ศาลหลักเมือง

วันที่ 30 ก.ย. 2558

ประวัติความเป็นมา
เดิมจังหวัดยะลามิได้อยู่ในที่ปัจจุบัน ได้โยกย้ายสถานที่ตั้งถึง ๔ ครั้ง ครั้งแรกอยู่ที่ตำบลยะลอกูเบ (อยู่ระหว่างเขตอำเภอยะหากับอำเภอเมืองยะลา) ครั้งที่ ๒ ย้ายตัวเมืองมาตั้งที่ตำบลท่าสาป ริมฝั่งแม่น้ำปัตตานี ครั้งที่ ๓ ย้ายไปตั้งที่ตำบลสะเตง ครั้งที่ ๔ ย้ายมาตั้งที่ตำบลบ้านนิบง อันเป็นที่ตั้งเมืองในปัจจุบัน การที่ต้องย้ายที่ตั้งเมืองบ่อย ๆทำให้ข้าราชการภายใต้การดำริของ พ.ต.อ.ศิริ คชหิรัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาขณะนั้น และประชาชนชาวยะลาได้พร้อมใจกันก่อสร้างหลักเมืองขึ้นที่บริเวณศูนย์วงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด โดยเริ่มวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๕ เวลา ๑๐.๓๐ น. เพื่อเป็นศิริมงคลแก่พี่น้องชาวยะลาจนถึงทุกวันนี้
ความสำคัญต่อชุมชน
หลักเมืองยะลาเป็นสถานที่สำคัญเพราะเป็นเสาหลักของจังหวัดยะลา ทำให้เมืองนครยะลามีความร่มเย็นเป็นสุข ไม่ต้องโยกย้ายสถานที่ไปที่ไหนอีกต่อไป ประชาชนต่างก็ไปกราบไหว้บูชาหลักเมืองกันเป็นนิจ และทุกปีจะมีการจัดงานฉลองสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมือง มีการออกร้านของหน่วยราชการต่าง ๆ มีพ่อค้าประชาชนมาแสดงงานอาชีพมากมาย ตลอดจนมีมหรสพให้ชมกันตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ - ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๕ และยึดถือเป็นงานสมโภชประจำปีตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบัน
ความสำคัญต่อชุมชน
หลักเมืองยะลาเป็นสถานที่สำคัญเพราะเป็นเสาหลักของจังหวัดยะลา ทำให้เมืองนครยะลามีความร่มเย็นเป็นสุข ไม่ต้องโยกย้ายสถานที่ไปที่ไหนอีกต่อไป ประชาชนต่างก็ไปกราบไหว้บูชาหลักเมืองกันเป็นนิจ และทุกปีจะมีการจัดงานฉลองสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมือง มีการออกร้านของหน่วยราชการต่าง ๆ มีพ่อค้าประชาชนมาแสดงงานอาชีพมากมาย ตลอดจนมีมหรสพให้ชมกันตลอดทั้ง ๗ วัน ๗ คืน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ - ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๕ และยึดถือเป็นงานสมโภชประจำปีตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบัน
ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ มีช่างจากกรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบแกะสลักเสาหลักเมือง ลักษณะของเสาเป็นแท่งกลมต้นเสาวัดโดยรอบ ๑๐๕ เซนติเมตร ปลายเสา ๔๘ เซนติเมตร สูง ๑.๒๕ เมตร เสานี้วางอยู่บนฐานซึ่งมีลักษณะกลม แกะสลักลวดลายแบบไทย ลงรักปิดทองรอบฐานชั้นบน และกลาง แกะสลักเป็นรูปนักรบโบราณถือโล่และดาบ กล่าวกันว่า(จากวิญญาณผู้มาเข้าทรง) เป็นวิญญาณของแม่ทัพคนหนึ่งของพระเจ้าตากสินมหาราช ยอดเสาหลักเมืองแกะเป็นรูปพระพรหม มี ๔ หน้า ลงรักปิดทองทั้งองค์ตัวศาลหลักเมืองก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยหินขัดทั้งหลังเป็นรูปจตุรมุขหันหน้าไปตามทิศทั้ง ๔ มีบันไดขึ้นทั้ง ๔ ทิศ รูปลักษณ์ ๔ เหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง หลังคามุงด้วยกระเบื้องสลับสี ตัวศาลากว้าง ๖ เมตร ยาว ๖ เมตร สูง ๖.๕๐ เมตร ตั้งอยู่บนเนินดินซึ่งถมปรับเป็นวงกลมรัศมีห่างจากตัวศาลโดยรอบ ๑๐ เมตร สูงจากระดับถนน ๑.๕๐ เมตร มีถนนทางเข้า ๔ ทิศ รอบ ๆ ตัวศาลจะมีสระน้ำและปลูกไม้ประดับดูร่มรื่น
และในฐานะที่เป็นเสาหลักเมืองคู่กับเมืองยะลามาจนทุกวันนี้ก็ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ ๙) ทรงพระสุหร่ายประพรมและทรงเจิม และพระราชทานแก่ พ.ต.อ.ศิริ คชหิรัญ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ และได้ฤกษ์ประกอบพิธีฝังเสา และปักยอดหลักเมือง เมื่อ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ เวลา ๑๒.๑๑ น. เส้นทางเข้าสู่สถานที่สำคัญ ปัจจุบันหลักเมืองยะลาเป็นศูนย์กลางเมืองยะลาอยู่ตรง วงเวียนชั้นในสุด เป็นที่ทำการของส่วนราชการต่าง ๆ เช่นศาลากลางจังหวัด ศาล สำนักงานที่ดิน สถานีวิทยุกระจายเสียง และที่ว่าการอำเภอเมืองยะลา บรรดาถนนทุกสายที่มาจากอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดจะมาร่วมกันที่หลักเมือง จากศาลากลางจังหวัดไปยังหลักเมืองประมาณ ๑๐ เมตร
pic
pic
pic
pic
pic
pic

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว



ปฏิทินกิจกรรม
« พฤศจิกายน 2565 »
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
   1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30
ดูปฏิทินทั้งหมด

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา
เลขที่ ๓๗ ศาลากลาง (ส่วนขยาย)
ถนนสุขยางค์ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ๙๕๐๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๗๓๒๐ ๓๕๑๑, ๐ ๗๓๒๑ ๓๙๑๖
สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม