องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> ศิลปินดีเด่นฯ
นายฉิ้น อรมุต

วันที่ 6 ก.ค. 2559

ประวัติชีวิตและผลงาน
นายฉิ้น อรมุต
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หนังตะลุง) ประจำปี 2532
ประวัติ
          หนังฉิ้น อรมุต หรือ หนังฉิ้น ธรรมโฆษณ์ หรือหนังอรรถโฆษิต เกิดวันที่ 17 กันยายน 2474 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 1 ค่ำ เดือน 10 ปีมะแม ที่บ้านธรรมโฆษณ์ หมู่ที่ 3 ตำบลสทิงหม้อ อำเภอเมืองสงขลา (ปัจจุบันเป็นอำเภอสิงหนคร) จังหวัดสงขลา เป็นบุตรคนที่ 4 ของนายยก และนางแช่ม อรมุต มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 6 คน คือ นายมิตร อรมุต นางฉ้อง อรมุต นางหิ้ว สิตานุโร นายฉิ้น อรมุต นายฉ้วน อรมุต และนางห้อง โมสิกะ นายยก อรมุต ซึ่งเป็นบิดาของหนังฉิ้น อรมุต เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ชาวบ้านยกย่องว่าเป็นปราชญ์ สามารถเขียนกลอนหนังตะลุงได้เป็นอย่างดี
การศึกษา
          หนังฉิ้น อรมุต ได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนวัดธรรมโฆษณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2486 หลังจากจบการศึกษาแล้ว หนังฉิ้น อรมุต ได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองมาตลอด โดยการอ่านหนังสือประเภทต่าง ๆ ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง นวนิยาย ฯลฯ เช่น กามนิต นิทานเวตาล นิทานชาดก นิราศของสุนทรภู่ พระอภัยมณี รามเกียรติ์ ฯลฯ และยังหาความรู้จากสื่ออื่น ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ ตลอดจนการสังเกตพบปะพูดคุย ครั้นเมื่ออายุครบอุปสมบท หนังฉิ้น อรมุต ได้อุปสมบทที่วัดธรรมโฆษณ์ 1 พรรษา ได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัย และความรู้ต่าง ๆ พอจะเป็นพื้นฐานในการครองชีพและการแสดงหนังตะลุง
          สำหรับการหัดหนังตะลุง ของหนังฉิ้น อรมุต เริ่มสนใจการเล่นหนังตะลุงมาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยมีหนังตะลุงเล่นที่ไหนก็จะไปดู ดูแล้วมาฝึกหัดเล่น ประกอบกับบิดาของหนังฉิ้นอยู่ในแวดวงของหนังตะลุง จึงได้สอนเรื่องหนังให้ ครั้งแรกในการหัดเล่นกับจะเล่นกับฝาบ้าน จุดตะเกียงให้เกิดเงา ใช้ฝาแทนจอหนัง ต่อมาจึงมีโอกาสฝึกเล่นบนโรงหนังเล็ก ๆ และฝึกเล่นบนโรงหนังจริง ๆ ที่ วัดธรรมโฆษณ์ ซึ่งมีโรงหนังจริง ๆ ได้ฝึกเล่นอย่างจริงจัง โดยเล่นหนังตะลุงได้ตั้งแต่อายุ 17-18 ปี นอกจากฝึกเล่นหนังเองแล้ว ยังได้ติดตามดูนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น เช่น หนังอ่วม บ้านเก้าบ่อ หนังหนูอิน บ้านดีหลวง หนังเคียง บ้านชิงโค หนังขับ บ้านดีหลวง
ชีวิตครอบครัว
          นายฉิ้น อรมุต เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน พุทธศักราช 2474 ที่จังหวัดสงขลา ปัจจุบันอายุ 59 ปี ได้แต่งงานกับนางเหี้ยว คงสุวรรณ มีบุตรชายหญิงรวม 8 คน คือ นางสุคนธ์ อำภา นายสมปราชญ์ อรมุต นายปรีชา อรมุต นายบุญทัน อรมุต นายบุญญา อรมุต นายบุญเทอด อรมุต นางสาวบุญทิพย์ อรมุต และนายบุญมา อรมุต ต่อมานางเหี้ยว อรมุต เป็นโรคเบาหวานได้เสียชีวิตลง หนังฉิ้น อรมุต จึงได้แต่งงานใหม่กับนางปราณี ไชยสอน เมื่อ พ.ศ.2534 มีบุตรชายหญิง 2 คน คือ เด็กชายพลวัฒน์ อรมุต และ เด็กหญิงภัทราวดี อรมุต
ชีวิตครอบครัวของหนังฉิ้น อรมุต ราบรื่นสงบสุข หนังฉิ้น เป็นคนขยัน ประหยัด ไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุขใดๆ ภรรยาของหนังฉิ้น อรมุต ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน บุตรชายทุกคนได้รับการศึกษา ประกอบอาชีพที่สุจริต มีฐานะที่มั่นคง

เริ่มชีวิตหนังตะลุง
          หนังฉิ้น อรมุต เริ่มสนใจหนังตะลุงมาตั้งแต่ยังไม่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชอบดูหนังตะลุงเป็นชีวิตจิตใจ โดยเริ่มเล่นหนังด้วยเรื่องที่จดจำจากหนังอื่น ๆ พร้อมกันก็หัดแต่งเรื่องเองด้วย เมื่ออายุ 18 ปี หนังฉิ้น อรมุต ได้มอบตัวเป็นศิษย์ของหนังขับ บ้านดีหลวง ซึ่งเป็นนายหนังตะลุงที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น ได้รับการครอบมือและถ่ายทอดศิลปะการเล่นหนังจากอาจารย์ หนังขับ บ้านดีหลวง หรือหนังขุนลอยฟ้าโพยมหนเป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันก็ขวนขวายใฝ่หาความรู้ตลอดเวลา จนแตกฉานในศิลปะการแสดงหนังตะลุงอย่างลึกซึ้ง และยึดเป็นอาชีพมาตลอด ต่อมาเมื่ออายุ 47 ปี หนังฉิ้น อรมุต ได้ไปแสดงตนขอเป็นลูกศิษย์ของหนังกั้น บ้านน้ำกระจาย (หนังกั้น ทองหล่อ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงหนังตะลุง) ประจำปี 2529 ซึ่งเป็นนายหนังตะลุงชั้นยอดของภาคใต้ 
          เนื่องจากหนังฉิ้น อรมุต เป็นหนังดีหนังเด่น เล่นหนังเกือบทั่วภาคใต้ ภาคกลางของประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย มีประสบการณ์ในการเล่นหนังตะลุงสูงมาก ประมาณว่าไม่น้อยกว่า 6,000 ครั้ง มีผลงานประพันธ์บทหนังตะลุงที่เลื่องชื่อ จนเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปไม่น้อยกว่า 100 เรื่อง นอกจากนี้ ยังประดิษฐ์ตัวหนังตะลุงที่ใช้แสดงเองทั้งหมด หนังฉิ้น อรมุต เป็นหนังที่ได้ชื่อว่าเป็นหนังที่เด่นที่สุดในด้านบทกลอนสด สามารถเปลี่ยนแปลงกลอนไปได้ตามสถานการณ์อย่างฉับไวทันลูกทันคน มีปฏิภาณไหวพริบยอดเยี่ยม มีทักษะในการใช้ภาษาไทยให้เกิดสุนทรียะในการแสดง การแสดงทุกครั้งจะมีข้อคิดคติสอนใจที่เป็นหลักในการดำเนินชีวิตให้แก่ ผู้ชมด้วย จนเป็นที่ยอมรับนับถืออย่างสูงของบุคคลที่อยู่ในวงการหนังตะลุงและบุคคลทั่วไป
ลักษณะเด่นของหนังฉิ้น อรมุต
          จากการพบปะพูดคุยโดยตรงและพบปะพูดคุยกับลูกศิษย์ของ หนังฉิ้น อรมุต มีคุณลักษณะเด่นดีหลายประการ เช่น มีความรักผูกพันกับธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รู้จักเข้าใจวิสัยโลก คือ รู้จักเข้าใจความจริงของมนุษย์และความจริงของธรรมชาติ นอกจากนี้ด้านภาษา มีลักษณะเด่น คือ มีความสามารถเชิงภาษา สามารถใช้ภาษาไทยได้ไพเราะงดงามทั้งบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง ทั้งบทบรรยายและบทสนทนา สามารถประพันธ์บทหนังตะลุงได้ดีมากทั้งบทหนังตะลุงสั้น ๆ และบทหนังตะลุงที่เป็นเรื่องยาว ๆ เช่น บทเกี้ยวจอ บทปรายหน้าบท ฯลฯ ได้ไพเราะ งดงาม โดยเฉพาะการอุปมาเปรียบเทียบก่อให้เกิดจินตนาการ ขณะเดียวกันก็สะท้อนอัตลักษณ์ของตัวละคร สภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านได้เป็นอย่างดี 


ผลงานของหนังฉิ้น อรมุต
          หนังฉิ้น อรมุต เป็นนายหนังตะลุงที่แสดงหนังตะลุงไม่น้อยกว่า 6,000 ครั้ง เขียนบทหนังตะลุงที่ดีไม่น้อยกว่า 100 เรื่อง มีผลงานที่ดีเด่นมากมายหลายด้าน ดังนี้
ด้านการเขียนบทความ บทกลอนเกี่ยวกับหนังตะลุง
หนังฉิ้น อรมุต ได้เขียนบทความ หรือบทกลอนเกี่ยวกับหนังตะลุงที่สำคัญ เช่น เขียนบทความเรื่อง "ความรู้เรื่องหนังตะลุง” เผยแพร่แก่สมาชิกสมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา นักวิชาการและผู้สนใจ เขียนบทกลอนเรื่อง "ถ้าหากน้องรักจะเล่นจนเป็นหนัง” เป็นเอกสารประกอบการสัมมนาหนังตะลุง 14 จังหวัดภาคใต้ ครั้งที่ 2 วันที่ 10–19 กรกฏาคม 2539 ณ สถาบันราชภัฏสงขลา ซึ่งต่อมาคณะวิจัยในโครงการภูมิปัญญาทักษิณจากวรรณกรรมและพฤติกรรม ได้คัดเลือกให้เป็นเรื่องหนึ่งในวรรณกรรมทักษิณ จำนวน 300 เรื่อง และเขียนบทกลอน "ปกิณกะรามเกียรติ์” ให้แก่สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย เนื่องในวาระที่ประเทศอินเดียจัดแสดงรามายณะในแถบเอเซียอาคเนย์ บทกลอนนี้ได้ตีพิมพ์และจัดแสดง ณ หอศิลปินนานาชาติ เมืองอโยธยา รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย
สำหรับรูปแบบของการใช้คำประพันธ์ในบทร้อง หนังฉิ้น อรมุต จะใช้รูปแบบแบบกลอนแปด หรือกลอนตลาดเป็นพื้น นอกจากนี้ จะใช้กลอนสามห้า กลอนกลบท กลอนพิเศษ และมีการใช้กลอนทอยในจังหวะการเดินเรื่อง ด้านการใช้คำประพันธ์ หนังฉิ้น อรมุต มีศิลปะในการใช้คำประพันธ์ที่มีการเล่นคำซ้อน คำผวน และคำสัมผัส กับการใช้โวหารให้เกิดภาพพจน์ ประกอบด้วย อุปมา อุปลักษณ์ อธิพจน์ และปรพากย์
ด้านการเขียนบทหนังตะลุง
          หนังฉิ้น อรมุต ได้เขียนบทหนังตะลุงไว้ไม่น้อยกว่า 100 เรื่อง เท่าที่สามารถจะรวบรวมต้นฉบับได้ในปี พ.ศ. 2542 มี 82 เรื่อง เช่น กรรมลิขิต ก่อนตะวันจะลับฟ้า ฯลฯ ในการเขียนบทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต ในแต่ละเรื่องจะมีเนื้อหาของบทหนังตะลุงมีองค์ประกอบ คือ โครงเรื่อง ซึ่งหนังฉิ้น อรมุต จะสร้างประเด็นความขัดแย้งไว้ 3 ลักษณะ คือ ความขัดแย้งภายในตัวละคร ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ ทั้งนี้แนวคิดส่วนใหญ่ได้มาจากคำสอนในพระพุทธศาสนา
           นอกจากนี้ หนังฉิ้น อรมุต ยังได้สร้างตัวละครเป็นตัวตลกประจำคณะไว้ตัวหนึ่ง คือ "อ้ายโท่ง” โดยกำหนดให้เป็นน้องชายของ "เท่ง” ตัวตลกของหนังตะลุงที่มีมาแต่เดิม การสร้างตัว "อ้ายโท่ง” นั้นมีลักษณะเฉพาะตัวที่หนังฉิ้นกำหนดให้ คือ ให้เป็นน้องชายของอ้ายเท่ง ซึ่งลักษณะเด่นของ "อ้ายโท่ง” ก็คือ จะเรียกพี่ชายคืออ้ายเท่ง ด้วยสรรพนามว่า "พี่เจ้า” อันเป็นคำเรียกที่คนใต้โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสงขลาใช้เรียกผู้ชายที่บวชแล้วเรียนแล้ว และสึกออกมาเป็นชาวบ้านค่อนข้างจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้มีความรู้ทางโลกทางธรรมอยู่บ้าง และดำรงตนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้านทั่วไป แต่ในบางกรณีคำเรียก "พี่เจ้า” อาจถูกนำไปเรียกในเชิงล้อเลียนตามแต่กรณี ลักษณะการสร้างมุขตลกของ "อ้างโท่ง” ก็คือ การพูดจาเข้าทำนองพูดเรื่องหนึ่งไปออกอีกเรื่องหนึ่ง โดยลากเข้าหาเรื่องที่พูดได้อย่างแยบยลชวนให้คนฟังคล้อยตามแล้วจบลงด้วยเหตุการณ์ หรือเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นที่ยกมาเป็นหัวเรื่องเลย "อ้ายโท่ง” จึงเป็นเสมือนเด็กที่ไม่มีใครถือสาหาความ หรือเอาเรื่องเอาราวอะไรมากนัก แต่ก็ไม่มีใครรังเกียจด้วยว่าไม่ได้ให้ร้ายใครให้เสียหาย ส่วนบทสนทนา ในบทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต ได้สะท้อนและแสดงลักษณะนิสัยของตัวละครอย่างแยบยล และสะท้อนสภาพทางสังคมและวัฒนธรรมพื้นบ้านไว้หลายด้าน ได้แก่ ด้านความเชื่อ ค่านิยม การเมืองการปกครอง
 
อาชีพ ประเพณีและการละเล่นพื้นบ้าน
ด้านการสงเคราะห์สังคม
หนังฉิ้น อรมุต เป็นบุคคลที่ได้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมหลายประการ เช่น
1). เป็นสมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา มาตั้งแต่เริ่มตั้งชมรมมาจนถึงปัจจุบัน
2). เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่องหนังตะลุง แก่ที่ประชุมสัมมนาตลอดจนผู้ที่สนใจหลายครั้งที่เด่น ๆ เช่น เป็นวิทยากรบรรยายความรู้เรื่องหนังตะลุงแก่นักศึกษาวิชาเอกภาษาไทย สถาบันราชภัฏสงขลา เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องหนังตะลุงแก่นิสิตปริญญาโทวิชาเอกไทยคดีศึกษามหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้าน แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง การอนุรักษ์พัฒนา หนังตะลุงแก่สมาชิกสมาพันธ์หนังตะลุง จังหวัดสงขลา เป็นวิทยากรในการสัมมนาวัฒนธรรมพื้นบ้านในหัวข้อ "เท่งเสวนา” ที่สถาบันราชภัฏสงขลา
3). เป็นประธานกรรมการคัดเลือกศิลปินดีเด่นจังหวัดสงขลา สาขาศิลปะการแสดง
4). เป็นประธานกรรมการโรงเรียนวัดธรรมโฆษณ์ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
5). เป็นกรรมการโรงเรียนสงขลาวิทยาคม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
6). เป็นกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
7). เป็นกรรมการสำนักวัฒนธรรม วิทยาลัยเมืองหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
8). มอบต้นฉบับบทหนังตะลุงทุกเรื่อง ให้สำนักศิลปะวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏสงขลา เพื่อเป็นวิทยาทานและการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาชาวบ้าน
คุณความดีที่ควรแก่การยกย่อง
          ปี พ.ศ. 2544 นายฉิ้ว ทิพย์วารี ปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดสงขลา ผู้แต่งบทหนังตะลุงที่เด่นยิ่งของภาคใต้ บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม (ด้านวรรณศิลป์) ของจังหวัดสงขลา กล่าวยกย่องบทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต ว่า "บทหนัง (ตะลุง) ของหนังฉิ้น อรมุต เป็นบทหนัง (ตะลุง) ที่ดี กลอนดี เรื่องดี มีเหตุผล สอนดีไม่สูงเกินไป ตลกดี ไม่ลามก ไม่นอกเรื่อง”
          ปี พ.ศ. 2544 อ้วน เจียรบุตร ศึกษานิเทศก์เขตการศึกษา 2 ยะลา ผู้สนใจหนังตะลุง ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดรายการ "สืบสานตะลุงศิลป์” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 หาดใหญ่ กล่าวยกย่องบทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต ว่า "บทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต ดีเด่นหลายประการ เช่น กลอนลงตัว ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ได้ความดี เห็นภาพชัดเจน เช่นว่า "นายโกศักดิ์ถูกยิงล้มกลิ้งตาย” เนื้อเรื่องน่าสนใจให้แง่คิดคุณธรรม จริยธรรมแก่ผู้ฟัง ชื่อเสียงลงตัวสามารถบอกสารัตถะของเรื่องได้ทันที เช่น ฝนหลงฟ้า ดอกฟ้าละอองดิน มัจจุราชเจ้าเล่ห์ ฯลฯ การดำเนินเรื่องกระชับทันใจ เนื้อหาทันยุคทันสมัย แต่ไม่ทิ้งขนบธรรมเนียมหนังตะลุง ใช้ศัพท์ ถูกต้องงดงามมีบทตลก สมเหตุสมผลและมีลักษณะเฉพาะตน”
          ปี พ.ศ. 2544 หนังนครินทร์ ชาทอง อาจารย์สอนวิชาภาษาไทย โรงเรียนวัดเลียบ ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ประธานชมรมหนังตะลุงจังหวัดสงขลา และเป็นนายหนังตะลุงผู้มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับการยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติว่า เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาศิลปะการแสดงหนังตะลุง กล่าว ยกย่องบทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต ว่า "เรื่องของหนังฉิ้น อรมุต” ชวนติดตาม มีเอกภาพ มีสาระ มีคติธรรม ตลกได้เหมาะสม มีศิลปะในการตลกไม่ลามก
          ปี พ.ศ. 2544 หนังผวน สำนวนทอง (ผวน เส้งนนท์) น ยหนังตะลุงผู้มีชื่อเสียงของจังหวัดพัทลุง ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง กล่าวยกย่องบทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุตว่า " บทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต เป็นบทหนังตะลุงที่ดี คือมีความสมเหตุ สมผล พฤติกรรมของตัวละครของหนังฉิ้น อรมุต จะมีเหตุผลที่สามารถจะอธิบายได้ เนื้อหาสลับซับซ้อน ชวนติดตาม กระชับ บทตลกดีไม่ตลกนอกเรื่องเลย บทกลอนน่าสนใจ เนื้อเรื่องทันสมัย แต่ก็ไม่ทิ้งรูปแบบของหนังตะลุง”
          ปี พ.ศ. 2544 หนังสุภาพ ชุมยวง อาจารย์สอนภาษาไทย โรงเรียนวัดบ่อทรายเจริญธรรม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา นายหนังตะลุงผู้มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม (การแสดงหนังตะลุง) ของจังหวัดสงขลา กล่าวยกย่องบท หนังตะลุงของ หนังฉิ้น อรมุต ว่า "บทหนังตะลุงของหนังฉิ้น อรมุต มีเรื่องดีน่าติดตามกลอนดีหาตัวจับยาก บทสอนง่าย ๆ ประทับใจ บทตลกพอดีไม่ลามกไม่ออกนอกเรื่อง”
          ปี พ.ศ. 2546 คณะกรรมการสภาประจำสถาบันราชภัฏสงขลา พิจารณาว่านายฉิ้น อรมุต (หนังฉิ้น อรมุต) เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม ได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในรายวิชาต่าง ๆ ตามหลักสูตรสภาสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2543 หลายวิชาเป็นที่ประจักษ์ชัด จึงมีมติอนุมัติปริญญาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ให้แก่นายฉิ้น อรมุต (หนังฉิ้น อรมุต)
เกียรติคุณที่ได้รับ
           หนังฉิ้น อรมุต ได้สร้างสรรค์ผลงานที่ดีมีคุณค่าไว้เป็นจำนวนมากเป็นที่ประจักษ์ ได้แสดงหนังตะลุงครั้งที่สำคัญหลายครั้ง คือ
          ปี พ.ศ. 2518 แสดงหนังตะลุงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส และพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานนามหนังฉิ้น อรมุต ว่า "หนังอรรถโฆษิต” ซึ่งแปลว่า "คณะหนังตะลุงที่ประกาศความดี”
          ปี พ.ศ. 2532 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ยกย่องหนังฉิ้น อรมุต ว่าเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรมศิลปะการแสดง (หนังตะลุง)
          ปี พ.ศ. 2532 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ยกย่องหนังฉิ้น อรมุต เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หนังตะลุง) โดยมีคำประกาศเกียรติคุณว่า ดังนี้
มีความสนใจหนังตะลุงอย่างจริงจังมาตั้งแต่วัยเด็กได้เรียนรู้ทั้งกระบวนการรูปแบบ และศิลปะการแสดงหนังตะลุงอย่างลึกซึ้งและแตกฉาน ท่านได้ยึดเป็นอาชีพตลอดมา รวมแล้วแสดงหนังมาไม่น้อยกว่า 5,200 ครั้ง ทั้งในต่างประเทศและต่างประเทศ มีความสามารถเป็นเลิศในการเขียนบทหนังตะลุงเป็นที่เลื่องลือและยอมรับโดยทั่วไป นอกจากนี้ท่านยังประดิษฐ์ตัวหนังตะลุงที่ใช้แสดงเองเกือบทั้งหมด นอกจากจะเป็นผู้มีไหวพริบ ปฏิภาณยอดเยี่ยม และมีทักษะในการใช้ภาษาให้เกิดสุนทรียะในการแสดงแล้ว การแสดงทุกครั้งยังฝากข้อคิดที่เป็นคติสอนใจและเป็นหลักในการดำเนินชีวิตให้แก่ผู้ชมอีกด้วย จนเป็นที่ยอมรับและเคารพนับถือแก่บุคคลที่อยู่ในวงการหนังตะลุงและบุคคลทั่วไปเป็นอย่างสูง เคยแสดงหนังตะลุงหน้าพระที่นั่งถึง 2 ครั้ง จนได้รับพระราชทานนามว่า "หนังอรรถโฆษิต” ในปี 2518
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« ตุลาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
ดูปฏิทินทั้งหมด


๖๖๖ ชั้น ๑๕-๒๓ ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘

สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม