศิษย์ เพื่อเป็นการสืบสานศิลปะด้านหนังตะลุงเอาไว้ให้กับอนุชนรุ่นหลัง
4. ปัจจัยด้านบทกลอน สำหรับบทกลอนหนังอิ่มเท่ง จะใช้กลอนมุตโต จะใช้กลอนผูกหรือกลอนจำบ้างเล็กน้อย แต่หนังอิ่มเท่งชอบใช้กลอนด้นหรือกลอนมุตโตแทบทั้งสิ้น จะเห็นได้ว่านิยายเรื่องเดียวกัน ถ้าเล่นกลอนด้นหรือมุตโตและไม่แต่งกลอนใดไว้ก่อนผู้ชมจะชมซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ไม่รู้สึกเบื่อ อนึ่ง การเล่นตามบทที่ชาวภาคใต้เรียกว่า กลอนผูกหรือกลอนเรียนนั้น ในวงการศิลปินพื้นบ้าน เชื่อกันว่าเป็นเรื่องสำหรับศิลปินแรกหัดเท่านั้น
 
นายอิ่ม  จิตต์ภักดี

เทคนิคในการแสดงหนังตะลุง

หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) มีเทคนิคในการแสดงหนังตะลุงหลายอย่างที่ส่งผลให้หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมหนังตะลุง เทคนิคหรือกลวิธีในการแสดงหนังตะลุงที่ใช้อยู่ มีดังต่อไปนี้
1). การเลือกเรื่องที่จะแสดง ต้องมีความพิถีพิถัน ด้านการเลือกเรื่องที่จะแสดงมากเป็นพิเศษ โดยจะดูองค์ประกอบหลายด้าน เช่น สถานที่ คนดู เหตุการณ์ ถ้าแสดงในวัดก็จะเลือกเรื่องที่เป็นแนวธรรม
2). ในการแสดงหนังตะลุงต้องมีสมาธิ จิตใจต้องมั่นคง ต้องสวมวิญญาณหรือ ใส่วิญญาณให้ตัวหนังทุกตัว ทำให้รูปหนังดูมีชีวิต ต้องเปลี่ยนเสียงตัวหนังตะลุงและสวมวิญญาณให้ทัน
3). มีการพัฒนาเครื่องดนตรีหนังตะลุงให้มีความทันสมัย ได้นำดนตรีสมัยใหม่ ซึ่งเป็นดนตรีสากล เช่น ออร์แกน ไวโอลิน ขลุ่ย มาใช้ในการแสดงหนังตะลุงเป็นผลให้สามารถครองใจผู้ชมหนังตะลุงรุ่นใหม่ได้

คุณสมบัติส่วนตัวที่ส่งผลให้เป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียง

หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางและผู้ชื่นชอบเป็นจำนวนมาก มีคุณสมบัติส่วนตัวหลายอย่างที่ส่งผลให้เป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมชมชอบของผู้ชมหนังตะลุง
1. มีความเฉลียวฉลาด สร้างศิลปะการแสดง
2. ใฝ่หาความรู้อยู่ตลอดเวลา มีแนวตลกเป็นของตนเอง
3. มีจิตวิทยาในการแสดงหนังตะลุง มีคุณธรรมจริยธรรม
4. มีนิสัยสุขุมและช่วยเหลือสังคม
5. ยึดการแสดงหนังตะลุงเป็นอาชีพ ตั้งใจแสดงหนังตะลุงทุกครั้งให้ดีที่สุด
6. รักษาศิลปะการแสดงอันมีมาแต่โบราณและแสดงให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ชมทั้งด้านความบันเทิง และสาระความรู้ต่าง ๆ ที่นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

การเลือกใช้วรรณกรรมประกอบการแสดงหนังตะลุง

การแสดงหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) มีผลงานที่เด่นชัด คือ ประพันธ์บทหนังตะลุง มีการเลือกใช้วรรณกรรมประกอบการแสดงหนังตะลุง โดยได้ประพันธ์บทหนังขึ้นใช้แสดงเอง และสอดแทรกให้เหมาะสมกับเรื่องที่แสดง วรรณกรรมหนังตะลุงส่วนใหญ่ จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะและคติคำสอนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้แง่คิดและนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน การเลือกผลงานวรรณกรรมประกอบการแสดงหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) จำแนกเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้ 3 ประเด็น คือ
รูปแบบการประพันธ์ หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ได้สร้างผลงานด้านวรรณกรรมหนังตะลุงไว้มาก ผลงานวรรณกรรมที่ประพันธ์ขึ้นส่วนใหญ่ใช้เพื่อแสดงเอง มีรูปแบบคำประพันธ์ที่สำคัญ ๆ จำแนกได้ดังนี้
- ร่ายโบราณ เป็นบทประพันธ์ที่หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุงในบทตั้งธรณีสาร ตอนออกรูปฤาษี ลักษณะการร้องบทกลอน ร้องออกเสียงพึมพำเหมือนร่ายมนต์คาถา
- กาพย์ฉบับ 16 เป็นบทประพันธ์ที่หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุงในบทตั้งออกรูปพระอิศวร การร้องบทกลอนออกเสียงท่วงทำนองแบบเดียวกับการออกฤาษี
- กลอนแปด เป็นบทประพันธ์ที่หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุงในตอนออกรูปกาศ (รูปปรายหน้าบท) บทบรรยายโดยทั่วไป ทำนองการร้องจะค่อนข้างช้า
- กลอนกลบท (หรือกลอนแปด) เป็นบทกลอนที่หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ใช้ถามลีลาบทบาทของตัวละคร เช่น กลบทกบเต้นพันหลักวัว ใช้ตอนออกรูปเทศ (รูปปรายหน้าบท) กลบทสะบัดสะบิ้ง ใช้ตอนออกรูปพระอินทร์ กลบทคำตาย ใช้ตอนออกรูปยักษ์ตอนตั้งเมืองยักษ์
เนื้อหาหรือแนวคิด ในการแสดงหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) จะมีเนื้อหาหรือแนวคิดที่ใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุงที่ครอบคลุมเนื้อหาในหลายด้านที่หนังอิ่มเท่ง นำมาใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุง มีแนวคิดที่สำคัญ ๆ คือ
1. เนื้อหาหรือแนวคิดเกี่ยวกับค่านิยมต่าง ๆ ได้ประพันธ์บทกลอนที่เป็นแนวคิดให้ผู้ชมได้ แง่คิดโดยเสนอเนื้อเรื่องและแนวคิดผ่านทางตัวละคร ชี้ให้เห็นถึงค่านิยมที่คนไทยรับเอาของต่างชาติเข้ามา โดยเฉพาะการแต่งกายมักจะนิยมตามแฟชั่น ซึ่งไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทย ทำให้มองดูไม่สวยงามและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนในปัจจุบัน
2. เนื้อหาหรือแนวคิดเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ประพันธ์เนื้อหาหรือแนวคิดเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้คนไทยเป็นผู้มีความรักและ เทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้คนไทยมีความเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
3. เนื้อหาแนวคิดเกี่ยวกับปัญหาสังคม ได้ประพันธ์บทหนังตะลุงที่มีเนื้อหาหรือแนวคิด ชี้ให้เห็นปัญหาในสังคมได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไม่ว่าเป็นปัญหา ยาเสพติด ปัญหาการข่มขืน ปัญหาการปล้นจี้ ปัญหาการค้าประเวณี
4. เนื้อหาหรือแนวคิดเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ได้ประพันธ์บทหนังตะลุงที่แสดงให้เห็นถึงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้สั่งสม และถ่ายทอดมาให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เช่น การแสดงหนังตะลุง การรำโนรา การแสดงพื้นบ้านต่าง ๆ ของภาคใต้ให้ยังคงมีการสืบทอดต่อไป
5. เนื้อหาหรือแนวคิดเกี่ยวกับคติสอนใจ ได้ประพันธ์บทหนังตะลุงที่เป็นการแสดงให้เห็นถึงแง่คิด ข้อคิดเห็น คติสอนใจ ในการดำเนินชีวิตแก่บุคคลทั่วไปและผู้ทีเป็นนายหนังตะลุง
6. เนื้อหาหรือแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ ได้ประพันธ์บทหนังตะลุงที่แสดงให้เห็นถึงธรรมชาติที่สวยงาม หากได้มีการจัดระบบนิเวศที่ดีเท่ากับเป็นการเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติได้เป็นอย่างดี เช่น สัตว์ป่าได้มีที่อยู่อาศัย กับไม้คงความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้น
กลวิธีเสนอเนื้อหาหรือแนวคิด หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ได้นำกลวิธีเสนอเนื้อมาหรือแนวคิดมาใช้ประกอบการแสดงหนังตะลุง ที่สำคัญ ๆ จำแนกได้ ดังนี้
1. กลวิธีเสนอเนื้อหาหรือแนวคิดสอนแบบตรงไปตรงมา ได้นำบทประพันธ์มาใช้โดยมีวิธีเกี่ยวกับแนวแบบตรงไปตรงมา แนวการสอนจึงมีสองทางคือ ใช้ให้ทำและห้ามไม่ให้ทำ เพื่อให้เห็นถึงความเป็นจริงที่แฝงอยู่ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน ทุกคนจะได้รับในสิ่งที่ตนได้กระทำเท่าเทียมกันทุกคน
2. กลวิธีเสนอเนื้อหาหรือแนวคิดสอนแบบกล่าวประชดประชันเสียดสี โดยได้นำบทประพันธ์ที่มีเนื้อหาสอดแทรกแฝงไปด้วยความจริงที่ว่า ทุกคนจะได้รับในสิ่งที่ตนได้กระทำเท่าเทียมกันทุกคน
3. กลวิธีเสนอเนื้อหาหรือแนวคิดสอนโดยการยกบางสิ่งบางอย่างมาเปรียบเทียบ โดยการยกบางสิ่งบางอย่างมาเปรียบเทียบ เพื่อให้ทุกคนมองเห็นข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ไม่มีสิ่งใดจะยั่งยืนเหมือนความดี
4. กลวิธีเสนอเนื้อหาหรือแนวคิดโดยชี้ให้เห็นสภาพปัญหาที่เป็นอยู่แล้ว จึงสอนให้ปฏิบัติ ได้นำบทประพันธ์ที่มีกลวิธีสอน โดยชี้ให้เห็นสภาพปัญหาที่เป็นอยู่แล้ว จึงสอนให้ปฏิบัติ เพื่อต้องการให้เห็นว่าการกระทำทุกอย่างต้องมีผลเกิดขึ้น

การสืบทอดศิลปะการแสดงหนังตะลุง

การสืบทอดศิลปะการแสดงหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นนายหนังที่ยังคงยึดแบบฉบับการแสดงหนังตะลุงรุ่นเก่า ทั้งนิยายที่นำมาแสดงก็ยังเป็นแนวจักรๆ วงศ์ ๆ เครื่องดนตรี บทกลอน ขั้นตอนในกาแสดง รูปหนัง และบทวรรณกรรม ยังคงใช้รูปแบบโบราณของการแสดงหนังตะลุง ซึ่งจำแนกประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. เครื่องดนตรีและเพลง หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ยังคงใช้เครื่องดนตรีและเพลงแบบดั้งเดิม ทำให้รักษาเอกลักษณ์ด้านดนตรีเอาไว้
2. กลอน ในการแสดงหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) จะเลือกบทกลอนทำนองการขับกลอน ตามแบบโบราณที่ใช้ในการแสดงหนังตะลุง คือ ร่ายโบราณ กาพย์ฉบัง 16 กลอนแปด กลอนกลบท เป็นต้น เพราะกลอนคือ สื่อความไพเราะเพลิดเพลิน เป็นสัญลักษณ์หนังตะลุงอีกอย่างหนึ่ง
3. ขั้นตอนในการเล่น ในการแสดงหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) มีการลำดับ ขั้นตอนในการแสดงตามขนบนิยมไม่เปลี่ยนแปลง คือ การดำเนินขั้นตอนเริ่มจากโหมโรงออกฤาษี ออกโคพระอิศวร ออกกาศ (ปรายหน้าบท) เกี้ยวจอ ตั้งเมือง แล้วจึงดำเนินเรื่อง ธรรมเนียมเหล่านี้ล้วนแสดงร่องรอยของอิทธิพลพราหมณ์ทั้งสิ้น
4. ปฏิภาณ หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นนายหนังที่ใช้บทกลอนด้นแทบทั้งสิ้น เพราะเป็นนิยายเรื่องเดียวกันถ้าเล่นกลอนด้น และไม่แต่งบทกลอนใด ๆ ไว้ก่อนผู้ชมและชมซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่มี วันเบื่อ เล่นหนังด้วยปฏิภาณเป็นหลัก เป็นการเล่นด้วยวิญญาณศิลปิน ไม่มีบทแต่งไว้ (คำเรียน) ทำให้การเล่นเป็นธรรมชาติ มีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
5. รูปและการเชิดรูป เป็นที่ยอมรับของนายหนังและนักดูหนังทั่วไปว่าเต็มไปด้วยลีลาที่เป็นธรรมชาติ มีศิลปะรูปหนังจะเปลี่ยนเป็นรูปใหญ่ไม่ได้ เพราะจะขาดศิลปะในการเชิด
6. กาพย์กลอน หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) มีนิสัยรักการอ่านกลอนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับวรรณคดีจึงสามารถนำบทกลอนที่ไพเราะกินใจ จากวรรณคดีมาสอดแทรกเรื่องให้ได้จังหวะ การอ่านกาพย์ กลอน เป็นประจำจะช่วยให้จำคำไว้ได้มาก
จากการเริ่มแสดงหนังตะลุงของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ประสบความสำเร็จในการแสดงหนังตะลุงอย่างมาก มีลูกศิษย์ที่มาขอสมัครเรียนประมาณ 200 คน ซึ่งการเรียนได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง เนื่องจากการเรียนที่ยากลำบากก็เกิดความท้อทอยและล้มเลิกไป บางคนก็แสดงได้แต่ไม่ค่อยชำนาญมากนัก สำหรับศิษย์ของหนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ที่มีชื่อเสียง มีอยู่ 2 คน คือ หนังโสภณน้อย หนังครูเติม วิธีการถ่ายทอดความรู้เรื่องการแสดงหนังตะลุงให้แก่ ลูกศิษย์ คือก่อนที่จะลงมือสอนอย่างจริงจัง ต้องดูให้แน่ใจเสียก่อนว่าผู้ที่ต้องการจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงหนังตะลุงนั้นมีความสนใจมากน้อยเพียงใด เมื่อเห็นว่ามีความใจและตั้งใจในระยะแรก ๆ ก็จะให้ออกรูปพระฤาษี พระอิศวร ปรายหน้าบท และให้ช่วยหยิบรูปหนังส่งให้ขณะที่พากย์หนังบ้าง แล้วต่อไปก็จะสั่งสอนวิธีการและเทคนิคต่าง ๆ ในการพากย์รูปจนจบสิ้นทุกขบวนการและขั้นตอน
 
นายอิ่ม  จิตต์ภักดี

เกียรติยศที่ได้รับ

หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นผู้ที่มีความสามารถในการแสดงหนังตะลุงอย่างแท้จริง ได้ใช้ชีวิตการเป็นศิลปินอยู่ในแวดวงของการแสดงหนังตะลุงมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี ได้สั่งสมประสบการณ์ด้านหนังตะลุงไว้มาก มีลูกศิษย์และเพื่อนร่วมงานตลอดจนบุคคลทั่วไปที่ท่านรู้จัก จนทำให้ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย ผลงานและรางวัลที่ได้รับดังกล่าวถือเป็นเกียรติยศ ทำให้หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) ได้รับการเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลป การแสดง (หนังตะลุง) ในปี พ.ศ. 2540 และรางวัลต่าง ๆ มากมาย พอสรุปได้ดังนี้
1. กลองทอง ได้รับจากการแข่งขันหนังตะลุงจังหวัดตรัง
2. ขันน้ำพานรอง ได้จากการแข่งขันหนังตะลุงในจังหวัดต่าง ๆ ประมาณ 15 ใบ
3. จอแพร ได้จากการแข่งขันหนังตะลุงในจังหวัดต่าง ๆ ประมาณ 150 จอ
4. ถ้วยเกียรติยศ ได้จากการแข่งขันหนังตะลุงในจังหวัดต่าง ๆประมาณ 150 – 200 ใบ
5. โล่เกียรติยศ ได้จากการแข่งขันหนังตะลุงในจังหวัดต่าง ๆ ประมาณ 15 ใบ
6. เสื้อสามารถ ได้จากการแข่งขันหนังตะลุงในจังหวัดต่าง ๆ ประมาณ 10 ตัว
 
นายอิ่ม  จิตต์ภักดี

ผลงานแห่งความสำเร็จที่มีเกียรติยศสูงสุด

1. ปี พ.ศ. 2540 ได้รับการยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เป็น “ศิลปินพื้นบ้านดีเด่น” สาขาหนังตะลุง
2. ปี พ.ศ. 2540 ได้รับการยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม แห่งชาติ ให้เป็น แห่งชาติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ”สาขาศิลปะการแสดง” (หนังตะลุง)
หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) เป็นนายหนังตะลุงที่มีความสามารถในการเล่นหนังตะลุงเป็นอย่างดียิ่ง ผลงานด้านหนังตะลุงเป็นที่ประจักษ์และยอมรับของคนทั่วไป ทั้งที่เป็นการแสดงหนังตะลุง การถ่ายทอดศิลปะการแสดงหนังตะลุงให้แก่ศิษย์ และการประพันธ์วรรณกรรมเพื่อการแสดงหนังตะลุง จนทำให้เป็นนายหนังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของภาคใต้ และได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (หนังตะลุง) เมื่อปี พ.ศ. 2540 จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญยิ่งในชีวิต
ปัจจุบัน พ.ศ. 2549 หนังอิ่มเท่ง (อิ่ม จิตต์ภักดี) มีอายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4652/3 ถนนไพศาลบำรุง ตลาดควนเนียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา
Date : 26 ส.ค. 2556

 


แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« ตุลาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
ดูปฏิทินทั้งหมด


๖๖๖ ชั้น ๑๕-๒๓ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘

สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม