องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม >> อาหารพื้นเมือง
หอยเชอรี่คืนรู ตำบลห้องแซง อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร

วันที่ 13 มิ.ย. 2561

หอยเชอรี่คืนรู ตำบลห้องแซง อำเภอเลิงนกทา

       หอยเชอรี่ หรือ หอยโข่งอเมริกาใต้ หรือ หอยเป๋าฮื้อน้ำจืด เป็นหอยน้ำจืดจำพวกหอยฝาเดียว สามารถแบ่งหอยเชอรี่ได้ 2 พวก คือ พวกที่มีเปลือกสีเหลืองปนน้ำตาลเนื้อและหนวดสีเหลืองและพวกมีเปลือกสีเขียวเข้มปนดำและมีสีดำจาง ๆ พาดตามความยาวเนื้อและหนวดสีน้ำตาลอ่อน หอยเชอรี่เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ลูกหอยอายุเพียง 2-3 เดือน จะจับคู่ผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลาหลังจากผสมพันธุ์ได้ 1-2 วัน ตัวเมียจะวางไข่ในเวลากลางคืน โดยคลานไปวางไข่ตามที่แห้งเหนือน้ำ เช่น ตามกิ่งไม้ ต้นหญ้าริมน้ำ โคนต้นไม้ริมน้ำข้างง ไ คันนาและตามต้นข้าวในนา ไข่มีสีชมพูเกาะติดกันเป็นกลุ่มยาว 2-3 นิ้ว แต่ละกลุ่มประกอบด้วยไข่เป็นฟองเล็ก ๆ เรียงตัวเป็นระเบียบสวยงามประมาณ 300-3,000 ฟอง ไข่จะฟักออกเป็นตัวหอยภายใน 7-12 วัน หลังวางไข่ นับขยายพันธุ์ได้รวดเร็วมาก หอยเชอรี่ นำเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน ในฐานะของที่กำจัดตะไคร่น้ำและเศษอาหารในตู้ปลา ซึ่งนิยมเลี้ยงกับอย่างแพร่หลายราวก่อนปี พ.ศ. 2530 ต่อมาได้มีผู้คิดจะเลี้ยงเพาะขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจเพื่อการบริโภค แต่ทว่าไม่ได้รับความนิยมจึงปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ จนกลายเป็นปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในปัจจุบัน หอยเชอรี่กินพืชที่มีลักษณะนุ่มได้เกือบทุกชนิด เช่น สาหร่าย /ผักบุ้ง/ ผักกระเฉด/แหน/ต้นกล้าข้าว/ซากพืชน้ำและซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยในน้ำ โดยเฉพาะต้นข้าวในระยะกล้าและที่ปักดำใหม่ ๆ ไปจนถึงระยะแตกกอ หอยเชอรี่ จะชอบกินต้นข้าวในระยะกล้าที่มีอายุ ประมาณ 10 วัน มากที่สุด โดยเริ่มกัดส่วนโคนต้นที่อยู่ใต้น้ำเหนือจากพื้นดิน 1 – 1.5 นิ้ว จากนั้นกินส่วนใบที่ลอยน้ำจนหมด ใช้เวลากินทั้งต้นทั้งใบ นานประมาณ 1 -2 นาที จึงนับว่าเป็นศัตรูข้าวตัวฉกาจ แต่จากการที่เนื้อหอยเชอรี่มีโปรตีนสูงถึง 34-53 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1.66 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง จึงมีผู้นำไปรับประทานเป็นอาหารได้อย่างหลากหลาย อาทิ ย่าง ก้อย ต้ม ในส่วนของชาวห้องแซง ก็ได้ปรับปรุงดัดแปลงอาหารจากหอยเชอรี่ให้มีความเอร็ดอร่อย น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น จึงได้มีอาหารจานเด็ด ในชื่อว่า เชอรี่คืนรู

      ความเชื่อ
      หอยเชอรี่ นำเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน ในฐานะของที่กำจัดตะไคร่น้ำและเศษอาหารในตู้ปลา ซึ่งนิยมเลี้ยงกับอย่างแพร่หลายราวก่อนปี พ.ศ. 2530 ต่อมาได้มีผู้คิดจะเลี้ยงเพาะขยายพันธุ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจเพื่อการบริโภค แต่ทว่าไม่ได้รับความนิยมจึงปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ จนกลายเป็นปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในปัจจุบัน


     อัตลักษณ์ที่โดดเด่น 
     หอยเชอรี่กินพืชที่มีลักษณะนุ่มได้เกือบทุกชนิด เช่น สาหร่าย /ผักบุ้ง/ ผักกระเฉด/แหน/ต้นกล้าข้าว/ซากพืชน้ำและซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยในน้ำ โดยเฉพาะต้นข้าวในระยะกล้าและที่ปักดำใหม่ ๆ ไปจนถึงระยะแตกกอ หอยเชอรี่ จะชอบกินต้นข้าวในระยะกล้าที่มีอายุ ประมาณ 10 วัน มากที่สุด โดยเริ่มกัดส่วนโคนต้นที่อยู่ใต้น้ำเหนือจากพื้นดิน 1 – 1.5 นิ้ว จากนั้นกินส่วนใบที่ลอยน้ำจนหมด ใช้เวลากินทั้งต้นทั้งใบ นานประมาณ 1 -2 นาที จึงนับว่าเป็นศัตรูข้าวตัวฉกาจ

     ความสำคัญและคุณค่าทางสังคม จิตใจ วิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน

     เนื้อหอยเชอรี่มีโปรตีนสูงถึง 34-53 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 1.66 เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง จึงมีผู้นำไปรับประทานเป็นอาหารได้อย่างหลากหลาย อาทิ ย่าง ก้อย ต้ม ในส่วนของชาวห้องแซง ก็ได้ปรับปรุงดัดแปลงอาหารจากหอยเชอรี่ให้มีความเอร็ดอร่อย น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น จึงได้มีอาหารจานเด็ด ในชื่อว่า เชอรี่คืนรู จากการสอบถามคุณยายเฉลิม พูลสวัสดิ์ ราษฎรหมู่ 12 บ้านโพธิ์ทอง ตำบลห้องแซง ผู้เป็นต้นคิดสร้างสรรค์การทำเมนูอาหาร เชอรี่คืนรู ก็บอกว่าได้คิดไว้ตั้งแต่กลับจากบุญคูณลานปี 2556 ว่าถ้ามีโอกาสเข้ามาประกวดการทำอาหารพื้นบ้าน จะทำอาหารที่เอร็ดอร่อย มีวิธีการทำที่ไม่ธรรมดา หาได้ง่ายในท้องถิ่น

องค์ประกอบของอาหาร (สูตร) องค์ประกอบอาหาร

1) หอยเชอรี่

2) เนื้อหมู

3) พริกไทย

4) รสดี

5) เกลือ

6) ต้นหอม

7) ชีลาว

8) ใบตะไคร้

วิธีการประกอบอาหาร

1) นำหอยเชอรี่มาแช่น้ำให้คายดินออก

2) นำหอยเชอรี่ไปต้นให้สุกแล้วแคะหอยออกมา ตัดเฉพาะส่วนหัวส่วนอื่น ๆ ทิ้งไป

3) ล้างหอยเชอรี่และเปลือกทั้งภายนอกและภายในให้สะอาด 4) สับและบดหอย 1 ส่วน กับเนื้อหมู 2 ส่วน

5) ใส่เครื่องปรุงและผัก

6) รองปากหอยด้วยใบตะไคร้

7) ปั้นหอยกับหมูที่ปรุงแล้วยัดลงปากหอยที่มีใบตะไคร้รองอยู่

8) นำไปนึ่งประมาณ 10-15 นาที ถ้าสุกสีจะเปลี่ยน

หมายเหตุ - เวลาจะรับประทาน ให้ดึงใบตะไคร้ออกเนื้อหอยจะหลุดออกโดยง่าย - น้ำที่อยู่ก้นหอยและน้ำที่หยดออกอย่าเหลือไว้ เพราะเป็นน้ำจิ้มรสอร่อย ทานกับข้าวเปล่าได้ด้วยเปรียบเทียบวิธีการทำแบบเดิมและประยุกต์

มีความสามารถในการผลิตเชิงปริมาณ พร้อมแสดง สาธิตและจำหน่ายในโอกาสต่างๆ

มี

ชื่อ – สกุล ผู้ประกอบการหรือกลุ่มผู้ประกอบการ

นายจิตติภูมิ จินะคำ 161 หมู่ 12 ตำบลห้องแซง

อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร

โทร 0816701088 045777014

รางวัล/เกียรติคุณที่ได้รับ (ระบุชื่อรางวัล/เกียรติคุณที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบ ปีที่ได้รับ)

1) ชนะเลิศการประกวดอาหารพื้นบ้าน ในงานบุญคูณลาดอำเภอเลิงนกทา วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556

2) ชนะเลิศการประกวดของดีบ้านฉัน : อาหารในงานบุญคูณลานอำเภอเลิงนกทา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร ศาลากลางจังหวัดยโสธร ชั้น ๕ ถนนแจ้งสนิท อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ๓๕๐๐๐
โทร. ๐ ๔๕๗๑ ๕๑๓๗ โทรสาร ๐ ๔๕๗๑ ๕๑๓๘ e-mail : yasothon@m-culture.go.th
พัฒนาและดูแลระบบโดย
นางสาวอารีรัตน์ สร้อยสิงห์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล e:mail : april15noom@gmail.com

สายด่วนวัฒนธรรม
Copyright © 2015 m-culture.go.th กระทรวงวัฒนธรรม