แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว >> สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ชุมชนคุณธรรมวัดบางใบไม้

วันที่ 24 พ.ค. 2563

ประวัติวัดบางใบไม้
 
วัดบางใบไม้ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2325 ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเกิดจากการรวมวัด 2 วัด คือ วัดนอกและวัดใน ตามประวัติคือ ชุมชนบางใบไม้เป็นชุมชนเก่าแก่เริ่มแรกของชาวในบาง มีความเป็นมายาวนานกว่าสองร้อยปี สมัยพระยาตากสินยกทัพมาตีเมืองนครศรีธรรมราช ขุนประจันศึกประชิดซึ่งเป็นทหารคู่ใจของเจ้าเมืองนครฯ รักษาหัวเมืองทางด้านทิศเหนือเห็นว่าพระยานครสู้ทัพพระยาตากสินไม่ได้ จึงสั่งให้ทหารลงเรือเพื่อจะหนีพระยาตากสิน ขุนประจันศึกประชิดพร้อมทหารคู่ใจและครอบครัวหลบหนีมาทางแม่น้ำหลวง ผ่านบ้านดอนเพื่อจะไปเมืองไชยา แต่ปรากฏว่าเมืองไชยาก็โดนพระยาตากสินยกทัพมาตีแตก ขุนประจันศึกประชิดจึงถอยร่นลงมาในลำคลองเล็กๆ ซึ่งเหมาะกับการตั้งบ้านเรือน โดยสร้างบ้านหลังใหญ่ประมาณห้าหลัง และตั้งชื่อว่าหมู่บ้านใหญ่และกลายเป็นตำบลบางใบไม้ในปัจจุบัน ศูนย์กลางทางสังคมของประชาชนในชุมชนก็คือวัดบางใบไม้ วัดบางใบไม้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชุมชนแห่งนี้เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และสิ่งหนึ่งที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบางใบไม้ และคนในภาคใต้ก็คือ หลวงพ่อข้าวสุข ซึ่งเปรียบได้กับที่คนในภาคกลางนับถือศรัทธาหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อข้าวสุขสร้างราวปี พ.ศ. 2433 – 2446 เมื่อวัดใกล้เสร็จสิ้นและอหิวาตกโรคผ่านพ้นไป แต่ผู้คนยังหวาดกลัวและไม่กล้ากลับมาอยู่ในบางอีก หลวงพ่อขำเจ้าอาวาสวัดบางใบไม้ในขณะนั้นจึงได้สร้างพระพุทธรูปปางสมาธิ มีส่วนประกอบเป็น 9 สิ่งมงคล รวมถึงข้าวสุกก้นบาตรด้วย ทำพิธีปลุกเสกในวัดบางใบไม้เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านไม่กลัวภูตผีและปิศาจที่ชาวบ้านสมัยนั้นเชื่อกันว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คนตายเป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าโรคห่า จากนั้นก็มีคนปั้นข้าวสุกขึ้นมาพอกต่อเติมหลวงพ่อองค์เดิมและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาจึงมีการหล่อทองแดงหุ้มองค์หลวงพ่อข้าวสุขในปางสมาธิเพื่อกันมด กันแมลงที่มากัดกิน
ความเชื่อเกี่ยวกับพ่อข้าวสุข
 
หลวงพ่อข้าวสุขนั้นมีพุทธลักษณะแตกต่างจากพระพุทธรูปในปางสมาธิทั่วไป เพราะมีลักษณะหลังโค้งงอไปข้างหน้าเนื่องจากหลวงพ่อองค์เดิมที่ปั้นด้วยข้าวมีลักษณะเช่นนี้ การเขียนคำว่า ข้าวสุข ที่สะกดด้วย ข.ไข่นั้น ก็ด้วยความเชื่อที่ว่า ข้าวแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ สุข ก็คือความอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากทุกข์โศก โรคภัย เป็นปริศนาธรรมที่แฝงมากับหลวงพ่อข้าวสุข พระพุทธรูปที่ชาวบางใบไม้ศรัทธาเลื่อมใสมานานเกือบ ๒๐๐ ปี
ประวัติหลวงพ่อขำ
 
ประวัติหลวงพ่อขำ จริง ๆ ยังหาไม่พบ เพราะเวลาผ่านไปเกือบสองร้อยปีแล้ว จะหาหลักฐานจากคนรุ่นร่วมสมัยเดียวกันคงยาก เหลือแต่คำบอกเล่าเก่า ๆ เท่านั้น ส่วนรูปของท่านจริง ๆ ก็หาไม่ได้ บังเอิญได้พบในงานมงคลของผู้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เวลาผ่านมา 80 ปีกว่าแล้วจึงขอมาถ่ายทำใหม่ แต่รูปเหลือเพียงซีกเดียวเท่านั้น ตอนนั้นท่านอายุในราว 78-80 ปีแล้ว บวกกับเวลาที่อยู่ในรูปอีก 80 ปี ก็คงนานพอดู ทราบแต่เพียงว่าท่านมีวิชาอาคมแก่กล้าและได้เดินทางไปธุดงค์หาความวิเวกมาหลายต่อหลายแห่ง ครั้งสุดท้ายได้มีผู้นิมนต์ให้ท่านมาจำพรรษาที่วัดพุทธชี หรือวัดโพธิ์ชี ต่อมาเกิดโรค อหิวาต์ระบาด ท่านจึงย้ายวัดมาอยู่ข้างใน จึงเป็นวัดบางใบไม้ ในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน ถือว่าท่านเป็นผู้สร้างวัดบางใบไม้หรือเรียกว่า เป็นบิดาของวัดบางใบไม้ก็ไม่ผิด
เมื่อหลวงพ่อท่านดับ ชาวบางใบไม้จึงได้พร้อมใจกัน สร้างเจดีย์เป็นอนุสาวรีย์ ไว้หน้าอุโบสถและต่อมาได้ทรุดโทรมลงมาก ครอบครัวนายเสริม น้ำเพชร ได้บูรณะขึ้นมาใหม่ จึงขออนุโมทนาสาธุการในความดีครั้งนี้ด้วย
สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยววัดบางใบไม้
 
ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ประมาณ เก้าโมงเช้า ถึงสี่โมงเย็น จะมีตลาดน้ำ ชื่อ ตลาดน้ำบางใบไม้ประชารัฐ ที่ชาวบ้านในชุมชนจะนำสินค้า มาจำหน่าย ทั้งขนม พืชผัก กุ้ง หอย ปูปลาที่ตกมาสดๆ รวมถึงผลิตที่ชาวบ้านในชุมชนรวมกลุ่มกันพัฒนาขึ้น เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำส้มจาก น้ำตาลมะพร้าว
ตลาดน้ำประชารัฐ บางใบไม้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
 
ตลาดน้ำบางใบไม้ประชารัฐเป็นตลาดน้ำซึ่งทางชุมชนได้เนรมิตสวนมะพร้าวให้เป็นตลาด จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์บริเวณวัดบางใบไม้ มีสินค้าตั้งแต่อาหารพื้นบ้าน ขนมไทย อาหารทะเล ผักผลไม้ รวมถึงอาหารประจำถิ่น ที่เน้นใช้วัสดุธรรมชาติเป็นภาชนะในการใส่อาหาร พร้อมจัดที่ให้นั่งบริเวณเลียบๆ ลำคลองให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรับประทานในบรรยากาศร่มรื่นผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติแมกไม้สีเขียว แตกต่างจากตลาดน้ำที่อื่นๆ นอกจากนี้ ภายในตลาดน้ำดังยังมีจุดชมวิวอันสวยงาม จุดเลี้ยงปลาสวาย จุดถ่ายภาพ ร้านซีฟู้ดริมคลอง รวมถึงมีการแสดงพื้นบ้าน "หนังตะลุง” จากเยาวชนบางใบไม้ ซึ่งเป็นการแสดงท้องถิ่นหาชมได้ยาก และยังมีกิจกรรมล่องคลองร้อยสายด้วยเรือแจว เพื่อชมวิถีชีวิตและความงามของพื้นที่น้ำคลองร้อยสายในราคาแสนย่อมเยาอีกด้วย ภายในตลาดน้ำ จะเป็นแผงลอยจากชาวบ้านชุมชนใกล้ๆ มาตั้งซุ้มขายของหลากหลาย และซุ้มแผงลอยภายในสวนของกำนันสาว เดินข้ามสะพานเข้าไปวนรอบสวนกำนันที่ขายของแล้วข้ามสะพานออกมาทางวัด จะพบกับร้านขนมจีนชายคลองแม่มณฑา เป็นร้านที่ลูกค้าสามารถตักเองและมีน้ำยาให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกน้ำยา แกงป่า หรือ แกงไก่
สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวตลาดน้ำบางใบไม้ประชารัฐ
 
สิ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวตลาดน้ำฯ วันอาทิตย์คือ ล่องเรือแจว ชมวิวธรรมชาติ ชมอุโมงค์ทางจาก ตลอดแนวคลองจะมีทางจากพาดออกมาเหมือนเป็นซุ้มตลอดทาง ค่าบริการ 20 บาท มีให้บริการวันละ 6 เที่ยว ใช้เวลาเที่ยวละประมาณ 30 นาที โดยนักท่องเที่ยวทุกคนที่ลงเรือจะต้องใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ หากเป็นช่วงเดือน 11 เดือน 12 น้ำจะขึ้นในสวนกำนัน ชาวบ้านที่มาต้องเดินลุยน้ำซื้อของกันสนุกสนาน สมกับชื่อตลาดน้ำ
คลองร้อยสาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
 
ประวัติ "คลองร้อยสาย” เป็นชื่อเรียกของลำน้ำเล็กๆ ที่แตกแขนงมาจากแม่น้ำตาปีซึ่งมีคลองเล็กคลองน้อยนับร้อยคลอง คลองร้อยสายประกอบไปด้วยพื้นที่ 6 ตำบลของอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ได้แก่ บางใบไม้ บางชนะ คลองฉนาก บางไทร คลองน้อย และบางโพธิ์ ชุมชนเหล่านี้เป็นชุมชนชนบทที่แฝงอยู่ในอำเภอเมืองที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงและทำสวน "บางใบไม้” ตำบลนี้อยู่ในบริเวณที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า "ในบาง” คือพื้นที่ที่มีคลองเล็กคลองน้อยจำนวนกว่าร้อยสายเชื่อมโยงกัน ไหลไปออกแม่น้ำตาปี ชุมชนเก่าแก่ริมคลองแห่งนี้มีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงแม่น้ำลำคลองมาตั้งแต่ในอดีต ชีวิตตลอดสองฟากฝั่งคลองยังมีเรือแจวและเรือพายและเรือหางยาวสัญจรอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นสิ่งไม่น่าเชื่อว่าบริเวณใกล้กับตัวเมืองจะยังมีวิถีชีวิตที่มีเสน่ห์เรียบง่ายเช่นนี้อยู่ เมื่อมาบางใบไม้ สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ การล่องเรือสัมผัสวิถีชีวิตชาวในบาง และชมความอุดมสมบูรณ์ของพืชนานาพันธุ์ตลอดแนวสองฝั่งคลอง ฟังเรื่องราวน่าสนใจจากมัคคุเทศก์ชุมชน แวะชมเคล็ดลับการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและสปาที่ผลิตจากมะพร้าว เรียนรู้การทำน้ำส้มจาก และน้ำผึ้งจาก เป็นของดีชุมชนที่สืบทอดภูมิปัญญามาจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากจะได้ท่องเที่ยวอย่างเพลิดเพลินและดื่มด่ำกับบรรยากาศอย่างเต็มที่แล้วยังได้ความรู้อีกด้วย และสิ่งหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของการล่องเรือชมคลองร้อยสายคือ การลอดอุโมงค์ต้นจาก ซึ่งเป็นอุโมงค์จากธรรมชาติที่ต้นจากลู่ใบเข้าหากันเป็นซุ้มยาวหลายร้อยเมตร มีความสวยงาม ร่มรื่น ชวนให้น่าบันทึกภาพเก็บไว้เป็นความประทับใจ สำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การได้มาเยือนคลองร้อยสายน่าจะเป็นที่เที่ยว สุราษฎร์ธานีที่ประทับใจมากที่สุดอีกที่หนึ่ง เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่การล่องเรือชมวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำของชาวบ้านที่ผูกพันอยู่กับสายน้ำอย่างไม่อาจแยกจากกัน
สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวคลองร้อยสาย
 
การชมวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำตาปี อาทิ ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ เป็นตลาดที่รวมรวมสินค้าจากชาวบางใบไม้และชุมชนใกล้เคียงมาวางขาย ทั้งอาหารพื้นบ้าน ขนมหวาน พืชผัก ผลไม้สดจากสวน รวมถึงของพื้นบ้านและของฝากนานาชนิดที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง นอกจากนี้ ยังมีการแสดงพื้นบ้าน "หนังตะลุง” ซึ่งเป็นการแสดงพื้นบ้านจากเยาวชนบางใบไม้ ซึ่งเป็นการแสดงท้องถิ่นที่หาชมได้ยาก ตลาดน้ำเปิดทุกวันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น. บ้านโบราณ 200 ปี ซึ่งเป็นจุดกำเนินของชุมชนบางใบไม้ มีลักษณะเป็นเรือนปั้นหยาแฝด สร้างโดยใช้วิธีการเข้าสลักไม้ยึดโครงสร้างของบ้านแทนการตอกตะปู หลวงพ่อข้าวสุข วัดบางใบไม้ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวบางใบไม้และเป็นที่นับถือของคนทางภาคใต้ เทียบได้กับที่คนภาคกลางนับถือหลวงพ่อโสธร ศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น การน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และการทำน้ำส้มสายชูหมักน้ำตาลจาก น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ OTOP ขึ้นชื่อของชุมชนบางใบไม้ โดยเจ้าของสวนได้นำมะพร้าวที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในชุมชนมาสร้างมูลค่าเพิ่ม แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ "น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์” ไร้สารเจือปนด้วยกรรมวิธีผลิตที่มีมาตรฐาน สามารถใช้ดื่ม กิน บำรุงผิว และนวดเพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับการซื้อเป็นของฝาก น้ำส้มจาก น้ำผึ้งจาก สินค้าชุมชนที่ได้จากการนำน้ำหวานของยอดทะลายจากมาเคี่ยวให้มีรสหวานจนได้ "น้ำผึ้งจาก” หรือหากนำมาใส่ยีสต์และหัวเชื้อ หมักจนได้ที่ ก็จะกลายเป็น "น้ำส้มจาก” สินค้าชุมชนที่มาจากกรรมวิธีผลิตแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน สามารถดื่มกินเพื่อบำรุงสุขภาพ หรือนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงประกอบอาหารได้ นอกจากการล่องเรือชมวิถีชีวิตพื้นบ้านริมคลองในตอนกลางวันแล้ว ในยามค่ำคืนก็ยังมีบริการล่องเรือชมหิ่งห้อย ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณคลองร้อยสายอีกด้วย ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ หากนักท่องเที่ยวไม่ได้ต้องการเหมาลำล่องเรือชมคลองร้อยสายนานร่วม 2 ชั่วโมง เพียงแค่ต้องการถ่ายภาพ ชมไฮไลต์อุโมงค์จาก ในระยะเวลาสั้นๆ และราคาเบาๆ เพียง 20 บาท นักท่องเที่ยวก็สามารถใช้บริการเรือแจวนำเที่ยวที่ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ที่จะมีทุกๆ วันอาทิตย์ได้เช่นกัน ทั้งนี้ จำกัดเพียงวันละ 6 เที่ยว
ภูมิปัญญาของ ”สวนลุงสงค์” แห่งเมืองสุราษฎร์ธานี ที่ต่อยอดจากมะพร้าวพืชประจำถิ่นมาเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ "น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น” จนได้รับความนิยมกันทั่วไป

"สวนลุงสงค์” แห่งบางใบไม้ ลุ่มน้ำตาปี เป็นสวนมะพร้าวพันธุ์พื้นเมืองสุราษฎร์ธานี เป็นศูนย์การเรียนรู้การทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ด้วยภูมิปัญญา พิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ คือ มะพร้าวที่สมบูรณ์ที่สุด นำมาสกัดน้ำมัน และใช้กรรมวิธีในการสกัดเย็น ด้วยความประณีตทุกขั้นตอน
โดยรักษาคุณค่าให้คงอยู่ พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จนมีโรงงาน พร้อมทั้งมาตรฐานรับรองต่างๆ มากมาย ด้วยความตั้งใจ อย่างแน่วแน่ ที่จะทำให้ มะพร้าวไทย มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก แบรนด์ "Prow Thai” by...สวนลุงสงค์ เกิดขึ้นจากการต่อยอดจากน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มาสู่นวัตกรรมเครื่องสำอาง โดยใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นสารตั้งต้น เล็งเห็นถึงคุณค่า ที่คนโบราณใช้น้ำมันมะพร้าวในการดูแลตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าและใช้ในการบริโภคเพื่อดูแลสุขภาพ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน
แบรนด์ "พร้าวไทย” (Prow Thai) ถูกออกแบบจากแนวคิดที่ว่า มะพร้าวอยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทย ผลิตภัณฑ์พร้าวไทยเกิดขึ้น เพื่อตอบสนองการใช้การบริโภคในชีวิตประจำวัน น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์มากมายมหาศาล ปราศจากสารเคมีอันตราย มีความปลอดภัยสูง ส่วนผสมทุกตัวได้รับการตรวจสอบมาตรฐาน ผู้บริโภคมั่นใจได้อย่างแน่นอน เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จะทำให้สุขภาพแข็งแรงทั้งภายนอกและภายในอย่างยั่งยืน
การันตีด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) จากกระทรวงเกษตร มาตรฐาน GAP, เกษตรปลอดภัย จากกระทรวงเกษตร OTOP 5 ดาว จากกรมพัฒนาชุมชน , อย. จากกระทรวงสาธารณสุข ,มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จากกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรฐานฮาลาล เพื่อการส่งออก ,มาตรฐานสากล GMP CODEX และมาตรฐาน คาร์บอนฟุตปริ้น กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ประเพณีสำคัญ
ประเพณีลอยกระทงวัดบางใบไม้ ชุมชนวัดบางใบไม้ จัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง "เรืองรอง คลองร้อยสาย ห่มสไบไปบางลอยกระทงสายใบจาก”ต่อเนื่องกัน โดยนำใบจาก วัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในชุมชนมาจักสานมัดด้วยเชือกหัวท้ายคล้ายลำเรือ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน โรยด้วยกลีบดอกดาวเรืองตรงกลางแล้ววางแว่นกล้วยน้ำหว้าปักเทียนไข เชิญชวนผู้ร่วมงานแต่งชุดไทยห่มสไบ ร่วมลอยกระทงแบบเรียบง่ายท่ามกลางความสวยงามสายน้ำในบางกับแสงจันทร์พร้อมล่องเรือชมสายน้ำ อุโมงค์ต้นจากยามค่ำคืน และชมประกวดหนูน้อยนพมาศ ซึ่งจะจัดต่อเนื่องกันมาทุกปี

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« ตุลาคม 2564 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31
ดูปฏิทินทั้งหมด


สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ชั่วคราว)
โรงเรียนศรีมิลินท์อนุสรณ์ ๑๒๐/๒๓๐ หมู่ ๑ ถ.วัดโพธิ์-ในลึก
ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองฯ. จ.สุราษฎร์ธานี
โทร. ๐-๗๗๒๗-๕๔๖๔   โทรสาร. ๐-๗๗๒๗-๕๔๖๕
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม