องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ศิลปินดีเด่นฯ
นายยก ชูบัว

วันที่ 6 ก.ค. 2559

นายยก ชูบัว

ประวัติชีวิตและผลงาน
นายยก ชูบัว
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ประจำปี ๒๕๓๐
ประวัติ
          โนรายก ชูบัว เกิดเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๕ ตรงกับวันเสาร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนสิบเอ็ด ปีจอ ที่บ้านทะเลน้อย ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง มีอาชีพทำนา มารดาชื่อเอี่ยม เป็นชาวบ้านนาพรุ ตำบลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง มีอาชีพทำนาเช่นเดียวกัน หลังจากบิดาและมารดาได้อยู่กันเป็นครอบครัวแล้ว บิดามารดาของโนรายก ชูบัว ได้ไปอาศัยอยู่ที่บ้านทะเลน้อย ตำบลนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของฝ่ายบิดาโดยอาศัยอยู่ร่วมกับปู่และย่า และบิดามารดาก็ยังคงประกอบอาชีพทำนาอยู่เช่นเดิม โนรายก ชูบัว มีตาเป็นโนราที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในสมัยนั้นชื่อ "อ้น” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันทั่วไปในนามของ "โนราถั่วเขียว” ซึ่งโนราถั่วเขียวคนนี้เป็นครูของโนราชื่อดังคนหนึ่งในอดีต คือ ท่านขุนอุปถัมภ์นรากร หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนามของ โนราพุ่มเทวา โนรายก ชูบัว ได้เล่าถึงโนราถั่วเขียวกับท่านขุนอุปถัมภ์นรากร ไว้สรุปได้ว่า ท่านขุนอุปถัมภ์นรากร เคยหัดรำโนรากับโนราถั่วเขียวมาก่อน ตั้งแต่ท่าน ขุนอุปถัมภ์นรากร ยังเป็นเด็กเมื่ออายุได้ประมาณ ๘ ปี โนรายก ชูบัว มักจะได้ยินท่าน เรียกโนราถั่วเขียวว่า "บ่าวอ้น” ซึ่งคำว่า "บ่าว” (พี่) นั้นชาวภาคใต้มักจะใช้เรียกกันระหว่างผู้ที่รู้จักคุ้นเคยสนิทสนมกันเป็นอย่างดี รวมถึงผู้ที่มีความเคารพนับถือกันหรือผู้ที่มีอายุมากกว่า
          โนรายก ชูบัว เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา เมื่อโนรายก ชูบัว มีอายุได้ ๓ ปี บิดามารดาได้แยกทางกัน บิดาไปแต่งงานกับภรรยาคนใหม่ ชื่อนาถ และทั้งคู่ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่บ้านท่าช้าง ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของทางฝ่ายภรรยาและมีบุตรด้วยกันคนเดียวเป็นชาย ชื่อว่า ไข่ดำ ต่อมาบิดาได้แต่งงานกับภรรยาคนใหม่อีกคนหนึ่ง ชื่อ ดำ ซึ่งทั้งคู่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านท่าช้าง ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เช่นเดิม และมีบุตรด้วยกัน ๓ คน ซึ่งมีชื่อเรียงตามลำดับจากคนแรก ดังนี้ เปี๊ยก (หญิง) มาลี (หญิง) มานะ (ชาย)
          โนรายก ชูบัว เป็นบุตรคนเดียวของบิดามารดา เมื่อโนรายก ชูบัว มีอายุได้ ๓ ปี บิดามารดาได้แยกทางกัน บิดาไปแต่งงานกับภรรยาคนใหม่ ชื่อนาถ และทั้งคู่ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่บ้านท่าช้าง ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของทางฝ่ายภรรยาและมีบุตรด้วยกันคนเดียวเป็นชาย ชื่อว่า ไข่ดำ ต่อมาบิดาได้แต่งงานกับภรรยาคนใหม่อีกคนหนึ่ง ชื่อ ดำ ซึ่งทั้งคู่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านท่าช้าง ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เช่นเดิม และมีบุตรด้วยกัน ๓ คน ซึ่งมีชื่อเรียงตามลำดับจากคนแรก ดังนี้ เปี๊ยก (หญิง) มาลี (หญิง) มานะ (ชาย)
          สาเหตุที่โนรายก ชูบัว ได้ชื่อว่า "ยก” เนื่องจากเมื่อตอนที่ท่านเกิดนั้น ท่านเป็นเด็กที่มี สุขภาพไม่ค่อยจะดี บิดามารดาและญาติพี่น้องต่างก็คิดว่าท่านคงจะไม่รอดชีวิตอย่างแน่นอน ทุกคนต่างก็มีความไม่สบายใจเป็นอย่างมาก จึงได้นำท่านห่อด้วยผ้าขาวเพื่อจัดเตรียมจะนำไปฝังแล้ว เมื่อข่าวคราวนี้ได้ล่วงรู้ไปถึงตา ชื่อ "อ้น” หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันทั่วไปในนามของ "โนราถั่วเขียว” ซึ่งเป็นโนราที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในจังหวัดพัทลุงสมัยนั้น โนราถั่วเขียวจึงได้บนบานกับครูหมอตายายโนรา (เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของบรรพบุรุษซึ่งเป็นที่นับถือของโนรา) เพื่อขอให้โนรายก ชูบัว ซึ่งเป็นหลานชายรอดชีวิต โดยได้บนบานไว้ว่า "ถ้ารอดชีวิตแล้วจะให้ออกพรานสักคน” (คือจะให้แสดงโนราสืบทอดต่อไป) เพราะตนเองก็แก่มากแล้วคงจะรำโนราไปได้อีกไม่นาน ดังนั้น เมื่อโนรายก ชูบัว รอดชีวิต โนราถั่วเขียวจึงเชื่อว่าเป็นเพราะอำนาจของครูหมอตายายโนราได้ช่วยชีวิตไว้ ด้วยเหตุนี้เองโนราถั่วเขียว จึงให้ชื่อหลานชายว่า "ยก” ซึ่งหมายถึงการยกให้เป็นลูกของครูหมอตายายโนรานั่นเอง
การศึกษา
          ชีวิตในวัยเด็กของโนรายก ชูบัว หลังจากที่บิดากับมารดาได้แยกทางกันแล้ว และบิดาไปมีภรรยาใหม่ และได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านของทางฝ่ายภรรยาใหม่ที่บ้านท่าช้าง ตำบลเขาชัยสน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โนรายก ชูบัว กับแม่จึงได้อาศัยอยู่กับปู่และย่าที่บ้านทะเลน้อย ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง (ซึ่งเป็นบ้านที่บิดามารดาเคยอาศัยอยู่เดิม) ปู่ของโนรายก ชูบัว ได้สอนหนังสือให้ โนรายก ชูบัว อ่านออกเขียนได้ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน และเมื่ออ่านออกเขียนได้โนรายก ชูบัว จะต้องอ่านหนังสือวรรณคดีให้ปู่ฟังแทบทุกวัน ทำให้โนรายก ชูบัว อ่านหนังสือได้ดีขึ้นตามลำดับจนกระทั่งโนรายก ชูบัว มีอายุได้ ๘ ปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ปู่จึงได้พาโนรายก ชูบัว ไปเข้าเรียนหนังสือ ที่โรงเรียนวัดควนพนางตุง ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ทางโรงเรียนเห็นว่า โนรายก ชูบัว สามารถอ่านออกเขียนได้เป็นอย่างดีมาก่อนแล้ว จึงให้เริ่มเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โนรายก ชูบัว เรียนหนังสือที่โรงเรียนนี้จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน โนรายก ชูบัว ได้เล่าถึงความสนใจในระหว่างที่ท่านกำลังเรียนหนังสืออยู่ที่ โรงเรียนนี้ซึ่งสรุปได้ว่า ในระหว่างที่ท่านกำลังเรียนหนังสืออยู่ในชั้นประถมศึกษานั้นท่านมีความสนใจในการเล่นลิเกป่า (เนื่องจากบิดาเคยเล่นลิเกป่ามาก่อน) อีกทั้งชอบว่าบทกลอนและอ่านหนังสือ วรรณคดีต่าง ๆ จากการที่โนรายก ชูบัว เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนและมีความสามารถในการเล่น ลิเกป่า ดังนั้น เมื่อทางโรงเรียนจัดให้มีงานต่าง ๆ โนรายก ชูบัว มักจะได้รับการคัดเลือกให้แสดงลิเกและท่านมักจะแสดงเป็นตัวนางเงือกในเรื่องที่ลิเกใช้แสดง ซึ่งแสดงให้เห็นได้ชัดว่า โนรายก ชูบัว เป็นผู้ที่มีใจรักทางการรำและการแสดงมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็ก
อาชีพและการทำงาน
          หลังจากที่โนรายก ชูบัว จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนวัดควนพนางตุง ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ต่อมาครูทิม พุฒชู ซึ่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนวัดทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้มาติดต่อขอให้ โนรายก ชูบัว ไปเป็นครูที่โรงเรียนวัดทะเลน้อย เนื่องจากขณะนั้นทางโรงเรียนขาดอัตรากำลังครู โดยได้ตกลงว่าจะให้เงินเดือนท่านเดือนละ ๘ บาท แต่โนรายก ชูบัว ก็ตอบปฏิเสธ เนื่องจากขณะนั้นท่านได้ตัดสินใจที่จะไปรำโนราอยู่กับคณะโนราเลื่อน พงศ์ชนะ ญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายภรรยา เมื่อโนรายก ชูบัว รำโนราเสร็จแล้วท่านจะกลับไปพักอยู่ที่บ้านของท่านเอง โดยท่านจะมีรายได้จากการรำโนราคืนละ๑ บาท (เฉพาะคืนที่รำโนรา) ซึ่งเมื่อรวมรายได้แล้วท่านจะมีรายได้จากการรำโนราเฉลี่ยเดือนละ ๒๐ บาท อีกทั้งท่านเห็นว่าการรำโนราอยู่กับคณะโนราเลื่อน เป็นการฝึกความชำนาญและเพิ่มประสบการณ์ในการรำโนราให้กับตนเองได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้ท่านได้แสดงออกในสิ่งที่ท่านชอบ และเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ท่านมีชื่อเสียงในการรำโนรามากยิ่งขึ้น
          โนรายก ชูบัว ได้รำโนราอยู่ในคณะโนราเลื่อน มาเป็นเวลานาน จนกระทั่งท่านมีอายุได้ ๑๖ ปี (ปีพ.ศ. ๒๔๘๑) ท่านจึงได้ขอแยกตัวจากคณะโนราเลื่อน พงศ์ชนะ มาตั้งคณะโนราของตนเองขึ้น โดยใช้ชื่อคณะโนราของตนเองว่า "โนรายก ทะเลน้อย” ซึ่งเป็นการนำเอาชื่อของตนเองและชื่อบ้านเกิดของท่านมารวมกันเป็นชื่อของคณะโนรา โนรายก ชูบัว ได้รับงานแสดงโนราทั่วเกือบทุกจังหวัดในภาคใต้ และทางภาคกลาง โดยจะรับงานแสดงโนรามากเป็นพิเศษในเขตจังหวัดภูเก็ต พังงา และพัทลุง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่ท่านเคยไปแสดงโนราเป็นประจำเมื่อครั้งอยู่กับคณะของโนราเลื่อน อีกทั้งยังมีความสนิทสนมกับผู้ชมหลายคน โดยเฉพาะมีความสนิทสนมกับ "แม่ยก” เป็นอย่างดี ท่านมักจะแสดงโนราสลับเขตพื้นที่คนละช่วงฤดูกันระหว่างในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและพังงาเขตหนึ่ง กับในเขตพื้นที่จังหวัดพัทลุงอีกเขตหนึ่ง เป็นเวลานานถึง ๔ ปี หลังจากนั้นโนรายก ชูบัว จึงได้เข้าพิธีครอบเทริด (หรือพิธีผูกผ้าใหญ่) โดยมีโนราวัน (เฒ่า) โนราที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งในสมัยนั้นซึ่งอยู่ที่บ้านหลวงครู ตำบลอินคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ทำพิธีครอบเทริดให้ ซึ่งพิธีครอบเทริดนี้ถือว่าเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญมากต่อผู้ที่มีอาชีพเป็นโนรา
          เมื่อโนรายก ชูบัว มีอายุได้ ๒๑ ปี ในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ ท่านได้รับการคัดเลือกด้วยวิธีการจับฉลากเข้ารับราชการเป็นพลตำรวจ ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพัทลุง ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง โดยได้รับเงินเดือน ๆ ละ ๑๑ บาท ๒ สลึง ในระหว่างที่รับราชการตำรวจอยู่นั้น โนรายก ชูบัว ก็ยังคงแสดงโนราควบคู่ไปด้วย เมื่ออายุได้ ๒๔ ปี ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ท่านได้ลาออกจากการรับราชการตำรวจ กลับมาอยู่ร่วมกับภรรยาที่บ้านโคกคราม ตำบลบ้านใหม่ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
          ในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ โนรายก ชูบัว ได้นำคณะโนราเข้าร่วมประชันโนรา ผลปรากฏว่าคณะของโนรายก ชูบัว ได้รับชัยชนะอีก และสามารถชนะในการประชันโนราติดต่อกันถึง ๑๓ ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า โนรายก ชูบัว เป็นผู้ที่มีความสามารถในการรำโนราเป็นอย่างดี จนมีชื่อเสวียงและได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วไปมาก
การอุปสมบท
          เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๖ โนรายก ชูบัว มีอายุได้ ๒๐ ปี ได้อุปสมบทตามประเพณีของผู้ชายทั่วไป ณ วัดควนพันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง โดยมีพ่อท่านแก้ว วัดควนพันแต พ่อท่านคล้าย วัดลนทรา และพ่อท่านนวล วัดประดู่หอม (บน) ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ธมมทินโน” และได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นเวลา ๑ พรรษา จึงลาสิกขาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๖ หลังจากลาสิกขาบท โนรายก ชูบัว ได้ไปที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อเป็นการพักผ่อน ท่านได้เล่าถึงสาเหตุที่ท่านได้กลับไปพักผ่อนที่ภูเก็ตนั้น เนื่องจากท่านมีความคุ้นเคยกับเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างดี ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ท่านแสดงโนราอยู่กับคณะของโนราเลื่อน พงศ์ชนะ อีกทั้งท่านยังมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับบรรดา "แม่ยก” อีกด้วย และหลังจากที่ท่านได้กลับจากการพักผ่อนจากจังหวัดภูเก็ตแล้วท่านก็ได้เข้ารับราชการตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพัทลุง ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ด้านครอบครัว
          เมื่อโนรายก ชูบัว มีอายุได้ ๒๓ ปี ในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งขณะนั้นท่านยังคงรับราชการตำรวจอยู่นั้น ท่านได้สมรสกับนางสาวกล่ำ พงศ์ชนะ (เป็นหลานสาว)ของโนราเลื่อน พงศ์ชนะ ซึ่งเป็นครูโนราของโนรายก ชูบัว ซึ่งเป็นชาวบ้านโคกคราม ตำบลบ้านใหม่ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา หลังจากแต่งงานแล้วท่านได้ย้ายกลับมาอยู่ร่วมกับภรรยาที่บ้านโคกคราม ตำบลบ้านใหม่ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา มาจนถึงปัจจุบัน แต่ท่านกับภรรยาก็ไม่มีบุตรด้วยกัน จึงได้ขอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมและตั้งชื่อให้ว่า "โนรี” โนรายก ชูบัว ได้กล่าวถึงการตั้งชื่อบุตรบุญธรรม ที่ชื่อ "โนรี” ไว้ว่า เมื่อท่านรับเด็กหญิงคนนั้นมาเป็นบุตรบุญธรรมนั้น เด็กหญิงคนนี้ไม่มีชื่อมาก่อน แต่เมื่อท่านได้เห็นหน้าตาที่น่าเอ็นดู ผิวขาว รูปร่างอ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากท่านเป็นโนราที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป จึงตั้งชื่อให้ว่า "โนรี” ซึ่งเป็นชื่อที่มุ่งหมายถึง "โนรา ผู้หญิง’” นั่นเอง ครั้นเมื่อเด็กหญิงโนรีเริ่มเดินได้ โนรายก ชูบัว ก็เริ่มฝึกการรำโนราให้กับเด็กหญิงโนรี โนรายก ชูบัว เดินทางไปแสดงโนราที่ไหนก็มักจะพาเด็กหญิงโนรีไปด้วยเสมอ โดยส่วนใหญ่จะให้เด็กหญิงโนรีได้ออกรำโนราในช่วงท้ายก่อนที่จะปิดการแสดง ซึ่งจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมเป็นอย่างมาก เมื่อโนรีมีอายุ ๔๕ ปี ได้แต่งงานกับ นายครื้น ทิพย์สาลี และเลิกรำโนรา โดยได้ประกอบอาชีพธุรกิจอยู่กับสามีที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
บุคลิกภาพ
          โนรายก ชูบัว เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปว่าเป็นผู้มีอุปนิสัยเยือกเย็น มีจิตใจหนักแน่น พูดจาสุภาพเรียบร้อย และมักจะสอดแทรกคติธรรมให้แก่ผู้ร่วมสนทนาด้วยเสมอ โนรายก ชูบัว ไม่เป็นคนเจ้าชู้ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานสูง เป็นคนตรงต่อเวลา และมักจะไม่แสดงตนในลักษณะอวดรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีเทคนิคในการถ่ายทอดหรือการสื่อสารโดยทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายต่อการเข้าใจ
นอกจากนั้น ท่านยังเป็นผู้ชอบช่วยเหลือเพื่อนบ้าน และสังคมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ถือตัวบุคลิกภาพที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของโนรายก ชูบัว คือ จะไม่เคยแสดงอาการโกรธหรือดุด่าว่ากล่าวให้ร้ายต่อผู้อื่น
แรงดลใจในการแสดงโนรา
          โนรายก ชูบัว เป็นผู้ที่มีความสนใจโนรามาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ได้ฝึกหัดรำโนรามาตั้งแต่อายุยังน้อย และได้ฝึกการรำกับโนราที่มีชื่อเสียงหลายคนในสมัยนั้น จึงทำให้โนรายก ชูบัว เกิดใจรักการแสดงโนราและสามารถแสดงโนราได้ดี จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง การที่โนรายก ชูบัว สนใจในการแสดงโนราเป็นชีวิตจิตใจ เนื่องมาจากเหตุผล ต่อไปนี้
๑). ความเชื่อถือศรัทธาต่อครูหมอโนราว่าได้ช่วยชีวิตของตนตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็ก การที่โนรายก ชูบัว ได้มีชีวิตรอดมาได้เมื่อคราวที่ยังเป็นเด็กนั้น เป็นเพราะเชื่อกันว่าตาอ้นหรือโนราถั่วเขียวได้บนบานไว้ต่อครูหมอโนรา จึงทำให้โนรายก ชูบัว มีความเชื่อและศรัทธาครูหมอโนราเป็นอย่างมาก เมื่อโนรายก ชูบัว รอดชีวิต ซึ่งทุกคนเชื่อว่าเป็นเพราะอำนาจของครูหมอโนรา ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ โนรายก ชูบัว มีความเชื่อถือและศรัทธาต่อครูหมอโนราเป็นอย่างมาก จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความรักและสนใจในการแสดงโนรามาตั้งแต่เยาว์วัย
๒). โนรายก ชูบัว เกิดที่จังหวัดพัทลุง เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในด้านการแสดงพื้นบ้านจังหวัดหนึ่งของภาคใต้ โดยเฉพาะในสมัยนั้น การแสดงโนราและหนังตะลุงเป็นที่นิยมกันแพร่หลายมากในจังหวัดพัทลุง และบริเวณใกล้เคียง สาเหตุนี้โนรายก ชูบัว ได้มีโอกาสเห็นการแสดงโนราอยู่เป็นประจำ ได้เห็นการร่ายรำด้วยท่ารำที่สวยงาม มีจังหวะรุกเร้าใจ จึงทำให้รู้สึกชื่นชอบการแสดงโนรา จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตนเองรักในการแสดงโนราด้วย
๓). โนรายก ชูบัว มีญาติผู้ใหญ่เป็นโนราที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น ซึ่งคนทั่วไปเรียกกันว่า "โนราถั่วเขียว” ได้ฝึกหัดการรำโนราให้แก่โนรายก ชูบัว มาตั้งแต่เยาว์วัย และได้รอดชีวิตมาได้เพราะการช่วยเหลือของครูหมอโนรา จึงทำให้โนรายก ชูบัว รักในศิลปะการรำโนรา
๔). การได้รับความชื่นชมจากโรงเรียนในขณะที่โนรายก ชูบัว เป็นนักเรียน ซึ่งปรากฏว่าโนรายก ชูบัว สามารถรำได้ดีจนเป็นที่ชื่นชมของคณะครูเพื่อนนักเรียน ตลอดจนผู้ชมทั่วไป ส่งผลให้โนรายก ชูบัว เกิดความรักความสนใจในการรำและการแสดง ประกอบกับการที่ได้มีโอกาสพบเป็นการแสดงโนราบ่อยครั้ง และมีญาติผู้ใหญ่เป็นโนรา จึงทำให้ท่านมีความรักและสนใจในการฝึกรำโนรามากยิ่งขึ้น
๕). การได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นอย่างมาก ทำให้โนรายก ชูบัว รู้สึกภาคภูมิใจในการแสดงโนรา และเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้อยากแสดงโนราต่อไป จนในที่สุดท่านได้รับการยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เป็นศิลปินพื้นบ้านดีเด่น สาขาโนราในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ จากหน่วยงานเดียวกัน จึงทำให้โนรายก ชูบัว เกิดความรักในการแสดงโนรามากยิ่งขึ้น
จากมูลเหตุต่าง ๆ ทั้ง ๕ ประการ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ทำให้โนรายก ชูบัว มีความสนใจและรักการแสดงโนราเป็นชีวิตจิตใจ จนยึดการแสดงโนราเป็นอาชีพหนึ่ง และเอาใจใส่ต่อการแสดงโนราเป็นอย่างดียิ่งจนสามารถรำโนราได้สวยงามเป็นที่ชื่นชมแก่ผู้พบเห็นทั่วไป
ผลงานด้านโนรา
          โนรายก ชูบัว เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งของภาคใต้ในฐานะศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ท่านเป็นผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรมตามหลักพระพุทธศาสนาดำรงตนเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัวและต่อสังคม ผลงานด้านโนราของท่านเป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไปมาเป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปี จำแนกผลงานได้ ดังนี้
ผลงานด้านการแสดงโนรา โนรายก ชูบัว เป็นผู้ที่มีผลงานด้านการแสดงโนราที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ โนรายก ชูบัว ไปทำสวนอยู่ที่ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล และเป็น ช่วงเดียวกันกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จไปที่เกาะอาดัง ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายอำเภอควนกาหลงได้ไปเชิญโนรายก ชูบัว เพื่อให้รำถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี การรำโนราหน้าพระที่นั่งในครั้งนั้น โนรายก ชูบัว ได้รำโนราโดยใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที และสมเด็จพระบรมราชชนนี ได้พระราชทานเข็มที่ระลึก ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติในชีวิตที่ได้มีโอกาสรำโนราหน้าพระที่นั่ง โนรายก ชูบัว ได้แสดงโนรามาเกือบตลอดชีวิต จนถือได้ว่าท่านเป็นโนราชั้นครูคนหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีอายุมากขึ้น ได้รับเชิญเป็นวิทยากรสอนศิษย์ตามสถานศึกษาต่าง ๆ แต่ก็ยังคงรักการรำโนราอยู่เป็นชีวิตจิตใจ แม้จะไม่รำโนราแสดงเป็นเรื่อง แต่ท่านก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะรำโนราสาธิตให้คนทั่วไป ได้เห็นการรำโนราที่ถูกต้องตามแบบดั้งเดิมของชาวภาคใต้
          ผลงานด้านการถ่ายทอดศิลปะการรำโนรา การถ่ายทอดศิลปะการรำโนรา นับได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์อย่างหนึ่งที่ผู้ถ่ายทอดนั้นจะต้องมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์แขนงนั้น ๆ เป็นอย่างดียิ่ง โนรายก ชูบัว ก็เป็นผู้หนึ่งที่มีความรู้ความสามารถในด้านโนรารวมทั้งการถ่ายทอดศิลปะการรำโนราให้ผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านได้ถ่ายทอดศิลปะการรำโนราให้กับศิษย์ ทั้งในและนอกสถานศึกษาต่าง ๆ มากมายเป็นเวลากว่า ๕๐ ปีมาแล้ว
ผลงานด้านวรรณกรรมโนรา ผลงานที่เด่นชัดอีกประการหนึ่งของโนรายก ชูบัว คือ การประพันธ์บทโนราหรือการสร้างวรรณกรรมโนรา มีทั้งที่เป็นบทที่ท่านใช้แสดงเองและประพันธ์ให้ผู้อื่นแสดง วรรณกรรมโนราของโนรายก ชูบัว ส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับคติคำสอนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ชมได้แง่คิดและนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน สำหรับรูปแบบคำประพันธ์ส่วนใหญ่ใช้กลอนสุภาพหรือกลอนแปด และกลอนสี่
เกียรติคุณที่ได้รับจากการแสดงโนรา
          โนรายก ชูบัว เป็นผู้มีอัจฉริยะในการรำโนราอย่างแท้จริง ได้ใช้ชีวิตการเป็นศิลปินอยู่ในแวดวงของการแสดงโนรามาเป็นเวลานานกว่า ๕๐ ปี ประสบการณ์ด้านโนรามากมาย มีลูกศิษย์ เพื่อนร่วมงานตลอดจนบุคคลทั่วไปที่รู้จักมากมาย อีกทั้งยังได้สร้างผลงานด้านการแสดงโนราไว้มาก จนทำให้ท่านได้รับรางวัลต่าง ๆ ซึ่งผลงานและรางวัลที่ท่านได้รับดังกล่าวถือเป็นเกียรติยศ ที่ทำให้โนรายก ชูบัว ได้รับการเชิดชูเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เป็นศิลปินแห่งขาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) พอสรุปได้ดังต่อไปนี้
พ.ศ. ๒๕๐๓ รำต้อนรับทูตวัฒนธรรม ๒๕ ประเทศ ที่กรุงเทพ ฯ
พ.ศ. ๒๕๑๘ รำถวายสมเด็จพระบรมราชชนนี ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่เกาะอาดัง ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ซึ่งการรำถวายในครั้งนี้ โนรายก ชูบัว ได้รับ พระราชทานเข็มที่ระลึกจากสมเด็จพระบรมราชชนนี
พ.ศ. ๒๕๑๘ รำเผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๕ โดยมีหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษ โดยโนรายก ชูบัว ได้รับเชิญจากกรมศิลปากร ให้ไป รำโนรา ณ โรงละครแห่งชาติ พร้อมกับขุนอุปถัมภ์นรากร (โนราพุ่ม เทวา) ในการรำครั้งนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ได้ประทานเทริดให้ ๑ ยอด
พ.ศ.๒๕๒๐ รำเผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๑๐ หาดใหญ่
พ.ศ. ๒๕๒๒ รำในงานประชุมต้อนรับอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเอเซียพัทยา จังหวัดชลบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๓ รำเผยแพร่ ณ ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (ผ่านฟ้า ๒) จำนวน ๒ ครั้ง
พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้รับเชิญจากสถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมด้วยโนราอีก ๗ คณะ ไปรำในงาน "มหกรรมโนรา” ที่โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๓๑ รำถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๓๙ รำในงานกาญจนาภิเษก ณ ท้องสนามหลวง และที่ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ
นอกจากการรำโนราครั้งสำคัญ ๆ ข้างต้นแล้ว ยังมีรางวัลเกียรติยศอีกมาย ดังนี้
พ.ศ. ๒๔๘๙ ได้รับผ้าม่านโนราสีสวยสด จาก พ.ต.อ.ขุนพันธรักษ์ราชเดช
พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้รับขันเงิน จากพระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ ในการฉลอง พระไตรปิฏกวัดหาดใหญ่ใน จังหวัดสงขลา
พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้รับเกียรติบัตรจากกรมศิลปากร ในฐานะที่เป็นผู้ให้ความร่วมมือสนับสนุนให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการในด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างดียิ่ง ยังผลให้กรมศิลปากร สำเร็จตามความมุ่งหมายในการทำนุบำรุงด้านศิลปวัฒนธรรม
พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับโล่เกียรติยศจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะที่เป็นผู้อุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์อย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๙ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยการริเริ่มวางพื้นฐานและฝึกสอนโนราให้แก่ข้าราชการ และนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับการยกย่องจากสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็น "ศิลปินพื้นบ้านดีเด่น สาขามโนราห์”
พ.ศ.๒๕๒๙ ได้รับโล่ศิลปินพื้นบ้านดีเด่น สาขามโนราห์ ที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) เป็นผู้ประกาศ โดยได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับการยกย่องจากสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง”(โนรา) ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญยิ่งในชีวิตของท่าน
อุดม หนูทอง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโนรายก ชูบัว สรุปได้ว่า โนรายก ชูบัว เป็นโนราที่มีอายุมากแล้วและมีประสบการณ์เกี่ยวกับโนราเป็นอย่างดี แต่ท่านเป็นคนมีความทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านประพันธ์วรรณกรรมเพื่อใช้แสดงโนราในบทพราน ซึ่งในอดีตนั้นวรรณกรรมโนราในบทพรานนั้นจะมีแต่ความสนุก ขบขัน แต่ท่านสามารถประพันธ์วรรณกรรมโนราในบทพรานให้มีความแปลกใหม่ ให้มีสาระขึ้นมา นับได้ว่าเป็นความทันสมัยในคนแก่ที่มีอายุมากแล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็น "ความไม่ธรรมดา” ท่านเป็นคนที่มีความคิดกว้างไกลกว่าที่คนรุ่นราวคราวเดียวกับท่านที่คิดเกี่ยวกับเรื่องโนรา โดยท่านจะใช้ในเชิงอนุรักษ์เพื่อให้เข้ารูปแบบเดิม เช่น ในการออกพรานท่านจะใช้ลีลาท่าทางในรูปแบบเก่า แต่จะมี ความล้ำหน้าในเรื่องบทกลอนที่ชี้ให้เห็นสภาพสังคม สภาพความเป็นอยู่ อีกทั้งท่านเป็นผู้ที่มีวิธีการจัดการสอนรำโนราได้อย่างเป็นระบบจากศิลป์จนกลายเป็นศาสตร์ นับได้ว่าโนรายก ชูบัว เป็นทรัพยากรบุคคลของภาคใต้ที่มีคุณค่าที่มีความรู้ความสามารถในด้านโนราซึ่งเป็นศิลปพื้นบ้านของภาคใต้เป็นอย่างดียิ่ง จึงสมควรที่ได้รับการเสนอให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐
สุดท้ายแห่งชีวิต
          เดือนมิถุนายน ๒๕๔๙ โนรายก ชูบัว ได้ล้มป่วยและได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลระโนด โรงพยาบาลสงขลา เมื่อมีอาการดีขึ้นจึงได้เดินทางกลับบ้าน ต่อมาได้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด ทางบ้านจึงได้นำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลระโนดอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ามีอาการไม่น่าไว้วางใจจึงได้ประสานกับทางโรงพยาบาลระโนด ให้ส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โนรายก ชูบัว ได้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นเวลาประมาณ ๒ อาทิตย์ แพทย์เห็นว่าอาการป่วยได้ทุเลาลงจึงอนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้าน จนเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๔๙ เวลา ๒๑.๓๐ น. โนรายก ชูบัว ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ณ บ้านเลขที่ ๓๘๓ หมู่ที่ ๔ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา รวมอายุได้ ๘๓ ปี ๑๐ เดือน งานพระราชทานเพลิงศพ จัดขึ้นอย่างสมเกียรติศิลปินแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๙ ณ วัดราษฏร์บำรุง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« ตุลาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
ดูปฏิทินทั้งหมด


๖๖๖ ชั้น ๑๕-๒๓ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘

สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม