กระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ ๑๔/o๖/๒๕๖๑

ไทย-เมียนมา จัดแสดงโขน "รามเกียรติ์" ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ ๗o ปี กระชับความสัมพันธ์สองประเทศ



ไทย-เมียนมา จัดแสดงโขน "รามเกียรติ์"

ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 70 ปี กระชับความสัมพันธ์สองประเทศ

 

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 ที่โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ประธานแถลงข่าวจัดกิจกรรมการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เมียนมา โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน เข้าร่วม

          นายวีระ เปิดเผยว่า ประเทศไทย โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมการแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ ณ กรุงย่างกุ้ง กรุงเนปิดอ และเมืองมัณฑะเลย์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 17 -25 มิถุนายน 2561 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เมียนมา อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2491 และปัจจุบันทั้งสองประเทศ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทั้งระดับรัฐบาลและประชาชน มีการพบปะและเยี่ยมเยือนกันอย่างเสมอมา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ จัดขึ้นวันที่ 19 มิถุนายน ณ Yangon National Theater กรุงย่างกุ้ง และวันที่ 21 มิถุนายน ณ Myanmar International Convention Center 2 กรุงเนปิดอ และวันที่ 23 มิถุนายน ณ Mandalay National Theater เมืองมัณฑะเลย์สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง กับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งการแสดงโขนเรื่อง รามเกียรติ์ แบ่งการแสดงเป็น 4 องก์ ได้แก่ องก์ 1 นารายณ์ปราบนนทุก แสดงโดยนักแสดงจากประเทศไทย องก์ 2 พระรามยกศร แสดงโดยนักแสดงจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา องก์ 3 ลักสีดา แสดงโดยนักแสดงจากประเทศไทย และ องก์ 4 ยกรบ แสดงโดยนักแสดงจากประเทศไทย ทั้งนี้ ในส่วนประเทศไทยนั้น ได้นำคณะนาฏศิลป์จากกรมศิลปากรไปจัดการแสดงในครั้งนี้

นายวีระ กล่าวด้วยว่า การแสดงโขนเป็นศิลปะชั้นสูงและเป็นการแสดงที่งดงาม ซึ่งความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของ วธ.ในการใช้มิติทางวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ เสริมสร้างภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศไทยและนำความเป็นไทยสู่สากล รวมถึงจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ด้านต่างๆ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การลงทุนและการส่งออกระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

------------------------------




แชร์


Facebook share Twitter share LINE share