กระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ ๒o/๑๑/๒๕๖๓

รมววธ.หนุนประชุมด้านวัฒนธรรมจีน-อาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนร่วมกันสืบสาน รักษาและพัฒนามรดกวัฒนธรรม ชูวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์พร้อมส่งเสริมท่องเที่ยวอาเซียน


 

รมววธ.หนุนประชุมด้านวัฒนธรรมจีน-อาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ประเทศในภูมิภาคอาเซียนร่วมกันสืบสาน รักษาและพัฒนามรดกวัฒนธรรม ชูวัฒนธรรมเป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์พร้อมส่งเสริมท่องเที่ยวอาเซียน

 

          นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวในการบันทึกเทปวิดีทัศน์การกล่าวสุนทรพจน์สำหรับการประชุมด้านวัฒนธรรมจีน-อาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๗ – ๙ ธันวาคม ๒๕๖๓ ณ เมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้แนวคิด"การปกป้อง การสืบทอดและการพัฒนาการท่องเที่ยวด้านมรดกทางวัฒนธรรม (The protection, inheritance, and tourism development of cultural heritage)” ว่า การประชุมด้านวัฒนธรรมจีน-อาเซียน ครั้งที่ ๑๔ เมื่อปี ๒๕๖๒ ณ นครหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้ส่งผู้แทนคือ นายปรเมศร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ไปร่วมประชุมและได้นำผลสรุปจากการประชุมมาสู่การพัฒนาความสัมพันธ์และการดำเนินงานวัฒนธรรมระหว่างไทย จีน และกลุ่มประเทศอาเซียนได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันการประชุมครั้งที่ ๑๕ นี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ปีนี้วธ. ไม่สามารถไปร่วมประชุมได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าด้วยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน-จีนโดยเฉพาะประเทศไทย จะทำให้ความสัมพันธ์และการดำเนินงานด้านวัฒนธรรม รวมทั้งการร่วมกันสร้างความเจริญรุ่งเรืองของกลุ่มประเทศอาเซียน จะมีความยั่งยืนตลอดไป

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า วัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนมีความเจริญรุ่งเรืองตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันมานับพันปีไม่ว่าจะเป็นจีน ไทย และประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนมีความเจริญด้านวัฒนธรรมเพราะได้ร่วมกันสืบสาน รักษาและพัฒนามรดกทางวัฒนธรรมมาโดยตลอด ดังนั้น การพัฒนาและการสานต่อด้านวัฒนธรรมที่ทำให้เกิดสิ่งดีๆในภูมิภาคอาเซียนจึงเป็นสิ่งที่กลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนต้องร่วมกันอนุรักษ์ หวงแหนและพัฒนาสืบสานงานวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป อีกทั้งไทย จีน และประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนมีความสัมพันธ์แนบแน่นทั้งด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม การท่องเที่ยวและการศึกษา โดยเฉพาะไทยกับจีนมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน ซึ่งปีนี้ครบรอบ ๔๕ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับไทย นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองประเทศจะได้เฉลิมฉลองไปด้วยกันโดยเฉพาะด้านความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่ทั้งสองประเทศดำเนินการมาตลอด ทั้งนี้ จีนให้ความสำคัญกับไทยอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้จัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมจีนขึ้น ณ กรุงเทพฯ อีกทั้งสองประเทศเปรียบเหมือนพี่น้องและประชาชนเป็นมิตรต่อกันเพราะไทยมีคนไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจีนสนับสนุนไทยในการสร้างความเจริญมาเป็นอย่างดี  

          นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า การประชุมด้านวัฒนธรรมจีน-อาเซียน ครั้งที่ ๑๕ มุ่งเน้นการอนุรักษ์ สนับสนุนและการพัฒนาการท่องเที่ยวด้านมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนระหว่างไทย จีนและกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะการสร้างความโดดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมาเที่ยวชมมรดกทางวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียนซึ่งในไทยมีมรดกทางวัฒนธรรมมากมายโดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและมรดกโลกทางธรรมชาติทั้งหมด ๕ แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีมรดกโลกทางวัฒนธรรม ๓ แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี ที่ชาวจีนนิยมมาเที่ยวกันมาก รวมถึงแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งอื่นๆไม่ว่าจะเป็นพระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) และวัดสำคัญในภูมิภาค เช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุพนม ทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์แนบแน่นมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญนำไปสู่ความเจริญของประเทศ 

                                                                               ----------------------




แชร์


Facebook share Twitter share LINE share