กระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ ๑๑/o๖/๒๕๖๒

บอร์ดภาพยนตร์ฯเผยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในช่วง ๒ ปี สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า ๒ แสนล้านบาท ไทยเป็นผู้นำด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์อันดับ ๕ ในเอเชีย ตั้งเป้าหมายก้าวสู่ระดับโลก


บอร์ดภาพยนตร์ฯเผยขับเคลื่อนยุ ทธศาสตร์ในช่วง 2 ปี สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 2 แสนล้านบาท  

ทยเป็นผู้นำด้านภาพยนตร์และวี ดิทัศน์อันดับ 5 ในเอเชีย ตั้งเป้าหมายก้าวสู่ระดับโลก 

จัดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่ งกรุงเทพฯ 2562 ระหว่างวันที่ 3-8 ก.ค.นี้

         

วันที่ 11 มิ.ย.2562 ที่ห้องประชุม 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์แห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุ มคณะกรรมการภาพยนตร์ฯ ครั้งที่ 2/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบวีดิทัศน์ รายงานผลการขับเคลื่อนยุ ทธศาสตร์การส่งเสริมอุ ตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งรัฐบาลโดย "ทีมประเทศไทย” ที่เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครั ฐและเอกชน ประกอบด้วย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิ จและสังคม และภาคีเครือข่ายต่าง ๆในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยในปี 25602561 สามารถสร้างรายได้ให้แก่ ประเทศไทยรวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และพัฒนาองค์ความรู้และให้ทุ นสนับสนุนทุนการผลิตภาพยนตร์ และวีดิทัศน์กว่า 190 โครงการ

ทั้งนี้  ในปีที่ผ่ านมาคณะกรรมการภาพยนตร์ฯในนามที มประเทศไทยได้เข้าร่ วมงานเทศกาลและตลาดภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ในต่างประเทศ 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส เพื่อเจรจากับนักลงทุนทั่ วโลกและมีมูลค่าการเจรจากว่า 3,800 ล้านบาท รวมทั้งได้ผลักดันให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุ ตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ของอาเซียน  ซึ่งผลจากการดำเนินงานดังกล่ าวได้เพิ่มศักยภาพ ทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้ านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทั ศน์ในกลุ่มอาเซียนโดยอยู่อันดับ 5 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และพร้อมก้าวสู่ระดับโลกอย่างยั่ งยืน 

          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ได้รับรายงานการขออนุญาตเข้ ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่ างประเทศในประเทศไทยและที่เกี่ ยวข้อง ประจำปี พ.ศ.2562  ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ค. มีทั้งหมด 312 เรื่อง และมีประเทศที่เข้ามาถ่ ายทำในไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 53 เรื่อง อินเดีย 45 เรื่อง และจีน 39 เรื่อง ส่วนประเภทภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ ายทำในไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาพยนตร์โฆษณา/ประชาสัมพันธ์ 166 เรื่อง สารคดี 66 เรื่อง และรายการโทรทัศน์ 51 เรื่อง และรายได้จากการเข้ามาถ่ ายทำภาพยนตร์ต่ างประเทศในประเทศไทยรวมกว่า 2,879 ล้านบาท โดยประเทศที่เข้ามาถ่ายทำและสร้ างรายได้จากการเข้าถ่ายทำมากที่ สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือกว่า 761 ล้านบาท ฮ่องกงกว่า 649 ล้านบาทและสหรัฐอเมริกากว่า 475 ล้านบาท  

          นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันที่ประชุมรั บทราบการเตรียมการจัดกิจกรรมส่ งเสริมเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดิทั ศน์ในไทยและต่างประเทศ เช่น การเข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์ และโทรทัศน์นานาชาติ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ประจำปี 2562  ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย.2562 โดยไทยไปจัดคูหาประชาสัมพันธ์ และจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ในงานดังกล่าว และมีภาพยนตร์ไทยที่ผ่านการคั ดเลือกจากผู้จัดงานให้จั ดฉายในงานดังกล่าว ได้แก่ แอปชนแอป ศักรินทร์ ตูดหมึกนคร-สวรรค์, แสงกระสือ และLondon Sweeties การจัดเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่ งกรุงเทพมหานคร 2562 ระหว่างวันที่ 3-8 ก.ค.2562 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งมี 4 กิจกรรมประกอบด้วย 1.จัดฉายภาพยนตร์ 12 เรื่องจาก 13 ประเทศ 2.จัดฉายภาพยนตร์อันทรงคุณค่ าในอาเซียน 3 เรื่องจาก 3 ประเทศ 3.จัดประกวดภาพยนตร์อาเซียน 12 เรื่องจาก 13 ประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัล คือ รางวัล Best ASEAN Film ได้รับรางวัลเงินสด 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล รางวัล Jury Pize ได้รับรางวัล 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัล Special Mention ได้รับรางวัลเงินสด 2,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล 4.จัดฉายภาพยนตร์จาก 3 ประเทศเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และ5.สัมมนาของ Purin Foundation หัวข้อProducing Fist Features ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกั บการผลิตภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก

-----------------------




แชร์


Facebook share Twitter share LINE share