กระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ ๑๗/๑๑/๒๕๖๓

วธ.ร่วมกับชาวอุตรดิตถ์เชิญเที่ยวงานประเพณีไหลแพไฟ และเทศกาลกินปลา อาหารพื้นถิ่นของกินต้องห้ามพลาด ยิ่งใหญ่ ๔-๕ ธ.ค.นี้ ณ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านหาดสองแคว อุตรดิตถ์ ต่อยอด บวร On Tour


วธ.ร่วมกับชาวอุตรดิตถ์เชิญเที่ยวงานประเพณีไหลแพไฟ และเทศกาลกินปลา อาหารพื้นถิ่นของกินต้องห้ามพลาด ยิ่งใหญ่ 4-5 ธ.ค.นี้ ณ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านหาดสองแคว อุตรดิตถ์ ต่อยอด บวร On Tour สร้างความสุข ความภาคภูมิใจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล 

                นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายในการยกระดับงานประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอดงานวัฒนธรรม สร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้ กับประเทศ จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่ ตลอดสองข้างฝั่งแม่น้ำน่าน มีแพกระชังเลี้ยงปลามากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มีอาหารพื้นถิ่นของกินที่มีเอกลักษณ์ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ วธ. ในการต่อยอด 5 (Food Film Fashion Fighting Festival) ปีนี้จังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อาทิ อบต.หาดสองแคว อบจ.อุตรดิตถ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการปกครอง จึงได้มีการยกระดับงานประเพณีดังกล่าว เปิดงานประเพณีไหลแพไฟ และเทศกาลกินปลา อาหารพื้นถิ่นของกินต้องห้ามพลาด ระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2563 ณ ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านหาดสองแคว ซึ่งเป็นชุมชนคุณธรรมฯ ที่มีการต่อยอด บวร On Tour เป็นหนึ่งใน 100 สุดยอดชุมชนต้นแบบของประเทศไทย โดยมีขบวนไหลแพไฟ พิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรม เทศกาลกินปลาอาหารพื้นบ้านและของกินห้องห้าพลาด ชิม ช้อป แชะ แชร์ ที่ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรมลาวเวียง การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทางวัฒนธรรม CPOT/OTOP ประกวดภาพถ่าย การละเล่นพื้นบ้าน มหรสพลิเก รำวงย้อนยุค การแสดงแสงสีเสียง อันนำมาซึ่งความสุข ความภาคภูมิใจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล ส่งเสริมการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สืบสาน รักษา ต่อยอดงานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม  

                ทั้งนี้ ประเพณีไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติ และพิธีขอบคุณพืชพันธุ์ธัญญาหารและสายน้ำ ได้เริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2541 ในครั้งนั้นมีเพียงแพรูปจำลองเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เพียงแพเดียว ต่อมาในปี 2542 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา จึงได้กำหนดให้ประเพณี ไหลแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ จัดเป็นประจำทุกวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี และเป็นงานประเพณีสำคัญตลอดมา จากนั้นได้มีขบวนเรือเพิ่มขึ้ นเรื่อยๆ โดยตลอดฝั่งมีประชาชนเข้าร่วมชมความสวยงาม ยิ่งใหญ่อลังการเพิ่มขึ้นทุกปี สร้างความสุข ความภาคภูมิใจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนและชุมชนเพิ่มมากขึ้น โดยแพไฟเฉลิมพระเกียรติฯ 7 หลัง ได้แก่ แพหลังที่ 1 เอกองค์อมรินทร์ แพหลังที่ 2 นวมินทร์มหาราช แพหลังที่ 3 ปราชญ์แห่งแผ่นดิน แพหลังที่ 4 อัครศิลปิน แพหลังที่ 5 ภูมินทร์ภัทรราชัน แพหลังที่ 6 คุ้มเกล้าประชาสุขสันต์ แพหลังที่ 7 ราชันแห่งราชา โดยปีนี้ทางจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ขอความร่วมมือผู้ชมงานด้วยวิถีใหม่ (New Normal) สามหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และเว้นระยะทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด -19  




แชร์


Facebook share Twitter share LINE share